โพลล์

คิดว่าเรื่องนี้พอใช้ได้รึเปล่า?

โอเค
19 (55.9%)
พอประมาณ
4 (11.8%)
ไม่ดีเลย T^T
3 (8.8%)
ดีแล้วหล่ะ
8 (23.5%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 27

ปิดการโหวต: กันยายน 23, 2012, 00:02:13

ผู้เขียน หัวข้อ: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]  (อ่าน 27282 ครั้ง)

●JESOO●

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • You belong with me
★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 23:58:39 »
***เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้เป็นความจริง และ ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงใคร
สมาคมใด หรือ เมืองใด ในเกมอสุรา ทุกคำพูด ชื่อตัวละคร (เผื่อคล้ายของใคร) หรือชื่อกิลล์ (จะขอดัดแปลงจากชื่อจริงๆ) ขออนุญาตใช้ค่ะ
***



NEVER ENDING
ASURA CITY


Chapter 1 : Intro Asura City

[ ณ เดธวอลเลย์ ]
ใต้พิภพ

“ว่ายังไง สการ์เล็ต ไม่ได้เจอกันแปปเดียว ดูเจ้าอ่อนแอลงไปเยอะเลยนะ” เสียงกังวานของหญิงสาว เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“งั้นเราก็มาลองสู้กันสักตั้งเป็นยังไง เซรีน เจ้าจะได้รู้ว่าข้าอ่อนแอลงรึเปล่า” ผู้ถูกถามเอ่ยตอบด้วยเสียงที่ไม่ต่างกัน
“หึ ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนั้น มีรึที่ข้าจะปฏิเสธ” ไม่รอช้าทั้งสองก็ปะทะกันแบบไม่มีใครยอมใคร

‘เคร้ง!!!’  ‘โครม’  ‘ฟิ้ว~’ เสียงปะทะกันของ 2 หัวหน้าสมาคม ดังกังวานไปทั้ง เดธวอลเลย์
แต่กลับไม่มีใครแปลกใจเลยที่บุคคลระดับหัวหน้าสมาคมสู้กัน เพราะพวกเขา ‘เห็นกันจนชิน’ และรู้กันเป็นอย่างดีว่า หัวหน้าสมาคมผู้ใช้เวทย์ เซรีน  และ หัวหน้าสมาคมเรนเจอร์ สการ์เล็ต เป็นเพื่อนรักกัน(?) และในการต่อสู้ทุกครั้งก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ทั้งสองฝ่ายจะเอาจริง
...............
“ท่านผู้พัน คาร์เตอร์ครับ ท่านสการ์เล็ต กับ ท่านเซรีน ต่อสู้กันอีกแล้วครับท่าน” ทหารคู่ใจของท่านผู้พันใหญ่ เข้ามารายงานผู้เป็นนาย
“เฮ้อ! เอาอีกแล้วสิสองคนนี้ ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเป็นเพื่อนรักกันประเภทไหน แล้วคราวนี้เสียหายตรงไหนบ้างล่ะ?” ผู้เป็นนายเอ่ยปากพร้อมกับกุมขมับ ตัวเขารู้ดีอยู่แล้วว่าที่สองคนนั้นสู้กัน เพราะแค่ทักทายเท่านั้น แต่ที่เขาโมโหที่สุดคงจะไม่พ้นเรื่องพื้นที่ที่เสียหายจากการ ‘ทักทาย’ ของสองเพื่อนสนิท(พิสดาร) คู่นี้
 “ส่วนเสียหายก็มี เดธวอลเลย์ส่วนที่ 1 ครับ”
“แจ้งปิดส่วนตรงนั้น แล้วทำป้ายบอกไปทางเบี่ยงก่อน”
“รับทราบครับผู้พัน” เมื่อสิ้นคำสั่งนายทหารคู่ใจก็ออกไปทำงานต่อทันที

ASURA CITY หรือที่เรียกกันว่า เมืองอสุรา เมืองนี้ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองที่ไม่มีวันตาย สืบจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้พันคาร์เตอร์เป็นผู้ดูแลสูงสุด ถ้าเปรียบแล้วก็คงจะเหมือนกับ นายอำเภอ ของเมืองอสุรา
เมืองอสุราแห่งนี้ จะแบ่งเป็นทั้งหมด 10 เขตเมือง และจะมีผู้ปกครองเขตแต่ละเขต ก็ยังมี อคาเดมี (สาวสวย) คอยเป็นผู้ช่วยดูแล ในบรรดาเขตเมืองทั้งหมด มี 3 เขตเมืองที่จะมีการทำศึกชิงปราสาท คือ
เซาท์เทิร์นฟอท เดธวอลเลย์ และ เรดคลิฟ  และต่างก็มีกิลล์ทั้งหลายสนใจศึกชิงปราสาทเป็นจำนวนมาก
   และผู้คนในเมืองนี้ มีอาชีพที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งนักดาบ นักเวทย์  จนกระทั่ง นักฆ่า คอย
ปราปมอนสเตอร์ทั่วไป จนถึงระดับบอส…ที่สำคัญเมืองนี้รู้สึกจะมีเรื่องกันบ่อยนัก~
NEVER ENDING●●ASURA CITY●●


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2011, 11:14:55 »
NEVER ENDING
ASURA CITY


Chapter 2 : ประชุมหัวหน้าสมาคม

   
ณ เซาท์เทิร์นไซร์ เสียงอื้ออึงดีงไปทั่วทั้งเมืองเซาท์เทิร์นไซร์  เมืองนี้นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการค้า เพราะ มีทั้งท่าเรือ ตลาด และสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ  เมื่อมีการประชุมระดับหัวหน้าคงจะไม่พ้นที่เมืองนี้   

     “ข.แรร์เซน 99 ราคาว่ามา”
     “ข.แรร์เซน 99 ราคาว่ามา”
     “ร.กำไลพื้นฐาน 300M ร.เซตนักฆ่าจักรคลั่ง ร.เส้น V.2”
     “ร.กำไลพื้นฐาน 300M ร.เซตนักฆ่าจักรคลั่ง ร.เส้น V.2”
     “ร.กำไลพื้นฐาน 300M ร.เซตนักฆ่าจักรคลั่ง ร.เส้น V.2”
   “ร.กำไลพื้นฐาน 300M ร.เซตนักฆ่าจักรคลั่ง ร.เส้น V.2”
     “ข.เส้น วี *200 ใครสนซิบ”
    “ปัง ปังแพค โยเกิร์ต พรุน หน้าทิ้งกี้”

ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเบน
   “ว่ายังไงๆเบลลี่ ช่วงนี้มีงานอะไรเข้ามารึเปล่าล่ะ” เสียงผู้ใหญ่บ้านอายุอานามไม่ต่ำกว่า 60 เอ่ยขึ้นถามลูกสาว
   “มีเยอะเลยค่ะ แล้วส่วนมากก็มีเรื่องต่อยตีกันเหมือนเดิมค่ะ”
   “ให้ตายสิ เจ้าเด็กพวกนี้ ใจร้อนกันจริงๆ แค่มองหน้ากันก็ตีกันแล้ว”
   “แหม เมื่อก่อนพ่อก็เคยเป็นไม่ใช่หรือคะ”
   “นั่นมันนานมากแล้ว โฮ๊ะๆ”
   “แล้วเรื่องการจัดประชุมหัวหน้าสมาคม ตกลงว่าจัดที่ไหนคะ”
   “เอาเป็นบ้านคุณไก่จ๊วบก็แล้วกัน แล้วหวังว่าบ้านคุณไก่จ๊วบคงจะไม่พังอีกนะ” ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่า ยังไงๆ เขาคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้คุณไก่จ๊วบแน่ๆ หัวหน้าสมาคมมาประชุมทีไร จากห้องประชุมก็กลายเป็นสนามรบไปทุกที  g#002

ณ เซาท์เทิร์นฟอท
ถูกปกครองโดย หัวหน้าสมาคมผู้ใช้เวท เซรีน
ณ สมาคมนักเวทย์
   “เซรีน เจ้าไม่ไปดูหน้าฟอทหน่อยหรอ มีคนกำลังสู้กันอยู่น่ะ” หัวหน้าสมาคมไฟเตอร์เอ่ยขึ้น
   “ไม่ล่ะ ไม่จำเป็น งานข้าท่วมหัวแล้ว เจ้าเป็นหัวหน้าสมาคมเหมือนกัน เจ้าน่าจะรู้นะว่างานยุ่งแค่ไหน แล้วไหนอาทิตย์หน้าจะมีการจัดประชุมหัวหน้าสมาคมอีก ให้เจ้าไปดูแทนละกัน” สาวเจ้าที่ถูกถาม ตอบกลับแบบส่งๆ
   “เจ้าเป็นผู้ดูแลเมืองนี้นะ เซรีน”
   “เฮียโจ พวกมันจะตีกันก็ปล่อยไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องไปดูหรอก”
   “เฮ้อ  g#014 เจ้านี่ก็ งั้นข้าไปทำงานต่อก่อนละกัน อ่อ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ผู้พันคาร์เตอร์ฝากข้ามาบอกเจ้าว่า เจ้าต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ทำป้อมชั่วคราว เดธวอลเลย์ พังน่ะ ข้าไปล่ะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ คนที่ถูกเรียกว่า
เฮียโจ ก็เดินออกไป
   ‘งกจริง เสียหายไปหน่อยเดียวเรียกเก็บเงิน ชิ’  g#024

ณ เมืองชายทะเลเร้ดคลิฟ 
ถูกปกครองโดย หัวหน้าสมาคมเรนเจอร์ สการ์เล็ต
เมืองชายทะเลแห่งนี้ นับว่าเป็นเมืองที่คึกคักพอตัว ซึ่งปกติแล้วให้ กิลล์ที่ชนะในศึกชิงปราสาทเป็นผู้ดูแลแทน เนื่องจาก สการ์เล็ตได้เคยพูดกับหัวหน้ากิลล์ว่า ‘ถ้าเจ้าอยากอยู่ที่นี่ พวกเจ้าก็ดูแลที่นี่ไป ถ้าไม่มีปัญญาก็ออกไปซะ’ และสมาคมที่ครองปราสาทคือ <•~- ◄Chill ◄Chill -~•>(ขออนุญาติเอ่ยชื่อจ้า g#006)

   “อารมณ์เสียจริงๆวันนี้ ข้าไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น ไปไหนก็ไป” เสียงใสๆตะวาดใส่คาเดธ
   “อารมณ์เสียประจำเลยนะครับคุณ บลูบารี่” หัวหน้าสมาคม Chill~Chill เอ่ยถามขึ้น พร้อมๆกับที่คาเดธ(ผู้โชคร้าย)วิ่งหนี
   “ก็มีแต่คนชอบมาถามข้าอยู่ได้ เบื่อจริงๆ ว่าแต่เจ้ามาหาข้ามีอะไร”
   “อ่อ คือข้าจะมาหาท่านสการ์เล็ต แต่ข้าหาไม่เจอ คุณบลูบารี่พอจะรู้หรือเปล่าครับ”
   “รายนั้นน่ะหรอ ไปหาผู้พันคาร์เตอร์แล้วล่ะ ได้ยินว่าให้ไปชดใช้ค่าเสียหายอะไรสักอย่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับเมื่อไหร่ ว่าแต่เจ้ามีธุระอะไรกับสการ์เล็ต”
   “อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมหัวหน้าสมาคมครับ เลยจะมาแจ้งท่านสการเล็ต”
   “เดี๋ยวสการ์เล็ตกลับมาข้าจะบอกให้แล้วกัน”
   “ขอบคุณครับ” เมื่อหัวหน้าสมาคม Chill~Chill เดินไปสุดสายตา บลูบารี่ก็บ่นเบา “ยัยสการ์เล็ตนี่นา ให้หนุ่มน้อยน่ารักทำงานงกๆ ตัวเองไปก่อเรื่อง”



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แว่วเสียงคนเขียน : เพิ่งเคยแต่งนิยายครั้งแรกจ้า  g#008 มีอะไรแนะนำด้วยเน้อ และขออนุญาติเขียนชื่อสมาคมจ้า

ปล.ไม่รู้ว่าหัวหน้าสมาคม Chill Chill ชื่ออะไร T^T  g#002 เลยไม่ได้เขียน แงๆ
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2011, 16:20:25 »
NEVER ENDING
ASURA CITY




Chapter 3 : เหล่าหัวหน้าสมาคม



ณ ป้อมชั่วคราวเดธวอลเลย์

   “ท่านผู้พันคาร์ครับ แจ้งหัวหน้าสมาคมเรื่องการประชุมในอาทิตย์นี้เรียบร้อยแล้วครับ” ทหารคู่ใจรายงานผู้เป็นนาย
   “อืม แล้วสถานที่ประชุมล่ะ”
   “ผู้ใหญ่บ้านเบนแจ้งมาว่าจัดการเรื่องสถานที่เรียบร้อยแล้วครับ”
   “อืม ไปทำงานต่อได้”
   ‘หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องวุ่นวายอีกนะ’ ผู้พันสูงสุดได้แค่คิดปลอบใจตัวเอง เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาคิดคงจะเป็นไปไม่ได้

ถึงวันกำหนดการประชุม

ณ เซาท์เทิร์นไซร์
   “ให้ตายสิ เมืองนี้ยังวุ่นวายเมือนเดิม ข้าล่ะไม่ชอบจริงๆ” เจ้าของใบหน้าสวย ผมสีทองประกายรับกับชุดคลุมยาว สีม่วงเข้ม ผู้เป็นหัวหน้าสมาคมวอร์ลอค เอ่ยขึ้นเมื่อนั่งรถไฟมาถึงเมืองศูนย์กลางแห่งนี้
   “เจ้าอย่าบ่นให้มันมากนักเลยน่า เรน่า” ชายหนุ่มผมสีเทา และถือขวานเป็นอาวุธคู่กาย ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ลูคัส หัวหน้าสมาคมเบอร์เซอร์เกอร์ เอ่ยตอบเพื่อนซี้
   “ถ้าเมืองนี้มีสมบัติข้าคงอยากจะมาประชุมมากกว่านี้” นักล่าสมบัติราธ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ หัวหน้าสมาคมเทรเชอร์ฮันเตอร์ เอ่ยขึ้นบ้าง
   “ข้าว่ารีบเข้าไปกันดีกว่า หัวหน้าสมาคมคนอื่นคงจะมากันเยอะแล้ว” สิ้นเสียงลูคัส ทั้งสามคนก็เดินไปยังห้องประชุม

อีกด้านหนึ่ง
   “ให้ตายสิ มาสายจนได้” เมย่า หัวหน้าสมาคมแอสแซสซิน บ่นยังไม่หยุดหลังจากที่นั่งรถไฟมาจนถึงเซาท์เทิร์นไซร์ แห่งนี้
   “ไม่ใช่เพราะเจ้า มัวแต่ไปบวกอาวุธอยู่รึไงถึงได้มาสายน่ะ” ชายหนุ่มเจ้าของผมสีทอง ถือดาบเล่มใหญ่ ตอบกลับ
   “เอ๊ะ! นี่เจ้าว่าข้าหรอ ไซเฟอร์  เดี๋ยว! เจ้าเดินหนีข้าทำไมมาให้ข้าด่าซะดีๆ”
   ‘ใครจะอยู่ให้เจ้าด่ากันล่ะ’ เสียงบ่นของหัวหน้าสมาคมเบลดมาสเตอร์ดังขึ้นในหัว

ณ ห้องประชุม

   ห้องโถงขนาดกลางถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องประชุม ดอกไม้สีขาวเบียดเสียดกันอยู่บนแจกัน โต๊ะกลมตรงกลางห้องมีเก้าอี้ 13 ตัวเรียงรายกัน ถูกเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับหัวหน้าสมาคมทั้ง 13 คน
   “ยินดีต้อนรับค่ะท่านอากัสซี่ มาก่อนใครเพื่อนเลยนะคะ แล้วท่านอังเดรละคะ” หัวหน้าสมาคมเครลิค ถูกถามจากเลขาคุณไก่จ๊วบ เพราะปกติเห็นคนหนึ่งต้องเห็นอีกคนเสมอ
   “ท่านอังเดรไปหาผู้พันคาร์เตอร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ เห็นบอกว่าวันนี้จะมาพร้อมกับผู้พันน่ะค่ะ”
   “อย่างนั้นหรือคะ งั้นก็เชิญนั่งค่ะ” เลขาคนสวยพูดพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้อากัสซี่
   “ขอบคุณค่ะ” พูดพร้อมกับเผยรอยยิ้ม “ด้วยความเต็มใจค่ะ”
ไม่นานก็มีเสียงรองเท้าเดินตามมา เรียกความสนใจจากทั้งสองได้เป็นอย่างดี
   “อากัสซี่ซซซซซซ หรี่ๆแสงที่ตัวเจ้าลงบ้างนะ ข้าแสบตา” วอร์ลอคสาวสวยวีนขึ้นมาพร้อมๆกับที่เดินมานั่งที่เก้าอี้
   “ท่านเรน่า ท่านอากัสซี่มีแสงที่ตัวซะที่ไหนกันละคะ” เลขาคุณไก่จ๊วบถามขึ้น
   “ไม่รู้ แต่ข้าแสบตา” วอร์ลอคสาวสวย พูดพร้อมเชิดหน้าขึ้น
   “อะ...เอ่อ”
   “^^” ผู้ถูกพาดพิงอมยิ้ม  “ยิ้มอะไรของเจ้า อากัสซี่”
   “^^ เปล่าค่ะ”
   “เฮอะ! ข้าเกลียดขี้หน้าเจ้าจริงๆ” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอีกครั้ง
   “เจ้านี่ช่างอคติจริงๆนะเรน่า” ลูคัสพูดขึ้น
   “ชิ”
   “ยินดีต้อนรับค่ะ ทั้งสามท่าน” ทั้งสามพยักหน้าเป็นเชิงทักทาย
เสียงเงียบไปเพียงครู่เดียวก็มีเสียงโวยวายแว่วเข้ามาในห้อง
   “เจ้าว่ายังไงนะเซรีน”
   “ข้าบอกว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีทางสู้ข้าได้น่ะสิ สการ์เล็ต”
   “งั้นลองดูกันสักตั้งมั๊ยล่ะ”
   “ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
เปรี้ยง! เสียงแผ่นดินแยกออกเป็นสองฝั่ง หากแต่ไม่ใช่เสียงที่หัวหน้าสมาคมทั้งสองปะทะกัน เสียงนั้นเรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี
   “ไซเฟอร์!”
   “สวัสดี เซรีน สการ์เล็ต” เจ้าของชื่อไซเฟอร์กล่าวทักทายด้วยใบหน้ายียวน
   “ฮึย เจ้ามาขวางพวกเราทำไม”
   “ข้าแค่คิดว่ารอให้การประชุมจบลงก่อนแล้วค่อยฟัดกันไม่ดีกว่าหรอ”
   “ก็ดี อย่าหนีไปก่อนล่ะ สการ์เล็ต” เจ้าของชื่อเอ่ยตอบ “คำนั้นข้าขอคืนให้เจ้าเซรีน”
   “อะ...เอ่อ ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ เชิญด้านในค่ะ” สิ้นเสียงเลขาคุณไก่จ๊วบ ทั้งสามคนก็เดินเข้าไปภายในห้องประชุม
   ‘เฮ้อ! นี่ขนาดยังไม่เข้าประชุม หน้าบ้านคุณไก่จ๊วบก็แผ่นดินแยกซะแล้ว’ เลขาคนสวยได้แต่ถอนหายใจ คราวนี้คงต้องเตรียมตัวซ่อมบ้านเอาไว้ซะแล้ว
   “เป็นอะไรไปคุณเลขา” เมื่อเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาตามน้ำเสียงคนถาม
   “ท่าน ลาทาเรียส ท่านนอร์ธวินเดล ยินดีต้อนรับค่ะ” หัวหน้าสมาคมทั้งสองพยักหน้ารับก่อนจะเดินผ่านรอยแยกเข้าไปในสถานที่ประชุม ทั้งลาทาเรียส และนอร์ธวินเดล ต่างส่ายหัว


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 15:23:56 »
NEVER ENDING
ASURA CITY




Chapter    4 : ไข่หาย



  ภายในห้องประชุม เก้าอี้ 13 ตัวที่บัดนี้เหลืออยู่แค่ 3 ตัวเท่านั้นที่ว่างอยู่

   “ว่ายังไงลูคัส เจ้าชอบทำหน้าเบื่อโลกเหมือนเดิมเลยนะ” ไซเฟอร์กล่าวทักทาย

   “เจ้าก็ยังปากเสียแล้วชอบทำหน้าล่อ’อวัยวะเบื้องล่าง’เหมือนเดิมนะไซเฟอร์”

   “พวกเจ้านี่ก็ยังชอบกัดกันเหมือนเดิมนะ” ราธเอ่ยขึ้น

   “ความสุขเล็กๆน้อยน่า ราธ นานๆทีจะได้มาตีกัน เอ้ย! มาร่วมประชุมกัน ดีออกจะตายไป” ไซเฟอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับหาแนวร่วม “เนอะ! ลาทาเลียส นอร์ธวินเดล”

   “ไม่ล่ะ ชาวเอลฟ์รักความสงบน่ะ” แต่เหมือนคำตอบที่ได้มาจะไม่ค่อยถูกใจคนถามเท่าไหร่นัก เพราะเมืองเอลฟ์นั้นถือเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธ์ มีตำนานเล่าขานมาว่า ชาวเอลฟ์นั้นกำเนิดมาจากเทพทั้งสี่ และมีสติปัญญาอันสูงสุด

   “ฮ่าๆ ข้าลืมไปลูกหลานเทพอย่างพวกเจ้าคงไม่ชอบ...การฆ่าฟันกัน” ไซเฟอร์ยิ้มเยาะพร้อมกับคำพูดจิกกัดชาวเอลฟ์ทั้งสอง

   “ไซเฟอร์!” เสียงคำรามต่ำอย่างน่ากลัวดังขึ้นจากปากของลาทาเลียส พร้อมๆกับที่ง้างอาวุธขึ้นมา แต่คนถูกเอ่ยชื่อกลับนั่งยิ้มอยู่เฉยๆ

   “หยุดนะลาทาเลียส” นอร์ธวินเดลเอ่ยขัด “แต่...” แม้จะไม่พอใจที่ถูกขัดแต่ก็ต้องยอมสงบเมื่อนอร์ธวินเดลจ้องลึกเข้าไปในดวงตา เขารู้สึกราวกับถูกสะกด

    ‘นี่น่ะรึ เวทย์สยบมาร เพียงจ้องตาก็ทำให้ถึงกับขยับไม่ได้’ ตัวลาทาเลียสเองถึงแม้จะอยู่กับนอร์ธวิลเดลมานานเคยเห็นเวทย์นี้มาก็หลายครั้งแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเขาถูกเวทย์นี้
   
“ปากดีจนได้เรื่องเลยมั๊ยล่ะ” เมย่ากระซิบกับคู่หูให้ได้ยินเพียงสองคน

“หึ ข้าแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ข้าไม่ได้ตั้งใจน้า~” แม้จะพูดว่าไม่ได้ตั้งใจแต่มุมปากกลับยิ้มอย่างซะใจ

“หึ สมใจคนขี้แกล้งอย่างเจ้าแล้วล่ะซิ” เจ้าตัวไม่ตอบแต่รอยยิ้มกวนๆบนใบหน้านั้นแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี ‘เขาสะใจสุดๆเลยล่ะ’

เรื่องสงครามในตำนานที่เมืองเอลฟ์ตัวไซเฟอร์ก็รู้ดี พวกที่เอลฟ์ที่บอกว่าตนเองเกิดจากเทพทั้งสี่ ที่แท้มันก็แค่พวก’ซานตาน’ดีๆนี่เอง

“.......”

“ให้ตายสิ เงียบชะมัด แล้วเมื่อไหร่จะมากันครบสักทีละเนี่ย ข้าชักจะเบื่อแล้วนะ”

“ใจเย็นนะคะ คุณเรน่าเดี๋ยวก็คงจะมากันครบแล้ว ^^”

“ใครถามเจ้าอากัสซี่” เรน่าหันไปตะวาดใส่คนตอบแต่แล้วก็ต้องหันหน้าหนี “โอ๊ย แสบตา อากัสซี่ซซซซ ข้ารำคาญแสงที่ตัวเจ้าจริงๆ”

“แหะๆ ขอโทษด้วยค่ะ^^” ไม่ใช่ว่าอากัสซี่จะไม่เข้าใจ เพราะตนเองเป็นเวทย์แสง แต่เรน่าเป็นเวทย์มืด มันย่อมกระทบกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่แค่เรน่าคนเดียวแต่ตัวอากัสซี่เองก็ได้รับผลกระทบจจากเวทย์มืดเช่นกัน เพียงแต่ไม่มากเท่านั้น

ตึกๆๆ
เสียงฝีเท้าเดินใกล้มาถึงห้องประชุมนั้นเรียกความสนใจจากทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

“ขอโทษที่ทำให้ต้องคอยนานนะทุกคน” บุรุษร่างสูง ผู้ปกครองเมืองอสุราแห่งนี้เอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้ที่หัวโต๊ะ ตามมาด้วย อีก 2 หัวหน้าสมาคม พาลาดินและไฟเตอร์

“เฮ้ๆ เฮียโจเจ้ามาช้านะเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เจ้าต้องรับงานทั้งหมดในส่วนของข้ารู้รึเปล่า” เซรีนพูดกระซิบกับเพื่อนรัก(?) “เจ้านี่หาทางเลี่ยงงานตลอดเวลาที่มีโอกาสเลยนะ ก็ได้ๆ” เฮียโจตอบกลับไปแบบส่งๆ

“ท่านอังเดรท่าทางเครียดๆนะคะ” อากัสซี่ถามคนที่อยู่ข้างๆด้วยท่าทางเป็นห่วง

“มีเรื่องเข้ามานิดหน่อยน่ะ” เจ้าตัวเลี่ยงที่จะเล่าให้ฟัง คนถามจึงไม่เซ้าซี้อะไรอีก

“เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลย ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาประชุมในวันนี้ เพราะมีเรื่องจะต้องให้ช่วย” เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน
“พวกเจ้าคงได้ยินเรื่องของราชามังกรเกเลี่ยนมาบ้างละสินะ”

“ข้ารู้มาว่าราชามังกรเกเลี่ยนอยู่ที่เขตลึกที่สุดของเดธวอลเลย์ แล้วก็รักสงบจึงไม่เคยออกมาอะละวาดที่ไหนเท่านั้นแหล่ะครับ” ราธเอ่ยตอบ

“ใช่ แต่ข้าคิดว่าตอนนี้มันคงจะไม่ใช่แล้ว ราชามังกรเกเลี่ยนกำลังจะมาบุกเมืองนี้แล้ว! ”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงผู้พัน” สกาเล็ตเอ่ยถาม “ก็ไหนบอกมันรักสงบ จะมาบุกเมืองแบบนี้เขาเรียกว่าหาเรื่องแล้ว” เซรีนพูดสมทบ

“เจ้าจิ้งจกมีปีกนั่น...”

“มังกรต่างหาก” เมย่าขัดไซเฟอร์ขึ้น

“เออ...มังกรก็มังกร ทำไมอยู่ดีๆถึงมาหาเรื่องเราล่ะ”

“นั่นล่ะประเด็นสำคัญ เจ้ามังกรนั่นคิดว่ามีคนของเมืองเราไปขโมยไข่ของมัน” ผู้พันสูงสุดพูดด้วยน้ำเสียงเครียด

“แล้วจะให้เราทำยังไง ไปตัดหัวจิ้งจกมีปีกนั่นเลยมะ” เจ้าของดาบอันใหญ่เอ่ยขึ้น “ข้าบอกว่ามังกร” ตามมาด้วยเสียงขัดของเมย่า
“จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่เจ้าจะไปตัดหัวมันไม่ได้” อังเดรเอ่ยขึ้นบ้าง

“ทำไมล่ะอังเดร ก็ถ้าเราไม่ไปตัดหัวมันมันก็เข้ามาทำร้ายชาวเมืองน่ะสิ”

“เจ้าห่วงชาวเมืองหรือกลัวไม่ได้ไปไล่ฆ่ามังกรกันแน่ไซเฟอร์” ลาทาเลียสเอ่ยจิกกัดเจ้าของชื่อ

“โถ่ ลาทาเล.. ไม่สิ ท่านลาทาเลียส ข้าก็ต้องเป็นห่วงชาวเมืองเป็นธรรมดาส่วนไล่ฆ่าจิ้งจก เอ้ย มังกรนั่นน่ะเป็นผลพลอยได้ต่างหาก”  เจ้าตัวพูดพร้อมกับยิ้มกวนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

“หึ อย่างนั้นเชียวหรือ” ลาทาเลียสแค่นหัวเราะ “ช่ายยยยย”

“พอเถอะพวกเจ้าน่ะ” นอร์ธวินเดลเอ่ยขึ้น “ท่านผู้พันแล้วจะให้พวกเราทำยังไงครับ”

“พวกเราต้องตามหาไข่ของมังกรก่อน ข้าไม่อยากให้เกิดสงครามโดยไม่จำเป็น แล้วอีกอย่างราชามังกรเกเลี่ยนก็ไม่เคยทำร้ายชาวเมืองของเรา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปฆ่า”

“แล้วถ้าหาไข่มังกรไม่เจอแล้วพวกมันเอาสมุนมาบุกเมืองเราจะทำยังไงละคะ” เรน่าเอ่ยถาม

“ถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงก็คงมีแค่ทางเดียวคือต้องสู้เท่านั้น” ผู้พันสูงสุดพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “พวกเจ้าก็ไปป่าวประกาศเรื่องรับศึกไว้ด้วยแล้วกันนะ ไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องได้สู้จริงๆ ข้ามีเรื่องที่จะประชุมแค่นี้แหล่ะ เชิญพวกท่านกลับได้”

“อ่อ แล้วก็คุณไก่จ๊วบจะกลับมาเย็นนี้ เขาคงจะช๊อคตายถ้าบ้านของเขา...พัง” สิ้นเสียงอังเดร บางคนถึงกับทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“โถ่!” เสียงถอนหายใจของหัวหน้าสมาคมเบลดมาสเตอร์ ทำให้เกิดเสียงหัวเราะได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“เสียดายหรือคะท่านไซเฟอร์” เจ้าของรอยยิ้มสดใสถามขึ้น “มากอ่ะ อากัสซี่นึกว่าจะได้บู้ซะแล้ว”

“เจ้าคงแห้วแล้วล่ะไซเฟอร์ เอ้า! ลุก! ไปตามหาไข่มังกรได้แล้ว” เมย่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงแขนเพื่อนรักให้ลุก

“เซรีน ว่ายังไงเรื่องที่เจ้าจะท้าสู้กับข้าน่ะ”

“จะเอาเลยมั๊ยล่ะ สกาเล็ตข้าพร้อมอยู่แล้ว”

“อะ...เอ่อ คืออย่างนี้นะคะคุณไก่จ๊วบจะกลับมาแล้วรบกวนไป สะ...สู้กันที่อื่นนะคะ อ้อ... เอ่อที่สำคัญพวกท่านต้องไปตามหาไข่มังกรไม่ใช่หรือคะ เดี๋ยวไม่ทันนะคะ” เลขาสาวรีบวิ่งมาห้ามทัพก่อนที่บ้านจะพัง ถ้าคุณไก่จ๊วบกลับมาเห็นสภาพบ้านเธอต้องถูกหักเงินเดือนแหงๆ

“เหอะ! หมดอารมณ์เลย” ใบหน้าสวยเชิดขึ้น “นั่นสิ ฝากไว้ก่อนนะสการ์เล็ตคราวหน้าเจ้าไม่รอดแน่”
   
   “ข้ากลัวจนสั่นไปหมดแล้วนี่ เซรีน” สิ้นเสียงการ์เล็ตหัวหน้าสมาคมทุกคนทยอยกันกลับหมด

   “เฮ้อ!” เลขาสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ‘เอาล่ะต้องตามช่างมาซ่อนรอยแยกนี้ก่อน’

อีกฟากหนึ่ง

   “นอร์ธวินเดลเจ้ามาห้ามข้าทำไม เจ้าก็เห็นว่าเจ้าไซเฟอร์นั่นเหยียดหยามเราซึ่งชื่อว่าเป็นลูกหลานแห่งเทพทั้งสี่” ลาทาเลียสเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธ

   “ลาทาเลียส เจ้าก็รู้ดีว่าพวกเราไม่ใช่ลูกหลานเทพอะไรทั้งนั้น แล้วที่สำคัญเจ้าเองก็ไม่สมควรที่จะไปยกธนูใส่ผู้อื่นแบบนั้น”

   “ข้าก็แค่อยากจะสั่งสอนมัน”
“แต่ถ้าเจ้าทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้ตัวเจ้าตกต่ำลง” นอร์ธวินเดลหยุดนิ่งพร้อมกับหันกลับหลัง “ลาทาเลียส คนเราจะสูงหรือต่ำ มันอยู่ที่ตรงนี้” นอร์ธวินเดลกล่าวพร้อมกับชี้มาที่หัวใจ

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงจะตกต่ำมากจริงๆสินะ นอร์ธวินเดล” ลาทาเลียสกล่าวขณะที่คิดถึงเรื่องในอดีตที่ได้ฟังจากผู้เฒ่า

‘สงครามในตำนาน สงครามดินแดนเอลฟ์’






to be continued…

   
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 16:36:37 »
NEVER ENDING
ASURA CITY


Chapter    5 : เรื่องเล่าจากชายชรา



  เมื่อ 2 ปีก่อน


   “แฮ่กๆ ท่านผู้เฒ่าแย่แล้วขอครับ” เสียงหอบของชาวเอลฟ์ผู้หนึ่งดังขึ้นหลังจากที่วิ่งมาหยุดที่หัวหน้าหมู่บ้าน

   “มีอะไรอิลลิเดียล์ ท่าทางรีบร้อนแบบนั้นไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ” หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มให้อย่างใจดี

   “ก็ตอนนี้ท่านลาทาเลียสกำลังสู้อยู่กับท่านไซเฟอร์หัวหน้าสมาคมเบลดมาสเตอร์น่ะสิขอรับ แฮ่กๆ”

   “เฮ้อ! เจ้าไปหานอร์ธวินเดลแล้วบอกให้ไปห้ามสองคนนั้นแล้วกัน”

   “ขอรับ”

เมื่ออิลลิเดียล์เดินออกไปจนลับตาชายชราก็ลอบถอนหายใจเอนหลังลงกับพนักพิง คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องบอก‘ความจริง’ กับหลาน

เวลาผ่านไปไม่นานนักเสียงฝีเท้าเร่งรีบกับเสียงตะโกนก็ดังใกล้เข้ามาที่ห้องแห่งนี้ปลุกชายชราให้ตื่นจากห้วงความคิด

“นอร์ธวินเดลทำไมต้องห้ามข้าด้วย ข้าจะสั่งสอนมันที่บังอาจมาว่าข้า” ลาทาเลียสเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธ

“แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปยิงธนูใส่คนอื่นแบบนั้น เจ้าหัดควบคุมอารมณ์มั่งสิ” เจ้าของชื่อนอร์ธวินเดลตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เจ้ารู้หรือเปล่าว่ามันด่าข้าว่ายังไง มันบอกว่า ทำไมต้องเคารพปีศาจอย่างพวกเรา แล้วมันยังพูดต่ออีกว่า ดินแดนอันศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ไม่ใช่ของเราแต่พวกเราแย่งมางั้นหรอ หึ เจ้าพวกเผ่ามนุษย์ไม่เจียมตัว” ลาทาเลียสกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดของเจ้านักดาบนั่น แต่สีหน้าของคนฟังกลับเรียบเฉยเช่นเดิม

“บางทีเขาอาจจะพูดถูกก็ได้นะลาทาเลียส พวกเราอาจจะเป็นลูกหลานปีศาจจริงๆก็ได้”

“เจ้าพูดอะไรน่ะ นอร์ธวินเดลพวกเราเผ่าเอลฟ์กำเนิดมาจากเทพทั้งสี่ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้เราเกิดมา...มันเป็นของเรา” สิ้นเสียงนอร์ธวินเดล ลาทาเลียสก็เดินจากไป นักเวทย์ได้แต่มองตามสหายของเขาจนลับตา


.................................................................................................


         “อ้าว ท่านผู้เฒ่าจะลุกไปไหนหรือขอรับ” อิลลิเดียล์ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านลุกผลุนผันออกไป

   “ข้าจะไปหาลาทาเลียส”

   “อย่างนั้นข้าจะพาท่านไปนะขอรับ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาประคองชายแก่แต่ก็ถูกห้ามเอาไว้ “ข้าจะไปเอง ขอบใจเจ้ามากนะ” ชายชราพูดอย่างใจดีก่อนจะหันมายิ้มให้

   “ขอรับท่านผู้เฒ่า”

   ก๊อกๆๆ  เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้เจ้าของห้องสนใจเท่าที่ควร

   “ลาทาเลียส” เสียงแหบของชายชราดังขึ้นเมื่อไม่มีสัญญาณตอนกลับจากเจ้าของห้อง

   “ถ้าจะดุข้าเรื่องเจ้านักดาบนั่นก็เอาไว้ก่อนนะท่านปู่ ข้าไม่มีอารมณ์” เจ้าของห้องตะโดนออกมาจากด้านใน

‘เจ้านอร์ธวินเดลเอาไปฟ้องล่ะซิ’

   “ปู่ไม่ได้จะมาดุเจ้าหรอก ลาทาเลียส ปู่เข้าไปได้หรือเปล่า”

   “ไม่...ข้าไม่ได้ล็อคประตู” ชายชราเปิดประตูเข้าไปก็พบเจ้าของห้องนอนพิงหมอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก

   “เจ้าเป็นอะไรไปลาทาเลียส” ชายชราถามขึ้นหลังจากที่เห็นหน้าผู้เป็นหลาน

   “ข้าแค้นเจ้าไซเฟอร์นั่น อยากจะเอาธนูไปปักกลางอกมันจริงๆ”

   “ทำไมหรือ”

   “มันยโสโอหังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เป็นแค่มนุษย์แท้ๆกลับมาว่าเทพอย่างเราเป็นปีศาจ แล้วก็สงครามชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์บ้าบอคอแตกอะไรของมะ..” ยังไม่ทันได้พูดจบชายชราก็พูดขึ้นเสียก่อน

   “เมื่อ 200 ปีก่อน ดินแดนแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งไมนอส ดินแดนแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ทั้งพืชพรรณและมอนเตอร์มากมาย ชาวเผ่าไมเนอร์อาศัยอยู่อย่างสงบสุข และเพราะมันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์จึงทำให้ชนเผ่าอื่นๆอยากจะครอบครอง” มือของลาทาเลียสที่เริ่มสั่นอยู่ในสายตาของชายชรา

                 “จนกระทั่งวันหนึ่ง กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ทางทิศเหนือของดินแดนแห่งนี้ ได้เดินทางไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งนั้น พวกเขาเข้าไปที่ต้นไม้ใหญ่แห่งไมนอสได้พบกับก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมที่สลักอักษรโบราณเอาไว้ มันเขียนไว้ว่า”

                 ‘พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ มอนเตอร์หลากหลาย กลิ่นอายแห่งความสงบสุข ราชินีแห่งป่าไม้แสนสง่า เป็นผู้คุ้มครองป่า ดินแดนแห่งนั้น...ศักดิ์สิทธ์ มันเป็นของเรา เป็นของเราที่ถูกชิงไป เอาคืนมาเหล่าลูกหลานเอลฟ์’ ชายชราหยุดพูดก่อนจะลอบมองหน้าหลานชาย แล้วพูดต่อ

                 “พวกเขาเชื่อว่าแผ่นดินศักดิ์สิทธ์เป็นผู้มอบหินก้อนนั้นให้ และแน่นอนหลังจากที่พวกเขาอ่านแผ่นหินนั่น ก็เกิดสงครามการแย่งชิงดินแดนศักดิ์สิทธ์แห่งไมนอสนี้ ทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ผู้หนึ่งสู้เพื่อปกป้องแผ่นดิน ผู้หนึ่งสู้เพื่อชิงแผ่นดิน ศึกที่ยาวนาน...จนแล้วจนเล่าในที่สุดมันก็จบลงชาวเผ่าเอลฟ์เป็นฝ่ายชนะก็จริง แต่ก็ศูนย์เสียมากมาย กลิ่นเลือดของผู้คนที่ล้มตายทั้งเผ่าไมเนอร์และเผ่าเอลฟ์คละคลุ้งไปทั่วทั้งแผ่นดิน จากดินแดนศักดิ์สิทธ์ที่เคยอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ พื้นดินกลับแตกระแหง พืชพรรณตายเกลื่อน กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวล และไม่รู้วิธีที่จะทำให้มันกลับเป็นเหมือนเดิม”

   “แต่มันเป็นของเรา ในก้อนหินนั่นมันก็บอกว่าดินแดนศักดิ์สิทธ์ถูกชิงไป” หลังจากที่นิ่งเงียบมานานลาทาเลียสก็พูดขึ้น

   “ไม่” ชายชราส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้ว่าก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมนั่นที่จริงมันมาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่า...มันเป็นความจริงแค่ไหน หรือพวกเขาแค่โลภและอยากได้ดินแดนศักดิ์สิทธ์เท่านั้นก็ได้”

   “..........” เป็นอีกครั้งที่ลาทาเลียสเงียบไป

   “จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขากลับไปที่ต้นไม้แห่งไมนอสนั่นอีกครั้ง และก็ได้พบก้อนหินอีกครั้ง มันบอกวิธีที่จะทำให้ดินแดนนี้กลับมาดีอีกครั้ง”

   ‘ดินแดนร้องไห้ กลิ่นเลือดคละคลุ้ง เลือดบริสุทธ์ 1 คนโท ของหญิงสาวเทลงบนแผ่นดิน จะทำให้ฟื้นคืน’ ชายชราพูดตามอักษรที่สลักบนก้อนหิน

   “มันหมายความว่ายังไง” ลาทาเลียสเอ่ยถามทั้งที่เขาพอจะเดาออกแล้วว่าหมายถึงอะไร นั่นทำให้มือเขาสั่นมากยิ่งขึ้น

   “หมายความว่า ต้องเอาเลือดของหญิงสาวบริสุทธ์มาสังเวยแก่แผ่นแห่งนี้” ชายชราเสียงแผ่วลง

   “..........”

                 “และแน่นอนพวกเขาไม่ลังเลที่จะทำ...เขาฆ่าเธอ เขากรีดเลือดหญิงสาวบริสุทธ์ลงบนแผ่นดินที่พวกเขาเชื่อว่าศักดิ์สิทธ์ แผ่นดินพอใจในเลือดนั้น เพียงชั่วข้ามคืนดินแดนที่เคยแตกระแหงกลับชุ่มชื่น พืชพรรณที่เคยแห้งเหี่ยวกลับมีชีวิตชีวา มอนสเตอร์ที่ลดน้อยลงก็ค่อยๆเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทุกอย่างฟื้นกลับคืน และอุดมสมบูรณ์มาถึงทุกวันนี้”

                “ดะ...ดินแดนศักดิ์สิทธ์บ้าบออะไรกัน ถ้าศักดิ์สิทธ์จริงจะมาเอาเลือดคนบริสุทธ์ไปทำไมกัน” ลาทาเลียสเอ่ยพร้อมกับขอบตาที่แดงก่ำ เขาคิดมาตลอดว่าดินแดนแห่งนี้ศักดิ์สิทธ์ และบริสุทธ์

                “ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุผลอยู่ในตัว”

                 “เหตุผลอะไรกันท่านปู่”

                 “ข้าไม่รู้ แล้ว...เจ้ารักแผ่นดินนี้หรือเปล่า ลาทาเลียส”

                “รักสิ รักมากด้วย” แม้จะเสียใจแต่เขาก็ตอบได้เต็มเสียงว่าเขารักแผ่นดินเกิดนี้

                “ดีแล้วล่ะ ลาทาเลียสเอ๋ย ไม่ว่าดินแดนแห่งนี้จะศักดิ์สิทธ์หรือชั่วร้ายแค่ไหน บรรพบุรษของเจ้าจะเป็นเทพหรือปีศาจ แต่ให้เจ้าจงจำไว้ เชื่อในดินแดนแห่งนี้ เหมือนกับที่บรรพบุรุษของเราเชื่อ คนเราจะสูงจะต่ำมันอยู่ที่ตรงนี้นะเด็กน้อย” ชายชราพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่หัวใจของผู้เป็นหลาน

   “ปู่ ข้าจะปกป้องแผ่นดินนี้”

   ‘ข้าก็เช่นกันท่านปู่ ข้าจะปกป้องแผ่นดินนี้ด้วย’ นอร์ธวินเดลที่ยืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่แรกก็สัญญากับตนเองไว้ในใจ

...............................................................................................

         “ลาทาเลียส ลาทาเลียสสส” เสียงเรียกจากคนข้างๆดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อตื่นจากภวังค์

                “หะ...หือ ว่าไงนอร์ธวินเดล”

                “ถึงทางเข้าแกรนฟอร์เรสแล้ว เจ้าจะนั่งอยู่บนรถไฟอีกนานมั๊ย”

                “อ่อ โทษที” รถไฟใต้ดินหยุดไปนานเท่าไหร่แล้วเขาไม่รู้สึกตัวเลย

               “อืม เตรียมเดินทางต่อได้แล้ว เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปหาไข่ของราชามังกรเกเลี่ยนด้วย” นอร์ธวินเดลเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าเพื่อนรักของเขาคิดอะไรอยู่ เขาเองก็ไม่ได้ต่างกัน

ทั้งสองเดินทางจากทางเข้าแกรนฟอร์เรสไปเรื่อยๆ จุดหมายคือเมืองเอลฟ์ เพราะการจะไปเมืองเอลฟ์นั้นมีเพียงสองวิธีเท่านั้นคือเดินเท้าไป และ ใบคาถา เท่านั้น ไม่มีสถานีรถไฟใต้ดินที่ไหนที่ไปถึงเมืองเอลฟ์ได้

                 “ใช้คาถาไปซะก็จบ ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ นอร์ธวินเดล”

                 “ข้าอยากตรวจตรารอบๆป่าไปด้วยน่ะ” นอร์ธวินเดลตอบพร้อมๆกับที่สอดส่องสายตาตรวจความเรียนร้อยรอบๆป่า

เวลาผ่านไปราว 2 ชั่วโมงทั้งสองก็กลับมาถึงเมืองเอลฟ์

          “ท่านลาทาเลียส ท่านนอร์ธวินเดล กลับมาแล้วหรือขอรับ” อาร์ดิออสเอ่ยขึ้นเมื่อนายทั้งสองเดินเข้ามา

                  “อืม แล้วทางนี้เรียบร้อยดีมั๊ย”

                   “เรียบร้อยดีขอรับ ท่านทั้งสองไปประชุมกลับมาเหนื่อยๆไปผักผ่อนเถอะขอรับ”

ทั้งสองพยักหน้ารับแทนคำตอบ ขึ้นไปบนบ้านไม้

                  “นอร์ธวินเดล” ลาทาเลียสเอ่ยขึ้นทำให้เข้าของชื่อที่กำลังจะก้าวเข้าห้องชะงัก

                   “ข้าน่ะ...เชื่อเสมอว่าดินแดนแห่งนี้มันเป็นของพวกเรา ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม แล้วข้า...ก็จะปกป้องแผ่นดินนี้ด้วย” สิ้นเสียงลาทาเลียส เจ้าตัวก็รีบวิ่งเข้าห้องด้วยความรวดเร็ว

                   “ข้าก็เช่นกัน ลาทาเลียส” นอร์ธวินเดลมองตามลาทาเลียสจนลับสายตา เขานึกถึงคำพูดเมื่อครู่ก็ยิ้มออกมา ‘โตขึ้นมากจริงๆนะเด็กน้อย’



To be continued…
 


No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


maxnoiiz

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 700
  • ไม่ระบุแน่ชัด
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2011, 16:41:02 »
 g#008 g#008แจ่ม

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2011, 11:29:32 »
NEVER ENDING
ASURA CITY





Chapter    6 : มุ่งสู่ป่าวินเดิ้ลวูด [50%]




[ ณ หมู่บ้านเอลฟ์ ]


   แสงแดดลอดผ่านม่านทางหน้าต่างกระทบพื้นห้องบ่งบอกถึงรุ่งอรุณวันใหม่ที่มาเยือนเจ้าของห้องลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยท่าทางัวเงีย เขาเดินไปที่หน้าต่างแหวกม่านที่บดบังแสงแดดออก ผืนป่าที่ทอดยาวออกไป ต้นไม้เขียวชอุ่ม มอนสเตอร์ต่างพากันเดินวกไปวนมาในพื้นที่นั้นร้องส่งเสียงระงม 

ดินแดนเอลฟ์ ยังคงสวยงามเช่นเดิมในสายตาเขา

   “นอร์ธวินเดลลลลลลล” ไม่นานนักก็มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องพร้อมกับที่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง

   “ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งแล้วนะลาทาเลียส ว่าถ้าจะเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะประตูก่อน” เจ้าของห้องตอบออกไปด้วยน้ำเสียงดุ

   “หรอ ข้าไม่เห็นจำได้” มีที่ไหนที่ลาทาเลียสจะสำนึกผิด “นี่มันสายแล้วนะเราต้องไปตามหาไข่มังกรไม่ใช่หรอ” ลาทาเลียสพูดพร้อมกับทำเสียงดุใส่นอร์ธวินเดลบ้าง

   “นั่นสินะ” นอร์ธวินเดลพูดพร้อมกับร่ายคาถา ฉับพลันเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็กลายเป็นชุดคลุมเวทย์ของเขา

   “ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ข้าต้องตื่นแต่เข้ามาเตรียมลูกธนู เจ้าร่ายเวทย์ทีเดียวทั้งเสื้อผ้า ทั้งคฑามาพร้อมเลย” ลาทาเลียสพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าหงุดหงิด ทำให้นอร์ธวินเดลอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

   “ฮ่าๆ เจ้าเนี่ยน้า” สิ้นเสียงนอร์ธวินเดลทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้อง

   “ว่าแต่ว่า เราคงไม่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟที่ทางเข้าแกรนฟอร์เรสอีกใช่มั๊ย”

   “ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวจะไม่ทันคนอื่น กดใบคาถาไปเลยแล้วกัน”


   เพียงพริบตาเดียวร่างสูงทั้งสองคนก็มาถึงยังจุดที่นัดกันเอาไว้...ป้อมชั่วคราวเดธวอลเลย์
เขตที่มีพื้นสีดินแดง ต้นไม้มีน้อยและพืชส่วนใหญ่เป็นพืชทนแรงทั้งที่ก็ยังไม่สายนัก แต่แสงแดดกลับร้อนระอุอย่างไม่น่าให้อภัย



   “ให้ตายสิ เดธวอลเลย์นี่ร้อนชะมัด” ลาทาเลียสบ่นอุบอิบ สายตาสอดส่องหาผู้พันสูงสุด

   “เฮ้ ทางนี้นอร์ธวินเดล ลาทาเลียส” ทั้งสองหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่าทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้วขาดก็แต่ท่านผู้พันคาร์เตอร์เท่านั้น

   “พวกเจ้ามาช้านะ ต้องทำงานช่วยข้ารู้หรือเปล่า” เซรีนพูดขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

   “คงจะไม่ได้หรอกเซรีน เพราะทางนี้ก็ยุ่งสุดๆเลยล่ะ แต่ถ้าให้เลี้ยงข้าวเจ้าสักมื้อ...พอไหว”
ลาทาเลียสเอ่ยตอบด้วยทีเล่นทีจริง

   “ชิ! แต่...เอางั้นก็ได้”

   “ท่านผู้พันมาแล้ว”
เสียงทุ้มของลูคัสดังขึ้นทำให้ทั้งหมดหันไปสนใจกับท่านผู้พันคาร์เตอร์

   “สวัสดีทุกคน วันนี้ต้องขอรบกวนด้วยนะ” ผู้มาใหม่ยิ้มให้อย่างใจดี

   “พวกข้ายินดีท่านผู้พัน” อังเดรพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มตอบ

   “แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงกันว่าจะไปตามหาไข่นั่นได้ที่ไหนน่ะ ท่านผู้พัน” เมย่าเอ่ยถามขึ้น

   “ในป่าวินเดิ้ลวูด ที่นั่นที่ราชามังกรเกเลี่ยนบอกว่าไข่ของมันหายไป”

   “ป่านั่นแคบๆซะที่ไหนแถมยังเป็นเขาวงกตอีกต่างหาก”
สการ์เล็ตเอ่ยขึ้น

   “นั่นน่ะสิ”
   

  “แล้ว...เราจะไปกันได้หรือยังถ้าช้ากว่านี้ไข่จิ้งจก ไม่สิ จิ้งจกมีปีกอาจจะถูกเอาไปต้มกินก่อนก็ได้นะ”
สิ้นเสียงเบลดมาสเตอร์หนุ่ม หัวหน้าสมาคมทั้ง 12 ก็ออกเดินทาง

   “ฝากด้วยนะทุกคน” ผู้พันคาร์เตอร์เอ่ยลา



......................................................................................



   “ว่ายังไง? มีธุระอะไรกับเรารึ อิอิ” ชาวเผ่าตัวสีเขียว ที่ถูกเรียกว่า สามสหายขบวนการรถไฟฟ้าเถื่อน เอ่ยหลังขณะที่หัวหน้าสมาคมทั้ง 12 เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

   “เหมือนเดิม”

   “ไม่ทราบว่าท่านต้องการเดินทางไปยังเมืองใด อิ๊ ฮิ๊?”

   "วินเดิ้ลวูด"





................................................................................................
   



มาลงก่อน 50% จ้า เดี๋ยววันหลังจะมาต่อให้จบ  g#008


No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2011, 11:30:45 »
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 05, 2012, 14:41:49 »
NEVER ENDING
ASURA CITY





Chapter    6 : มุ่งสู่ป่าวินเดิ้ลวูด [50%]




[ ณ หมู่บ้านเอลฟ์ ]


   แสงแดดลอดผ่านม่านทางหน้าต่างกระทบพื้นห้องบ่งบอกถึงรุ่งอรุณวันใหม่ที่มาเยือนเจ้าของห้องลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยท่าทางัวเงีย เขาเดินไปที่หน้าต่างแหวกม่านที่บดบังแสงแดดออก ผืนป่าที่ทอดยาวออกไป ต้นไม้เขียวชอุ่ม มอนสเตอร์ต่างพากันเดินวกไปวนมาในพื้นที่นั้นร้องส่งเสียงระงม 

ดินแดนเอลฟ์ ยังคงสวยงามเช่นเดิมในสายตาเขา

   “นอร์ธวินเดลลลลลลล” ไม่นานนักก็มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องพร้อมกับที่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง

   “ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งแล้วนะลาทาเลียส ว่าถ้าจะเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะประตูก่อน” เจ้าของห้องตอบออกไปด้วยน้ำเสียงดุ

   “หรอ ข้าไม่เห็นจำได้” มีที่ไหนที่ลาทาเลียสจะสำนึกผิด “นี่มันสายแล้วนะเราต้องไปตามหาไข่มังกรไม่ใช่หรอ” ลาทาเลียสพูดพร้อมกับทำเสียงดุใส่นอร์ธวินเดลบ้าง

   “นั่นสินะ” นอร์ธวินเดลพูดพร้อมกับร่ายคาถา ฉับพลันเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็กลายเป็นชุดคลุมเวทย์ของเขา

   “ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ข้าต้องตื่นแต่เข้ามาเตรียมลูกธนู เจ้าร่ายเวทย์ทีเดียวทั้งเสื้อผ้า ทั้งคฑามาพร้อมเลย” ลาทาเลียสพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าหงุดหงิด ทำให้นอร์ธวินเดลอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

   “ฮ่าๆ เจ้าเนี่ยน้า” สิ้นเสียงนอร์ธวินเดลทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้อง

   “ว่าแต่ว่า เราคงไม่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟที่ทางเข้าแกรนฟอร์เรสอีกใช่มั๊ย”

   “ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวจะไม่ทันคนอื่น กดใบคาถาไปเลยแล้วกัน”


   เพียงพริบตาเดียวร่างสูงทั้งสองคนก็มาถึงยังจุดที่นัดกันเอาไว้...ป้อมชั่วคราวเดธวอลเลย์
เขตที่มีพื้นสีดินแดง ต้นไม้มีน้อยและพืชส่วนใหญ่เป็นพืชทนแรงทั้งที่ก็ยังไม่สายนัก แต่แสงแดดกลับร้อนระอุอย่างไม่น่าให้อภัย



   “ให้ตายสิ เดธวอลเลย์นี่ร้อนชะมัด” ลาทาเลียสบ่นอุบอิบ สายตาสอดส่องหาผู้พันสูงสุด

   “เฮ้ ทางนี้นอร์ธวินเดล ลาทาเลียส” ทั้งสองหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่าทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้วขาดก็แต่ท่านผู้พันคาร์เตอร์เท่านั้น

   “พวกเจ้ามาช้านะ ต้องทำงานช่วยข้ารู้หรือเปล่า” เซรีนพูดขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

   “คงจะไม่ได้หรอกเซรีน เพราะทางนี้ก็ยุ่งสุดๆเลยล่ะ แต่ถ้าให้เลี้ยงข้าวเจ้าสักมื้อ...พอไหว”
ลาทาเลียสเอ่ยตอบด้วยทีเล่นทีจริง

   “ชิ! แต่...เอางั้นก็ได้”

   “ท่านผู้พันมาแล้ว”
เสียงทุ้มของลูคัสดังขึ้นทำให้ทั้งหมดหันไปสนใจกับท่านผู้พันคาร์เตอร์

   “สวัสดีทุกคน วันนี้ต้องขอรบกวนด้วยนะ” ผู้มาใหม่ยิ้มให้อย่างใจดี

   “พวกข้ายินดีท่านผู้พัน” อังเดรพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มตอบ

   “แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงกันว่าจะไปตามหาไข่นั่นได้ที่ไหนน่ะ ท่านผู้พัน” เมย่าเอ่ยถามขึ้น

   “ในป่าวินเดิ้ลวูด ที่นั่นที่ราชามังกรเกเลี่ยนบอกว่าไข่ของมันหายไป”

   “ป่านั่นแคบๆซะที่ไหนแถมยังเป็นเขาวงกตอีกต่างหาก”
สการ์เล็ตเอ่ยขึ้น

   “นั่นน่ะสิ”
   

  “แล้ว...เราจะไปกันได้หรือยังถ้าช้ากว่านี้ไข่จิ้งจก ไม่สิ จิ้งจกมีปีกอาจจะถูกเอาไปต้มกินก่อนก็ได้นะ”
สิ้นเสียงเบลดมาสเตอร์หนุ่ม หัวหน้าสมาคมทั้ง 12 ก็ออกเดินทาง

   “ฝากด้วยนะทุกคน” ผู้พันคาร์เตอร์เอ่ยลา



......................................................................................



   “ว่ายังไง? มีธุระอะไรกับเรารึ อิอิ” ชาวเผ่าตัวสีเขียว ที่ถูกเรียกว่า สามสหายขบวนการรถไฟฟ้าเถื่อน เอ่ยหลังขณะที่หัวหน้าสมาคมทั้ง 12 เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

   “เหมือนเดิม”

   “ไม่ทราบว่าท่านต้องการเดินทางไปยังเมืองใด อิ๊ ฮิ๊?”

   "วินเดิ้ลวูด"

   


    
         เสียงหวูดรถไฟเคล้ากับเสียงล้อเหล็กกระทบราง ดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อรถไฟเดินทางออกจากสถานีเดธวอลเลย์ เพื่อไปยังจุดหมาย        

      ‘วินเดิ้ลวูด’


   ไม่นานนักหัวหน้าสมาคมทั้ง 12 ก็มาถึงยังจุดหมายปลายทาง วินเดิ้ลวูด บนพื้นหญ้าสีเขียวมีกระโจมหลายหลังเรียงรายกันเป็นระเบียบ ไม่ได้หลังใหญ่มากนัก ดูเรียบๆง่ายๆ คนส่วนมากมาที่นี่เพื่อเป็นทางผ่านเสียมากกว่า ชาวบ้านของที่นี่เป็น ‘ชาวสมิง’ ที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และได้ชื่อว่าเป็นป่าเขาวงกต และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เมืองนี้คนไม่ค่อยพลุกพล่านก็เป็นได้

   “โห เงียบกว่าที่คิดแหะ”

   “นั่นน่ะสิ ถึงจะรู้มาก่อนว่าไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านก็เถอะ ยังอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี”

   “ข้าว่าเป็นแบบนี้อาจจะดีก็ได้ เราจะได้ทำงานกันง่ายขึ้น”

   “โอ้ เยส! ลูคัสพูดถูก”
หัวหน้าสมาคมเบลดมาสเตอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าทางที่ไม่เข้ากับอายุของเจ้าตัว เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่ขาดสาย

   …‘ปัญญาอ่อน’… ลาทาเลียสเอ่ยขึ้นในใจ …‘ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าหมอนี่เลย’…

   “อะ...อ้าว ท่านหัวหน้าสมาคม มาทำอะไรที่นี่กันหรือคะ อยู่กันพร้อมหน้าเชียว” อคาเดมีประจำวินเดิ้ลวูดเอ่ยถามขึ้น เพราะนานๆทีจะได้เห็นเหล่าหัวหน้าสมาคมอยู่กันพร้อมหน้าสักที

   “พวกข้ามาทำธุระน่ะ...ว่าแต่ลิเดียร์ถ้าพวกข้าจะเข้าไปในป่า...” ไม่ทันที่อังเดรจะพูดจบเสียงใสๆก็ขัดขึ้นก่อน

   “ป่าวินเดิ้ลวูดน่ะหรือคะ คงต้องไปขอร้องท่าน เคง ซูล ข่านด้วยนะคะ” สิ้นเสียงอคาเดมีสาวสวยทั้งหมดก็มองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ใครๆก็รู้หัวหน้าหมู่บ้านวินเดิ้ลวูดไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นผู้มาเยือนก็เร่งฝีเท้าไปยังหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ดี


  “ท่านเคงซูลข่าน” เสียงของอังเดรเรียกให้หัวหน้าหมู่บ้านหันหน้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก

   “โฮก กรร! อะไรกันมนุษย์อีกแล้วรึพวกเจ้ามีอะไรจงว่ามา” น้ำเสียงที่ตอบมาแทบจะทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบได้เลยล่ะ

   “พวกข้าจะเข้าไปในป่าวินเดิ้ลวูด”

   “กรร! พวกเจ้าจะเข้าไปทำไม”

   “พวกข้ามีเหตุจำเป็นที่ต้องไป”

   “โฮก! ถ้าพวกเจ้ามั่นใจว่าจะมีปัญญาออกมาได้ละก็ เชิญ กรร!”
คำอนุญาตที่ดูไม่เต็มใจเท่าไหร่นักหลุดออกมาจากปากหัวหน้าหมู่บ้านก่อนจะหันหลังให้แล้วเข้าไปในกระโจมของตน

   “เฮ้! เมย่า เขาแช่งเราป่าววะ” ไซเฟอร์กระซิบถามเพื่อนรัก เมย่ายักไหล่ แบมือบ่งบอกว่า ‘ไม่รู้เหมือนกัน คงงั้นมั้ง’

   “จะช้าอยู่ใย เขาอนุญาตแล้ว(ถึงจะไม่เต็มใจ)ไปกันได้แล้ว” เสียงของไซเฟอร์ดังขึ้นพร้อมๆกับที่เจ้าตัววิ่งออกหน้าไปไกล

   “เจ้านั่นคึกคักได้ตลอดเวลาจริงๆ” วอร์ลอคสาวสวยเอ่ยขึ้น

   “อ้าว แล้วนั่นวิ่งกลับมาทำไม” ราธเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปทางข้างหน้าเรียกสายตาจากทุกคนหันไปมอง เมื่อเห็นคนที่นำหน้าไปก่อนเพื่อนวิ่งกลับมา

   “มีอะไรไซเฟอร์ วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว”

   “คืองี้นะ เซรีน...”

   “ว่า?”

    “ข้าไปไม่ถูก ไม่รู้จักทางน่ะ”

   


...



To be continued…
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 05, 2012, 14:48:45 »
^
^


ลืมแก้ข้างบน  g#002 Chapter 6 : มุ่งสู่ป่าวินเดิ้ลวูด ครบ 100% แล้ว
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Dhiea'Joshua

  • เด็กยุคใหม่ ไม่พูดภาษา "วิบัติ" กันนะคะ
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,326
  • อย่าเอาความงี่เง่าของตัวเอง มาเปรียบใส่คนอื่น นะจ๊ะ ♥
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 05, 2012, 23:41:26 »
ชอบมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ g#006 g#006

CO"

  • มังกี้ ดี ลูฟี่
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 576
  • ผมกากนะ ไม่เชื่อเจอได้
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 08, 2012, 18:04:20 »
สนุกมากมาย.. woon_love woon_love

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 00:26:51 »
ชอบมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ g#006 g#006


สนุกมากมาย.. woon_love woon_love




กำลังใจเต็มเปี่ยม  woon_love ขอบคุณเด้อค่ะเด้อ

ปล.วันนี้ตั้งใจมาอัพพพพ
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 00:49:40 »

NEVER ENDING
ASURA CITY





Chapter 7 : Maze [70%]




   “ข้าไปไม่ถูก ไม่รู้จักทางน่ะ”


   ‘แล้วดันวิ่งไปก่อนเพื่อนเนี่ยนะ’ เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมๆกับที่หลายคนตบหน้าผากตัวเอง


   “เดี๋ยวข้าจะนำทางเอง”


   “เจ้าไปถูกหรือไง ราธ”


   “ข้าเคยเข้ามา’ชิง’ของจากมอนเตอร์ที่นี่...อืม นานมากแล้วอ่านะ”
ถ้าฟังดีๆจะรู้ว่า ‘นานมากแล้ว’ ของราธหมายถึงว่า เขาจำทางไม่ได้แล้ว



   เสียงฝีเท้ากระทบเศษหญ้าเคล้ากับเสียงมอนสเตอร์ดังขึ้นตลอดสาย ‘วินเดิ้ลวูด’ ช่างอุดมสมบูรณ์เมื่อเทียบกับเดธวอลเลย์ มีต้นไม้เขียวชอุ่มพอๆกับเอลฟ์ สองข้างทางร่ายล้อมไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิด


   “ราธ เจ้าพาพวกเรามาหาเซียนหญ้าทำไม”


   “เถอะน่า อย่าใจร้อนสิสกาเล็ต”
คนถามได้แต่ทำหน้างอ เขาชอบยืนรอนานๆซะที่ไหน


   “ท่านเซียนหญ้า!” ชายร่างท้วมที่กำลังก้มๆเงยอยู่ก็ยืนเหยียดเต็มความสูง


   “อ้าวเจ้าราธนี่เอง นึกว่าใคร แล้วมากันทำไม ’เป็นฝูง’...จะยกพวกไปตีกับใครล่ะนั่น” เซียนหญ้าพูดพร้อมเหลือบตาไปมองทั้ง 11 คน


   ‘เป็นฝูง’ คำพูดที่ดูไม่จริงจังแต่ทำให้คนถูกพาดพิงมองหน้ากันเลิกลั๊ก


   “เปล่าหรอกครับ พวกข้ามาหาของ...ท่านเซียนหญ้าข้ามีเรื่องอยากจะถามน่ะครับ”


   “เอ้า ว่ามาสิราธ”


   “ช่วงนี้ท่านเซียนหญ้าเห็นอะไรแปลกๆในป่าบ้างหรือเปล่า”


   “ไม่นี่ข้าไม่เห็นนะ...อืม...จะว่าไปวันก่อนข้าเห็นคนเข้ามาในป่าด้วยนะ”


   “จริงหรือครับ แล้วท่านพอจะจำได้ไหมครับว่าเป็นใคร”


   “ข้าอยู่แต่ในป่าไม่รู้จักใครหรอก แต่ที่แน่ๆ ’สวย’ ทีเดียวเชียว อ่อแล้วก็สวม ’หมวกสีน้ำตาล’ ด้วยนะ”





   “ราธ! เจ้าพอจะรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงที่เซียนหญ้าพูดน่ะ หมายถึงใคร” อังเดรถามขึ้นเมื่อเห็นคนที่เดินนำหน้าทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักหลังจากที่แยกกับเซียนหญ้ามา


   “คุ้นๆนะ แต่ข้าไม่มั่นใจเท่าไหร่”


   “......”



   เท้าทั้ง 12 คู่เดินเรียบไปตามทางต้นไม้ ในป่านี้แทบจะไม่ได้ต่างกับในหมู่บ้านสักเท่าไหร่ เพียงแต่ในหมู่บ้านมีกระโจมเท่านั้น เท้าทั้ง 12 คู่หยุดลงเมื่อมาถึงวาบทางเข้าสู่ เขาวงกต



   “ข้าว่าเราควรจะแยกกันตามหา”


   “ข้าก็คิดเช่นนั้นลูคัส”


   “งั้นตกลงตามนี้แบ่งกลุ่มกันไปเมื่อมีใครเจอก็ให้ส่งสัญญาณบอกแล้วกลับมารวมกันที่นี่ ตกลงไหม?”


   “เอาไงเอากัน” เซรีนเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับที่ทุกคนพยักหน้า


   “ลูคัส เรน่า ราธ พวกเจ้าไปด้วยกัน”


   “ของมันแน่ท่านอังเดร”
เรน่าเอ่ยพร้อมกับเรียกหมาป่าสีน้ำเงินประจำตัวออกมา


   “ลาทาเลียสไปกับนอร์ธวินเดล แล้วก็ไซเฟอร์เจ้าไปกับเมย่า” คนถูกเอ่ยชื่อพยักหน้ารับ


   “ที่เหลือก็เฮียโจ เซรีน แล้วก็สกาเล็ตพวกเจ้าไปด้วยกันก็แล้วกันส่วนข้าจะไปกับอากัสซี่”


   “ท่านอังเดร! จะให้ข้าไปกับสกาเล็ตเนี่ยนะ”


   “นั่นสิ ข้าว่าเซรีนจะไปเกะกะข้าเปล่าๆนะ”


   “เจ้านั่นแหล่ะสกาเล็ตที่เกะกะข้า”


   “2.5 M ค่าซ่อมเดธวอลเลย์พวกเจ้ายังจ่ายไม่ครบนะ”
อังเดรรีบขัดขึ้นเมื่อทั้งเพื่อนสนิททั้งสองสาวกำลังจะกระโจนเข้าใส่กัน ทำให้ทั้งสองถึงกับนิ่ง


   ‘งกจริง’


   ‘ชิ’



   “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน...เข้าวาบกันเถอะ”



   
หัวหน้าสมาคมทั้งสิบสองก้าวเข้าวาบ วงแหวนเวทย์สีฟ้าสดใสแต้มลวดลายของคาถาเวทย์มนต์ เพียงพริบตาก็ไปยังอีกแมพหนึ่ง


“นี่ทุกโคนนนน ระวังหลงทางนะ” คำพูดที่ไม่น่าหลุดออกมาจากปากของไซเฟอร์ทำให้เกิดเสียงหัวเราะพรืด


“คำนั้น ข้าคืนให้เจ้าแล้วกันนะไซเฟอร์ ฮ่าๆ”


“ชิ”





ทางด้าน ลูคัส เรน่า และราธ


   ฉวะ! โครม!


   “เฮ้! ลูคัสเจ้าทำอะไรน่ะ”


   “ทำสัญลักษณ์ไว้ไงเผื่อจะหลงทาง”
ที่ราธเอ่ยถามไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังทำ ‘สัญลักษณ์’ เพื่อไม่ให้หลงทางแต่ปกติเขาจะกรีดต้นไม้แค่พอให้มองเห็น แต่นี่...

   “ข้ารู้ แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ ทำไมเจ้าต้องตัดทั้งต้นต่างหาก”


   “อ้าว! เขาไม่ได้ทำกันแบบนี้หรอกหรอ”
ลูคัสถามอย่างซื่อๆแต่ทำเอาอีกคนถึงกับกุมขมับ ในขณะที่เรน่ากำลังหัวเราะร่วน


   ‘จะเกรียนไปถึงไหนกันฟะ เจ้าเบอร์เซอร์เกอร์นี่’


   “เอาเถอะๆเจ้าอยากทำแบบไหนก็ทำไปเถอะ” ถึงบอกไปเจ้านั่นก็ตัดทั้งต้นอยู่ดี


   “ข้าว่าทำแบบนี้ก็ดีนะ ฮ่าๆ จะได้เห็นชัดดี ฮะๆ”


   “เจ้านี่ก็บ้าไปตามเจ้านั่นนะเรน่า”
ราธถอนหายใจอีกครั้งพร้อมกับมองเพื่อนทั้งสอง ‘ทำสัญลักษณ์’ อย่างเมามันส์ คนหนึ่งตวัดขวานคมไปที่ลำต้นของต้นไม้ฉับพลันต้นไม้ใหญ่ก็ขาดสะบั้น ในขณะที่อีกคนควบคุมหมาป่าตัวใหญ่พุ่งไปกัดต้นไม้เห็นเป็นรอยกัดอันใหญ่ นี่ถ้ากัดคน คงจะไม่เหลือ


   ‘เจ้าพวกนั้นเป็นคนแน่รึเปล่าฟะ’


   โครม!




●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●



Time : 0.45 ขอมาลงก่อน 70% จ้า เดี๋ยวมาอัพต่อ ><


 g#018 พรุ่งนี้สอบประวัติศาสตร์ยังไม่อ่านหนังสือเลย  g#002 
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 16, 2012, 00:53:08 »

NEVER ENDING
ASURA CITY





Chapter 7 : Maze [100%]




   “ข้าไปไม่ถูก ไม่รู้จักทางน่ะ”


   ‘แล้วดันวิ่งไปก่อนเพื่อนเนี่ยนะ’ เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมๆกับที่หลายคนตบหน้าผากตัวเอง


   “เดี๋ยวข้าจะนำทางเอง”


   “เจ้าไปถูกหรือไง ราธ”


   “ข้าเคยเข้ามา’ชิง’ของจากมอนเตอร์ที่นี่...อืม นานมากแล้วอ่านะ”
ถ้าฟังดีๆจะรู้ว่า ‘นานมากแล้ว’ ของราธหมายถึงว่า เขาจำทางไม่ได้แล้ว



   เสียงฝีเท้ากระทบเศษหญ้าเคล้ากับเสียงมอนสเตอร์ดังขึ้นตลอดสาย ‘วินเดิ้ลวูด’ ช่างอุดมสมบูรณ์เมื่อเทียบกับเดธวอลเลย์ มีต้นไม้เขียวชอุ่มพอๆกับเอลฟ์ สองข้างทางร่ายล้อมไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิด


   “ราธ เจ้าพาพวกเรามาหาเซียนหญ้าทำไม”


   “เถอะน่า อย่าใจร้อนสิสกาเล็ต”
คนถามได้แต่ทำหน้างอ เขาชอบยืนรอนานๆซะที่ไหน


   “ท่านเซียนหญ้า!” ชายร่างท้วมที่กำลังก้มๆเงยอยู่ก็ยืนเหยียดเต็มความสูง


   “อ้าวเจ้าราธนี่เอง นึกว่าใคร แล้วมากันทำไม ’เป็นฝูง’...จะยกพวกไปตีกับใครล่ะนั่น” เซียนหญ้าพูดพร้อมเหลือบตาไปมองทั้ง 11 คน


   ‘เป็นฝูง’ คำพูดที่ดูไม่จริงจังแต่ทำให้คนถูกพาดพิงมองหน้ากันเลิกลั๊ก


   “เปล่าหรอกครับ พวกข้ามาหาของ...ท่านเซียนหญ้าข้ามีเรื่องอยากจะถามน่ะครับ”


   “เอ้า ว่ามาสิราธ”


   “ช่วงนี้ท่านเซียนหญ้าเห็นอะไรแปลกๆในป่าบ้างหรือเปล่า”


   “ไม่นี่ข้าไม่เห็นนะ...อืม...จะว่าไปวันก่อนข้าเห็นคนเข้ามาในป่าด้วยนะ”


   “จริงหรือครับ แล้วท่านพอจะจำได้ไหมครับว่าเป็นใคร”


   “ข้าอยู่แต่ในป่าไม่รู้จักใครหรอก แต่ที่แน่ๆ ’สวย’ ทีเดียวเชียว อ่อแล้วก็สวม ’หมวกสีน้ำตาล’ ด้วยนะ”





   “ราธ! เจ้าพอจะรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงที่เซียนหญ้าพูดน่ะ หมายถึงใคร” อังเดรถามขึ้นเมื่อเห็นคนที่เดินนำหน้าทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักหลังจากที่แยกกับเซียนหญ้ามา


   “คุ้นๆนะ แต่ข้าไม่มั่นใจเท่าไหร่”


   “......”



   เท้าทั้ง 12 คู่เดินเรียบไปตามทางต้นไม้ ในป่านี้แทบจะไม่ได้ต่างกับในหมู่บ้านสักเท่าไหร่ เพียงแต่ในหมู่บ้านมีกระโจมเท่านั้น เท้าทั้ง 12 คู่หยุดลงเมื่อมาถึงวาบทางเข้าสู่ เขาวงกต



   “ข้าว่าเราควรจะแยกกันตามหา”


   “ข้าก็คิดเช่นนั้นลูคัส”


   “งั้นตกลงตามนี้แบ่งกลุ่มกันไปเมื่อมีใครเจอก็ให้ส่งสัญญาณบอกแล้วกลับมารวมกันที่นี่ ตกลงไหม?”


   “เอาไงเอากัน” เซรีนเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับที่ทุกคนพยักหน้า


   “ลูคัส เรน่า ราธ พวกเจ้าไปด้วยกัน”


   “ของมันแน่ท่านอังเดร”
เรน่าเอ่ยพร้อมกับเรียกหมาป่าสีน้ำเงินประจำตัวออกมา


   “ลาทาเลียสไปกับนอร์ธวินเดล แล้วก็ไซเฟอร์เจ้าไปกับเมย่า” คนถูกเอ่ยชื่อพยักหน้ารับ


   “ที่เหลือก็เฮียโจ เซรีน แล้วก็สกาเล็ตพวกเจ้าไปด้วยกันก็แล้วกันส่วนข้าจะไปกับอากัสซี่”


   “ท่านอังเดร! จะให้ข้าไปกับสกาเล็ตเนี่ยนะ”


   “นั่นสิ ข้าว่าเซรีนจะไปเกะกะข้าเปล่าๆนะ”


   “เจ้านั่นแหล่ะสกาเล็ตที่เกะกะข้า”


   “2.5 M ค่าซ่อมเดธวอลเลย์พวกเจ้ายังจ่ายไม่ครบนะ”
อังเดรรีบขัดขึ้นเมื่อทั้งเพื่อนสนิททั้งสองสาวกำลังจะกระโจนเข้าใส่กัน ทำให้ทั้งสองถึงกับนิ่ง


   ‘งกจริง’


   ‘ชิ’



   “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน...เข้าวาบกันเถอะ”



   
หัวหน้าสมาคมทั้งสิบสองก้าวเข้าวาบ วงแหวนเวทย์สีฟ้าสดใสแต้มลวดลายของคาถาเวทย์มนต์ เพียงพริบตาก็ไปยังอีกแมพหนึ่ง


“นี่ทุกโคนนนน ระวังหลงทางนะ” คำพูดที่ไม่น่าหลุดออกมาจากปากของไซเฟอร์ทำให้เกิดเสียงหัวเราะพรืด


“คำนั้น ข้าคืนให้เจ้าแล้วกันนะไซเฟอร์ ฮ่าๆ”


“ชิ”





ทางด้าน ลูคัส เรน่า และราธ


   ฉวะ! โครม!


   “เฮ้! ลูคัสเจ้าทำอะไรน่ะ”


   “ทำสัญลักษณ์ไว้ไงเผื่อจะหลงทาง”
ที่ราธเอ่ยถามไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังทำ ‘สัญลักษณ์’ เพื่อไม่ให้หลงทางแต่ปกติเขาจะกรีดต้นไม้แค่พอให้มองเห็น แต่นี่...

   “ข้ารู้ แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ ทำไมเจ้าต้องตัดทั้งต้นต่างหาก”


   “อ้าว! เขาไม่ได้ทำกันแบบนี้หรอกหรอ”
ลูคัสถามอย่างซื่อๆแต่ทำเอาอีกคนถึงกับกุมขมับ ในขณะที่เรน่ากำลังหัวเราะร่วน


   ‘จะเกรียนไปถึงไหนกันฟะ เจ้าเบอร์เซอร์เกอร์นี่’


   “เอาเถอะๆเจ้าอยากทำแบบไหนก็ทำไปเถอะ” ถึงบอกไปเจ้านั่นก็ตัดทั้งต้นอยู่ดี


   “ข้าว่าทำแบบนี้ก็ดีนะ ฮ่าๆ จะได้เห็นชัดดี ฮะๆ”


   “เจ้านี่ก็บ้าไปตามเจ้านั่นนะเรน่า”
ราธถอนหายใจอีกครั้งพร้อมกับมองเพื่อนทั้งสอง ‘ทำสัญลักษณ์’ อย่างเมามันส์ คนหนึ่งตวัดขวานคมไปที่ลำต้นของต้นไม้ฉับพลันต้นไม้ใหญ่ก็ขาดสะบั้น ในขณะที่อีกคนควบคุมหมาป่าตัวใหญ่พุ่งไปกัดต้นไม้เห็นเป็นรอยกัดอันใหญ่ นี่ถ้ากัดคน คงจะไม่เหลือ


   ‘เจ้าพวกนั้นเป็นคนแน่รึเปล่าฟะ’


   โครม!







ทางด้าน ลาทาเลียส และ นอร์ธวินเดล


แกรกๆ เสียงดินสอครูดกับแผ่นกระดาษบนสมุดเล่มเล็กดังอย่างต่อเนื่องพร้อมๆกับที่นักเวทย์กวาดสายตาไปมองรอบๆ


“นอร์ธวินเดล เจ้าทำอะไรน่ะ”


“วาดแผนที่คร่าวๆน่ะ”
เจ้าของชื่อตอบออกไปโดยที่สายตายังไม่ละไปจากสมุดเล่มเล็ก


“ข้าชักจะเวียนหัวซะแล้วสิ เดินวนไปวนมาหลายรอบแล้ว”  ถึงแม้ว่าเมืองเอลฟ์จะเป็นเขาวงกตเหมือนกับวินเดิ้ลวูด แต่ที่นั่นเขารู้ทางเป็นอย่างดีขนาดที่ว่าเดินหลับตากลับยังได้


‘ให้ตายสิ’


“ลงวาบล่างแล้วกัน” นอร์ธวินเดลเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงยหน้ามาจากสมุดเล่มเล็ก


“เดี๋ยว นอร์ธวินเดล เจ้าไม่ทำสัญลักษณ์ไว้หรอ”


“ข้าว่ามันไม่จำเป็น”
ลาทาเลียสส่งสายตาเชิงคำถามไปให้นอร์ธวินเดล “ดูโน่น” ลาทาเลียสหันหน้าไปตามที่นอร์ธวินเดลชี้


“......” ภาพที่เห็นทำให้ลาทาเลียสอึ้งไปเล็กน้อย ต้นไม้ล้มระเนระนาด รอยต้นไม้โดนฟันและรอยเหมือนโดนสัตว์อะไรสักอย่างกัด


“มีคนทำไว้ก่อนเราแล้ว ไปต่อเถอะ”


“เจ้าพวกนั้น โค่นต้นไม้เลยหรอ”






ทางด้าน เฮียโจ เซรีน และสกาเล็ต


“เจ้าพาข้าหลงมาแมพเดิมอีกแล้วนะเซรีนนนน”


“เจ้านั่นแหล่ะที่พาข้าหลงน่ะสกาเล็ต ไหนเจ้าบอกว่าลงวาบล่างแล้วจะไปหาทางออกได้ไง”


“เจ้าก็เหมือนกันนั่นแหล่ะไหนบอกว่าขึ้นบนแล้วจะหาทางออกได้ไง”



เฮียโจที่ตอนนี้กำลังจะบ้าตายเพราะสองสาวทะเลาะกัน กุมศรีษะพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน


“พวกเจ้าน่ะ! พอเถอะ! ข้าไม่มีสมาธิ”


“ช่างหัวเจ้าสิ!” มันได้ผลซะที่ไหน...


“งั้นตามใจพวกเจ้าเถอะ”
เฮียโจตัดใจพร้อมๆกับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ทำเอาสองเพื่อนรัก(?)ชะงัก


“เฮียโจ รอพวกข้าด้วยสิข้ากลับเองไม่ถูกนะ”





ทางด้าน อังเดร และ อากัสซี่

“ท่านอังเดรคะ เราก็ตามหากันมานานแล้วแต่กลับไม่เจอสักทีข้าคิดว่า...” ไม่ทันที่จะได้พูดจบคนข้างเหมือนจะพอเดาออกจึงพูดขัดขึ้นก่อน


“เจ้าคิดว่าไข่มังกรไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่ไหม?” อากัสซี่ได้เพียงแต่พยักหน้าแทนคำตอบ


“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น”


“แล้วทำไม...”


“คำพูดของเซียนหญ้าทำให้ข้าคิดว่า ราธน่าจะพอเดาออกว่าเป็นใคร เพียงแต่รอให้แน่ใจก่อนเท่านั้น”


“เป็นอย่างนี้เองหรือคะ”


“ว่าแต่เจ้าน่ะ เดินไหวหรือเปล่า”
อังเดรหันไปถามเมื่อเห็นคนข้างๆเริ่มเหงื่อตก


“วะ...ไหวค่ะ” คำตอบของอากัสซี่ทำให้อังเดรลอบยิ้ม


‘โกหกไม่เก่งเอาซะเลย นะอากัสซี่’


“งั้นเรากลับกันเถอะ อยู่ต่อไปคงจะไม่เจออะไรอยู่ดี”


“อะ...เอ๋”
มือใหญ่จับข้อมือเล็กเอาไว้แน่น เพียงพริบตาเดียวร่างทั้งสองก็มาอยู่จุดที่นัดพบกันไว้


“ข้าอมลูกอมจดจำสถานที่เอาไว้น่ะ” อังเดรตอบขึ้นเมื่อเห็นอากัสซี่ทำท่าจะสงสัย


“ค่ะ”


“ข้าคิดว่าคนอื่นๆก็อมลูกอมเอาไว้เช่นเดียวกัน เว้นก็แต่...จะมีพวกซื่อบื้อบางคน...”






ทางด้าน ไซเฟอร์ และ เมย่า

ฮัดชิ่ว!!


“ข้าว่าต้องมีคนแอบนิทาข้าแน่ๆเลยจามมาสาม ฮะ...ฮัดชิ่ว สามรอบแล้ว”


“ข้าไง กำลังนินทาเจ้าอยู่ในใจเนี่ย”
คำพูดทีเล่นทีจริงของเมย่าทำเอาอีกคนนิ่วหน้า


“ข้าว่าแล้วว่าต้องเป็นเจ้า...ว่าแต่เมย่าเจ้าว่าต้นไม้ต้นนี้มันคุ้นๆไหม?”


“จะไม่คุ้นได้ไงเราเดินวนแมพนี้มาสามรอบแล้ว”


“แหม! ข้ารู้อยู่แล้วล่ะถามไปงั้นแหล่ะ”



‘มั่วนิ่มสุดๆ ไอ้หมอนี่’


“ขนาดนั้นเลย”


“ช่ายยยย”



แกรก!
เสียงชักดาบของไซเฟอร์ดังขึ้นเรียกให้เมย่าหันไปสบตา พร้อมๆกับที่เมย่าชักมัดสั้นออกมา


“ศัตรูหรือเปล่า”


“ข้าไม่แน่ใจ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้”






To be continued…



●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●



Time : 0.53  [16/01/55]

No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go