โพลล์

คิดว่าเรื่องนี้พอใช้ได้รึเปล่า?

โอเค
19 (55.9%)
พอประมาณ
4 (11.8%)
ไม่ดีเลย T^T
3 (8.8%)
ดีแล้วหล่ะ
8 (23.5%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 27

ปิดการโหวต: กันยายน 23, 2012, 00:02:13

ผู้เขียน หัวข้อ: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]  (อ่าน 27281 ครั้ง)

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: มีนาคม 20, 2013, 01:33:34 »

NEVER ENDING
ASURA CITY




Chapter 13 : อย่างมากก็แค่ตาย [100%]





เมื่อราวสิบนาทีก่อน

[ ณ เรดคลิฟ]



“เรียบร้อยไหมแบงค์?”

   
“ครับพี่แก๊งค์ผมพาคนแก่กับเด็กๆขึ้นเรือไปวิหารเมทัลหมดแล้ว ลุยเลยไหมพี่ทางสะดวกแล้ว”


“จัดการพวกมันอย่าให้เหลือ!!!”


“โอเคจัดไปครับพี่”




โครม!!! ตึง!!!

เสียงโครมครามดังสนั่น สองเท้าแนบพื้นรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินจะแยกออก แต่คงจะไม่ได้รับความสนใจเท่ากับมอนสเตอร์ร่างสูงใหญ่ ผิวกายสีน้ำตาลเข้มที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ ดวงตาคู่นั้นเพียงแต่พุ่งมองลงมา สายตาทุกคู่ เท้าทั้งสองข้างหยุดนิ่งราวกับถูกสะกด


“พี่แก๊งค์”


“หือ?”


“บอกผมทีสิ ตรงหน้าเรานี่ไม่ใช่ ไกเซอร์ ออกญาเขี้ยวทมิฬใช่ไหม?”


“ก็เห็นอยู่ชัดๆว่าใช่”


“มันไม่ได้เป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ในตำนานใช่ไหมพี่?”


“ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเป็น”



“Oh! God Why?”





อีกด้านหนึ่ง


“นายพามาที่นี่ทำไม” รองหัวหน้ากิลมารเอ่ยถามคนข้างหน้า ทันทีที่สองเท้าข้างหน้าพาเขาหยุดเดิน บรรยากาศร้อนระอุ ผืนดินสีน้ำตาลส้ม บอกให้รู้ว่าที่นี่เป็นเดธวอลเลย์ไม่ผิดแน่


“.....” ฝ่ายถูกถามไม่ปริปากบอกอะไร แต่ก้มเก็บหมุดเหล็กที่หล่นอยุ่ตรงพื้นขึ้นมาดูพลิกไปพลิกมาก


“ให้ตายเหอะ นายมาฉันเดินอ้อมเมืองเดธ แว๊บผ่านฟอท วกกลับมาที่แมพมังกรที่เดธ เพื่อมาดูเศษหมุดเหล็กเนี่ยนะ” เขาบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด ก็แน่ล่ะไอ้คนเดินนำหน้าพาเขาออกจากวินเดิ้ลวู้ด มาโผล่เดธ เข้าไปในป้อมเดธนั่งรถมาฟอทเดินไปสำรวจนี่นั่นในเมือง แล้วก็อ้อมไปโผล่แมพกัลก้า เดินต่อมาแมพมังกรเพื่อที่จะพาเขามาดูเศษหมุดเหล็ก คราวที่แล้วก็ทีนึง เขาล่ะสงสัยจริงๆว่าคนข้างหน้าเขานี่อยากจะแต่งงานกับหมุดเหล็กหรือยังไง!!! เห็นพลิกไปพลิกมาดูมันจัง


นี่ละนะ เขาว่ากันว่าคนฉลาดมักเข้าใจยาก!


“เลิกบ่นได้แล้วน่า”


“เหอะ!”



เท้าสองคู่เดินสำรวจแมพไปเรื่อยๆ สายตาสอดส่องหาร่องรอยการต่อสู้ไม่หยุดหย่อน บรรยากาศร้อนระอุของเดธวอลเลย์ยังส่องลงมากระทบกายไม่ขาดสาย


“มีอะไรอยากถามรึเปล่าคุณรองกิลมาร” อยู่ๆคนข้างหน้าก็เอ่ยปากถามขึ้นเอาเสียดื้อๆ ทำเอาคนเดินตามหลังสะดุ้งโหยง


“ทำไม! ถ้าฉันถามนายจะตอบให้รึไง?”


“ถามมาสิ”


“ติดไว้ก่อนละกัน ไว้จะถามวันหลัง”
เขามีคำถามอยากจะถามกองเป็นภูเขาแต่เอาเข้าจริงกลับไม่พูดออกมา ทำเอาอีกคนหันมามองพร้อมกับเลิกคิ้ว เขาไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรรองกิลอีโวแล้วจึงไม่จำเป็นต้องรู้เดี๋ยวนั้น แต่ที่ติดใจก็คือ

จะพามาตากแดดที่นี่ทำไม? ร้อนนะโว๊ย!!!


ถึงในใจจะบ่นว่าร้อนแต่สองเท้าก็เดินไม่หยุดหย่อน เหงื่อกาฬไหลลงมาอาบเสื้อเป็นทาง นี่ก็ผ่านไปเกือบ 10 นาทีแล้ว ทั้งสองก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด


“ไปกันเหอะ” จู่ๆฝ่ายที่ปิดปากเงียบมานานก็เอ่ยเสียงเรียบ


“หะ? ตรวจสอบเสร็จแล้วหรอ แล้วจะไปไหน?”


“เรดคลิฟ วาบไปเลยแล้วกัน”
ยังไม่ทันจะได้ถามคนพูดก็กดใบคาถาไปยังจุดหมาย ทำเอาคนข้างหลังต้องรีบวาบตามอย่างช่วยไม่ได้


เพียงพริบตาสองร่างก็วาบมาถึงยังจุดหมาย กลิ่นอายของชายทะเลลอยมาแตะจมูกบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขามาถึงเป้าหมายแล้ว แต่เมืองที่เงียบสงบอย่างเรดคลิฟกลับมีเสียงโครมคราม อีกทั้งเสียงคำรามที่หน้าเมืองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกความสนใจจากสองผู้มาใหม่ได้เป็นอย่างดี


“ไปดูกันเหอะ”


วาบสีฟ้าสว่างพาสองร่างมาถึงหน้าเมืองเรด และก็เป็นไปตามคาด ร่องรอยการต่อสู้อย่างหนักปรากฏชัดเจน ที่สำคัญเสียงของการต่อสู้ดูเหมือนจะยังไม่จบลงเสียด้วย


“เสียงมาจากทางนั้น”



โฮกกกกกกกกกกก!!!  กรรรรรรรรรรรรร!!!

มอนสเตอร์ร่างสูงใหญ่ปรากฏต่อหน้ากำลังปะทะกับคนสองคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี หัวหน้าสมาคมชิวๆ เลือดสีแดงข้นไหลลงมาตามเสื้อผ้า บ่งบอกว่าทั้งสองฝ่ายต่อสู้มาอย่างดุเดือดแค่ไหน


“โอ้โหไอ้คุณแก๊งค์โซโล่เดี่ยวกับมอนสเตอร์ในตำนานเลยหรอ...อ้าวเฮ้ย! รอด้วยดิวะ”


ฉัวะ!!!
กรงเล็บแหลมสะบัดมาหมายจะให้เฉือนคนตรงหน้า อีกฝ่ายก็ตั้งรับอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน แต่ร่างกายที่เริ่มอ่อนล้าเพราะผ่านการต่อสู้มานานจะรับได้ไม่ดีนัก กรงเล็กแหลมตวัดเข้าที่แขนแม้จะไม่ลึกมานักแต่สร้างความเจ็บปวดได้ไม่น้อย


ดวงตาเริ่มจะพร่าลงเรื่อยๆ แต่พอจะมองเห็นกรงเล็บแหลมที่มอสเตอร์ตรงหน้าสะบัดใกล้เขา สองมือเตรียมอาวุธตั้งรับ มีดสั้นกลับหล่นลงจากมือที่อ่อนแรง

ฉัวะ!!! เคร้ง!!!
เสียงกรงเล็บปะทะกับมีดสั้น ทำให้คนที่กำลังจะหยิบมีดสั้นที่หล่นลงจากมือเงยหน้าขึ้นมามอง ก็พบคนทั้งสองที่เขาเองก็คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังปกป้องเขาอยู่


“ตายรึยังน่ะนาย” รองกิลอีโวเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ


“อะไรกันไอ้คุณแก๊งค์มาโซโล่เดียวกับไกเซอร์เลยหรอ” น้ำเสียงกวนๆของอีกคนเอ่ยขึ้นตาม


“พวกนาย...แฮกๆ มาได้ยังไง”


“บังเอิญเดินผ่านมา”


“ขอบใจที่ช่วย”
ถึงแม้ปากจะไม่ค่อยดี แต่ก็มาช่วยเขาไว้ละนะ


“อย่าบอกนะว่าไอ้เสียงดังโครมครามคือเจ้านี่น่ะ”


“....”
คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบ


"เป็นไปได้ยังไงมอนสเตอร์ในตำนานมาบุกเมืองสองตนพร้อมกันขนาดนี้" รองกิลอีโวเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ


"ตอนนี้ไม่สำคัญหรอกว่าทำไมมันถึงมา สนใจดีกว่าว่าเราจะจัดการมันยังไงดีเพราะถ้าเราพลาดอาจจะหมายถึงความปลอดภัยของคนในเมืองด้วย" คำพูดที่ดูไม่สมกับเป็นรองกิลมาร ทำเอาอีกสองคนที่เหลือหันไปมองพร้อมเอ่ยปากแซวด้วยทีเล่นทีจริง


"ไม่น่าเชื่อ"


"เป็นไข้รึเปล่าวะ?"





[50%]










“ไอ้พวกนี้นี่” คนถูกแซวหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ “หมดมู้ดเป็นคนดีเลย”


กรรรรรรรรรร


“ไม่ต้องมาขู่เลยครับไอ้คุณหัวขวาน กลัวจนตัวสั่นหมดแล้ว”


เคร้งงงงงงงงงงง!!!! ฉัวะ!!!!


การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายก็ต่างก็ไม่ยอมแพ้แม้ว่าจะต้องเสียเลือดไปมากมาย



...



การต่อสู้ในเมืองใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป ตะวันที่ส่องแสงบนฟากฟ้าเริ่มคล้อยลงก่อนจะลับหายไป แต่เสียงกรีดร้องของอาวุธยามได้ลิ้มรสของเลือดสีสดยังคงดังต่อเนื่อง ผู้คนบาดเจ็บและล้มตายไม่ใช่น้อย หากมันกลับไม่ได้ทำให้ทั้งสองฝ่ายคิดจะหยุด เสียงอาวุธกระทบเนื้อและเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก็ยิ่งทำให้ผู้คนบ้าคลั่งขึ้นไปอีก


ณ เดธวอลเลย์


“เอาไงดีหัวกิล ยิ่งมืดเรายิ่งเสียเปรียบนะ”


ฉัวะ!!! เคร้ง!!! ฉึบ!!!


“ตอนนี้ไม่มีทางเลือกต้องสู้อย่างเดียวเท่านั้น ย่าห์!!!”


ฉัวะ!!!


“ฮะ...เฮ้ย! หายไปไหนแล้ววะ?” สองมือของนักดาบหนุ่มเงื้อดาบขึ้นสุดแขนหมายจะกุดหัวของผู้บุกรุก แต่เพียงพริบตาศัตรูก็หายไปอย่างไรร่องรอยทีละคนสองคน ก่อนจะค่อยๆขยายเป็นวงกว้าง จะเหลือก็แต่วงแหวนเวทย์ที่ใช้หายตัว นักสู้ที่เหลือต่างมองหน้ากันอย่างงงงวย


จู่ๆศัตรูก็หายวับไปราวกับมีคนจงใจ...


“โถ่เว้ย!!! หายหัวไปไหนหมดวะ”


“เลือกสนใจศัตรูเถอะพวกมันหายตัวไปแล้ว นายไปเรียกนันกับเครลิคมากพาพวกที่บาดเจ็บเข้าไปในเมือง เซนจูเรียนไปตรวจสอบรอบๆเมืองว่ายังมีศัตรูอยู่ที่ไหนอีกหรือเปล่า”


“ครับหัวกิล!!!”
ทั้งหมดรับคำอย่างพร้อมเพียงก่อนจะแยกย้ายกันไปตามคำสั่งที่ได้รับ


ตะวันลับขอบฟ้าไปจนมิด ความมืดค่อยๆคืบคลานเข้ามา เสียงร้องของผู้คนที่บาดเจ็บก็แผดร้องไม่ขาด ไม่ต่างกับเสียงสะอื้นของคนในครอบครัวที่ดังขึ้นไม่แพ้กัน


ภายในห้องโถงใหญ่ของกิลมาร สมาชิกที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยนั่งเรียงราย ฟังการประชุมใหญ่จากหัวหน้า คิ้วที่ขมวดบนหน้าผากบ่งบอกได้ว่าการประชุมนั้นเคร่งเครียดไม่น้อย


“พอแค่นี้ก่อนแล้วกันแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามที่สั่งแล้วที่เหลือไปผักผ่อนกันได้แล้ว” เสียงของหัวหน้ากิลเอ่ยกับสมาชิก พร้อกับเสียงขานรับของทุกคนดังขึ้นอย่างแข็งขันแต่ละคนแยกย้ายกันไป เหลือก็แต่เพียงหัวหน้ากิลที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก่อนจะเหลือบไปเห็นรองหัวหน้ากิลที่หายไปเมื่อตอนกลางวัน


“กลับมาแล้วหรอ ได้เรื่องว่าไง? แล้วนั่นไปฟัดกับตัวอะไรมาวะยับเยินเชียว”


“ไกเซอร์”
คนถูกถามตอบสั้นๆ พลางลูบผ้าผันแผลให้เข้าที่


“เจ๋งดีนี่หว่า ฮ่าๆ”


“ก็นะ แล้วผู้พันล่ะ”
หัวหน้ากิลส่ายหน้าแทนคำตอบว่ายังไม่เห็นผู้พันกลับมา อีกคนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้



...



อีกฟากหนึ่ง ณ เรดคลิฟ


แถบชายทะเลที่เงียบสงบแต่ตอนนี้กลับมีเสียงอึกทึกไม่ต่างจากเขตแดนอื่นๆ ผู้คนที่บาดเจ็บต่างรักษากันอย่างยาวนาน เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียงกรีดร้องเพราะบาดเจ็บก็ดังไม่ขาดสาย


“ขอบคุณครับท่านลามาเลียส ท่านนอสวินเดล” หัวหน้ากิลชิวๆเอ่ยกับบุคคลทั้งสองก่อนจะก้มหัวลงเป็นเชิงขอบคุณ


“เรื่องเล็กน่ะหัวหน้ากิลชิวๆ”


“ถ้าไม่ได้ท่านทั้งสองพวกเราสามคนคงแย่”


“ไม่หรอก ข้าเห็นพวกเจ้าแข็งแกร่งกันจะตายไป”
ลาทาเลียสเอ่ยขึ้น


“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้ากับลามาเลียสต้องขอตัวกลับก่อน จะไปตรวจสอบในป่า”


“ครับท่าน”



หัวหน้ากิลมองตามคนทั้งสองไปจนลับตา เอาตรงๆถ้าวันนี้ไม่ได้ท่านหัวหน้าสมาคมทั้งสอง เขาและรองหัวหน้าสองคนนั้นคงจะแย่ไปตามๆกันเพราะมอนเตอร์ในตำนานนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเพลี้ยงพล้ำ พลังเวทย์อันแข็งแกร่งและธนูอันแข็งกร้าวพวยพุ่งใส่ศัตรูอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันทรมาณของมอนเตอร์ในตำนานก็ดังขึ้น ร่างใหญ่ยักษ์มองมาที่พวกเขาอย่างคับแค้นก่อนจะหายวับไว้กับตาเหลือไว้เพียงแต่บาดแผลฉกรรจ์บนตัวของพวกเขา


“ท่านหัวหน้าสมาคมกลับไปแล้วหรอ” เสียงฝีเท้าของรองกิลอีโวใกล้เข้ามาหลังจากที่ทำแผลเสร็จ ก่อนจะเอ่ยถามถึงบุคคลทั้งสอง


“กลับไปแล้วล่ะ แล้วรองกิลมารไปไหนแล้ว”


“รายนั้นทำแผลเสร็จกลับไปที่เดธเลย”
อีกคนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้


“แล้วนายจะกลับฟอทเลยรึเปล่า” คนถูกถามส่ายหน้าบอกให้รู้ว่ายังไม่กลับ


ทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรกัน มองไปยังเบื้องหน้าเห็นท้องทะเล ตะวันลับขอบฟ้าไปทำให้ทะเลมืดมิด เกลียวคลื่นซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ก่อนรองกิลอีโวจะเอ่ยขึ้นมา


“ขอบใจนายมาก”


“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนาย คุณหัวหน้ากิลชิวๆ”
รองกิลอีโวเอ่ย


“เรื่องเล็กน่า”


“ตอนสู้กับไกเซอร์ทำไมนายถึงบ้าบิ่นแบบนั้นแก๊งค์ เป็นถึงหัวหน้ากิลถ้านายเป็นอะไรขึ้นมามันจะลำบากนะ ชิวๆคงต้องวิ่งหาหัวหน้าคนใหม่”


“หมายถึงตอนที่เข้าไปรับกรงเล็บนั้นน่ะหรอ”
รองกิลอีโวคงพูดถึงตอนที่เขาพุ่งเข้าไปรับกรงเล็บของศัตรูแทน


“อืม”


“ก็เพราะเป็นหัวหน้าไงถึงได้ทำแบบนั้น ถ้าแค่นายคนเดียวฉันยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะไปเป็นหัวหน้าใครเขาหรอก”


“คำพูดดูเท่ห์ดีนะ...แล้วนายไม่กลัว?”


“จะกลัวอะไร อย่างมาก็แค่ตาย”


“พวกหัวหน้ากิลทั้งหลายนี่มันบ้าอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ”


“นายเชื่อไหมถ้าไม่บ้าเป็นหัวหน้ากิลไม่ได้หรอก ฮ่าๆ”



เชื่อสนิทใจเชียวล่ะ!!!





To be continued…




●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●






[Time : 1.35] [20/03/13]




Ps. เปิดเทอมสามแล้ว T^T ไอ้เราก็นึกว่าจะเรียนสบายๆที่ไหนได้ งานงอกบานตะไท ขอโทษจากใจหายหน้าไปซะนานรุยฮะๆ

No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


คน! ติด! ดุ้น!

  • ดุ้น!
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 426
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: มีนาคม 21, 2013, 21:41:04 »
...อ่านง่าย ผ่าน
แต่ขอพูดตรงๆไม่อ้อมนะ จะว่าอะไรก็ได้นะ
คือตามจริงเนี้ย เราไม่อยากให้นิยายต้องเอ่ยถึงนามของใครเท่าไรหรอกนะ
คือมันดูแล้วหมดอารมณ์ เหมือนนิยายเนี้ย
เป็นการแต่งขึ้นเพื่อเชิดชูกิลด์นี้ โดยเฉพาะ
กิลด์คู่อาริมาดูเงี้ย ไม่พอใจ เอ่อ!
กิลด์น้เขาก็ดีนะ ไม่ใช่ว่าเลวร้ายอะไร
เคยพาเวลเราด้วยเหมือนกัน แต่ก็ดันไปวอร์ซะก่อน
ถามว่าตัวเองเนี้ย แต่งขึ้นมาเนี้ยดีใหม่ ก็ดีแล้วนะ
มันก็ถือเป็นการสร้างสีสันให้กับกิลด์ตัวเอง
แต่ถ้าไม่ใช่คนของกิลด์นี้ล่ะ ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไร
เชื่อเถอะ ไม่ค่อยพอใจหรอกนะ พูดจริงๆมีคนประเภทนี้อยุ่แน่
แต่ตัวเองแต่งเรื่องมาเนี้ย ดีแล้วสนุกแล้วนะ
ตัวเองจะไม่สนใจข้อคิดเห็นนี้ก็ได้ ถ้านี้มันเป็นข้อคิดเห็นที่ดูแล้วเสียกำลังใจนะ
แต่ตัวเองต้องยอมรับ ว่าทุกข้อคิดเห็นนั้นสำคัญจริงๆ ควรเก็บพิจราณดู
อย่าไปคิดอะไรที่เลวร้ายกับข้อคิดเห็นต่างๆ เพราะคนเราความคิดเห็นไม่เหมือนกันนะ

ป.ล.ขออภัย เราไม่รู้จักกันหรอก ที่เรียกตัวเองไป ก็เพราะพูดย้ำตัวคุณเอง

://forum.asura.in.th/index.php?topic=23625.0
[กระทู้นี้ สำหรับผู้ที่คลั่ง 2D จิ้มเลย!!!>v< ]

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 10:39:05 »
...อ่านง่าย ผ่าน
แต่ขอพูดตรงๆไม่อ้อมนะ จะว่าอะไรก็ได้นะ
คือตามจริงเนี้ย เราไม่อยากให้นิยายต้องเอ่ยถึงนามของใครเท่าไรหรอกนะ
คือมันดูแล้วหมดอารมณ์ เหมือนนิยายเนี้ย
เป็นการแต่งขึ้นเพื่อเชิดชูกิลด์นี้ โดยเฉพาะ
กิลด์คู่อาริมาดูเงี้ย ไม่พอใจ เอ่อ!
กิลด์น้เขาก็ดีนะ ไม่ใช่ว่าเลวร้ายอะไร
เคยพาเวลเราด้วยเหมือนกัน แต่ก็ดันไปวอร์ซะก่อน
ถามว่าตัวเองเนี้ย แต่งขึ้นมาเนี้ยดีใหม่ ก็ดีแล้วนะ
มันก็ถือเป็นการสร้างสีสันให้กับกิลด์ตัวเอง
แต่ถ้าไม่ใช่คนของกิลด์นี้ล่ะ ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไร
เชื่อเถอะ ไม่ค่อยพอใจหรอกนะ พูดจริงๆมีคนประเภทนี้อยุ่แน่
แต่ตัวเองแต่งเรื่องมาเนี้ย ดีแล้วสนุกแล้วนะ
ตัวเองจะไม่สนใจข้อคิดเห็นนี้ก็ได้ ถ้านี้มันเป็นข้อคิดเห็นที่ดูแล้วเสียกำลังใจนะ
แต่ตัวเองต้องยอมรับ ว่าทุกข้อคิดเห็นนั้นสำคัญจริงๆ ควรเก็บพิจราณดู
อย่าไปคิดอะไรที่เลวร้ายกับข้อคิดเห็นต่างๆ เพราะคนเราความคิดเห็นไม่เหมือนกันนะ

ป.ล.ขออภัย เราไม่รู้จักกันหรอก ที่เรียกตัวเองไป ก็เพราะพูดย้ำตัวคุณเอง



ง่าาาา ยอมรับผิดทุกประการจ้า TOT เราไม่ใช่คนใน สามกิลล์นี้นะคะ แต่ที่เอ่ยสามกิลล์นี้เพราะเค้าเป็นเจ้าเมืองสามเมืองอยู่
แล้วคนจะเข้าใจง่ายกว่า แต่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย TT; ไม่ได้ตั้งใจจะเชิดชูโดยเฉพาะหรืออะไรแต่ลืมคิดไปจริงๆจ้า ขอโทษเน้อๆ
ต้องขอบใจนะที่มาเตือนๆ แต่เปลี่ยนชื่อตอนนี้ไม่ทันแล้วใช่มั๊ยก็เอาต่อไปเลยก็แล้วกันเนอะ


ปล.ไม่เป็นไรจ้า >3<; ไม่ว่ากันๆ
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


rockkey19

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 580
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 18:08:59 »
โอเค ปวดนิ้วจุงเบย  woon_hurt woon_hurt

rockkey19

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 580
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 21:17:47 »
น่าจะมีรับสมัคร  woon_yes woon_yes

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 06:00:11 »
น่าจะมีรับสมัคร  woon_yes woon_yes

อ่อใช่รับสมัครตัวละคะรึเปล่าคะ
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


rockkey19

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 580
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 15:30:02 »
น่าจะมีรับสมัคร  woon_yes woon_yes

อ่อใช่รับสมัครตัวละคะรึเปล่าคะ

ช่ายๆ  g#003

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: มีนาคม 28, 2013, 17:12:17 »
Guess Who’s Back
Wussup Baby?
Let’s Get’em

Hello Hello Hello We Burn It Up
Let’s Go Let’s Go moduda
Let’s Go bollyumeul nopyeo Turn It Up
Hello Hello Hello We Burn It Up
Step Up Step Up
Let’s Go Go Go Go Go

Wussup! Ladies & Gentleman
 Chitty Chitty Bang

We We We Are The Main

Hey Stop!
Break It Break It Break It Break It Break Down

Fly With Me

Burn Burn Burn Burn Burn It Out
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go


คน! ติด! ดุ้น!

  • ดุ้น!
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 426
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: มีนาคม 28, 2013, 22:31:55 »
...อ่านง่าย ผ่าน
แต่ขอพูดตรงๆไม่อ้อมนะ จะว่าอะไรก็ได้นะ
คือตามจริงเนี้ย เราไม่อยากให้นิยายต้องเอ่ยถึงนามของใครเท่าไรหรอกนะ
คือมันดูแล้วหมดอารมณ์ เหมือนนิยายเนี้ย
เป็นการแต่งขึ้นเพื่อเชิดชูกิลด์นี้ โดยเฉพาะ
กิลด์คู่อาริมาดูเงี้ย ไม่พอใจ เอ่อ!
กิลด์น้เขาก็ดีนะ ไม่ใช่ว่าเลวร้ายอะไร
เคยพาเวลเราด้วยเหมือนกัน แต่ก็ดันไปวอร์ซะก่อน
ถามว่าตัวเองเนี้ย แต่งขึ้นมาเนี้ยดีใหม่ ก็ดีแล้วนะ
มันก็ถือเป็นการสร้างสีสันให้กับกิลด์ตัวเอง
แต่ถ้าไม่ใช่คนของกิลด์นี้ล่ะ ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไร
เชื่อเถอะ ไม่ค่อยพอใจหรอกนะ พูดจริงๆมีคนประเภทนี้อยุ่แน่
แต่ตัวเองแต่งเรื่องมาเนี้ย ดีแล้วสนุกแล้วนะ
ตัวเองจะไม่สนใจข้อคิดเห็นนี้ก็ได้ ถ้านี้มันเป็นข้อคิดเห็นที่ดูแล้วเสียกำลังใจนะ
แต่ตัวเองต้องยอมรับ ว่าทุกข้อคิดเห็นนั้นสำคัญจริงๆ ควรเก็บพิจราณดู
อย่าไปคิดอะไรที่เลวร้ายกับข้อคิดเห็นต่างๆ เพราะคนเราความคิดเห็นไม่เหมือนกันนะ

ป.ล.ขออภัย เราไม่รู้จักกันหรอก ที่เรียกตัวเองไป ก็เพราะพูดย้ำตัวคุณเอง



ง่าาาา ยอมรับผิดทุกประการจ้า TOT เราไม่ใช่คนใน สามกิลล์นี้นะคะ แต่ที่เอ่ยสามกิลล์นี้เพราะเค้าเป็นเจ้าเมืองสามเมืองอยู่
แล้วคนจะเข้าใจง่ายกว่า แต่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย TT; ไม่ได้ตั้งใจจะเชิดชูโดยเฉพาะหรืออะไรแต่ลืมคิดไปจริงๆจ้า ขอโทษเน้อๆ
ต้องขอบใจนะที่มาเตือนๆ แต่เปลี่ยนชื่อตอนนี้ไม่ทันแล้วใช่มั๊ยก็เอาต่อไปเลยก็แล้วกันเนอะ


ปล.ไม่เป็นไรจ้า >3<; ไม่ว่ากันๆ
เฮ้!!!เถื่อน!!! ตอบได้ดี! เฮ้!!!....

://forum.asura.in.th/index.php?topic=23625.0
[กระทู้นี้ สำหรับผู้ที่คลั่ง 2D จิ้มเลย!!!>v< ]

`@ศิษฐิโรจน์ซอยหนึ่ง ♥

  • `@อภิมหาเศรษฐีขั้นเทพวีไอพี ♥ Asura people กิ๊บกุิ๊บก๊า ♥
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 120
  • `@รักน๊ะจ๊ะแฟนสู้ดที่รักจ๋า จุ้บจุ้บ ♥ `@GAME INDY จุ๊ป้าจุ๊อี๊อี๊ ♥ ;"))
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 19:06:53 »
 woon_bye woon_bye

2bcasino

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 15:39:59 »
 g#031 g#031

Why?

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 1,409
  • อั๊ยย๊ะ!
Re: ★NEVER ENDING★ ●● ASURA CITY ●● [Fiction เปิดตำนาน]
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2013, 13:37:56 »
NEVER ENDING
ASURA CITY



Chapter 14 :   ให้จำเอาไว้ในใจ!!!  [50%]




   ‘กรรรรรรรรรรร~’

   ‘หมายความว่าท่านจะยอมแพ้รึราชามังกร’

   ‘หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพียงแต่เจ้ากับข้าสู้กันไปก็ไร้ประโยชน์ กรรรรรร~’

   ‘ถึงท่านจะพูดให้ดูดีอย่างไร แต่ความหมายนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรอกราชามังกร ท่านมันขี้ขลาด’

   ‘หึๆ น่าขันเสียจริงนี่รึพ่อเมืองอสุราอันยิ่งใหญ่ ที่ข้าขอสงบศึกไม่ได้หมายความว่าข้าแพ้เจ้าเพียงแต่สู้กันไปก็เหมือนเข้าทางศัตรู ในเมื่อตัวเจ้ายืนยันว่าไม่รู้เห็นเรื่องไข่และการตายของเดรโก้ของข้า ตัวข้าเองก็ไม่ได้รู้เห็นเรื่องทหารที่ไปบุกเมืองเจ้า นั่นก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีคนอยู่เบื้องหลังหวังผลประโยชน์จากความพ่ายแพ้ของเจ้าและข้า’

   ‘..............’

   ‘เจ้าก็ลองตรองดูเองเถิดผู้พันว่าที่ข้าทำมันขี้ขลาดหรือไม่’







   “รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บ 943 ราย เสียชีวิต 89 รายครับท่าน”

   “ทราบ!”

   “ครับผู้พัน!”


   มือขวาถูกยกขึ้นมานวดคลึงศรีษะก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาขนสัตว์หนาตัวโปรด ในเวลานี้คงจะไม่มีใครหนักใจไปกว่าพ่อเมืองอสุราอย่างผู้พันคาร์เตอร์ รายงานผู้บาดเจ็บและชีวิตนับว่ามากมายในความรู้สึกของเขา จนเกรงว่าเหตุการ์ณอันน่าสะพรึงเมื่อหลายสิบปีก่อนจะกลับมาอีกครั้ง

   เหตุการ์ณที่ทำให้ผู้พันสูญเสียสองบุคคลอันเป็นที่รักอย่างไม่มีวันหวนกลับ...

   “ท่านผู้พันครับ ท่านหัวหน้าสมาคมทั้ง 12 คนกลับมาทั้งหมดแล้วครับ”

   “ทราบ! บอกพวกเขาว่าข้าจะประชุมใหญ่คืนนี้”

   “ครับ!”

   

   ณ เซาท์เทิร์นไชร์ [ห้องประชุม บ้านคุณไก่จ๊วบ]
การประชุมใหญ่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด หากเป็นเมื่อหลายวันก่อนหัวข้อคงจะไม่พ้นราชามังกรเกเลี่ยนแต่วันนี้หัวข้อการประชุมใหญ่ได้เปลี่ยนไป หัวหน้าสมาคมทั้ง 12 สมาคมได้รับรู้ถึงศัตรูรายใหม่จากปากของผู้พัน

“อย่างนี้นี่เอง”

“แสดงว่าเป้าหมายของพวกเราต่อจากนี้คือ สืบหาว่าใครเป็นผู้ร้ายและกำจัดทิ้งสินะ”

“ก็...ประมาณนั้นแหล่ะ”

“แค่นี้จริงๆหรอท่านผู้พัน”

“จริงๆมันก็มีเรื่องที่ต้องทำมากกว่านั้นน่านะ แต่เดี๋ยวข้าจะจัดการต่อจากนั้นเอง”

“อย่างงี้ก็สวยเซ่ ฮ่าๆ”

“เงียบไปเลยนะเจ้าไซเฟอร์แหกปากอยู่ได้คนเขาซีเรียสกันอยู่”

“โถ่! ท่านวอร์ลอคเรน่าข้าตื่นเต้นนี่นา”

“เหอะ!!!”

“การประชุมวันนี้คงต้องพอก่อนล่ะ ข้าขอบใจพวกเจ้ามาก”
การประชุมจบลงไป หัวหน้าสมาคมต่างแยกย้ายกันกลับ ผู้พันเดินเตร็ดเตร่สำรวจเมืองหลวงก่อนจะมีเสียงเรียกตามหลังมา

“เด็กน้อยคาร์เตอร์”

“หือ?” น้ำเสียงแหบพร่าเรียกให้คาร์เตอร์หันไปมองที่สะพานริมน้ำก็พบชายแก่ที่คุ้นเคยนั่งอยู่ สองเท้าของผู้พันก้าวเข้าไปหาก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆ

“ดึกดื่นแล้วยังไม่กลับไปกินนมนอนอีกรึ”

“ลุงอัลเลิกเรียกข้าแบบนั้นสักที ข้าโตจนแก่แล้วนะลุงอีกอย่างข้าจำได้ว่าตัวเองเลิกกินนมไปนานแล้วล่ะ”

“อย่างนั้นรึ ฮ่าๆ ประชุมกันได้ความว่าอะไรบ้างล่ะ”

“จะอะไรซะอีกล่ะลุงอัล”

“พวกหนูมาบุกเมือง?”


“ประมาณนั้นแหล่ะลุง แถมคราวนี้เป็นหนูมีพิษเสียด้วยสิ”

“ขนาดนั้นเชียวรึ? พวกไหนล่ะ”

“หลายวันก่อนมีรายงานเข้ามาว่าเห็นชายชุดดำสวมหน้ากากตัวตลกในเขตป่า”

“มันตายไปเมื่อหลายสิบสิบปีก่อนแล้วนี่”
ชายแก่เอ่ยพร้อมพ่นควันบุหรี่ออกจากปากหันไปมองเสี้ยวหน้าของหลาน

“ข้าไม่รู้...ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ”

“เป็นอะไรไปคาร์เตอร์ ทำท่าทางน่าสมเพชซะจริง”

“ข้ากลัว...ท่านลุงข้ากลัวเหลือเกิน”
ผู้พันกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะซบหน้าลงบนฝ่ามือที่สั่นเทา

เจ้ากลัวว่าเมืองจะโดนทำลายงั้นรึ”

“ไม่ใช่...เมืองนี้น่ะถูกทำลายไปกี่ครั้งมันก็กลับมายืนหยัดได้ทุกครั้งนั้น แต่สิ่งที่ข้ากลัวคือชีวิต...ชีวิตของผู้คนมันเอากลับมาไม่ได้...เลือดที่หลั่งไหลของพลเมืองทุกคนข้าไม่อยากจะเห็น ข้ากลัวว่าเหตุการณ์มันจะซ้ำรอยกับเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว...ข้ากลัวว่าจะต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีก...ข้าไม่อยกให้มีใครต้องมาเสียสละแบบเปล่าประโยชน์อีก...”

“เด็กน้อยเอ๊ย! ไม่มีสงครามที่ไหนที่ไม่มีคนตายหรอกนะ มันต้องมีอยู่แล้วล่ะผู้ที่พร้อมจะสละชีวิตน่ะ”

“เพราะอย่างนั้นข้าถึงได้กลัวสงคราม พวกเขาต้องเจ็บปวดทรมาณแน่นอนผู้ที่ตั้งเสียสละชีวิตต้องเจ็บใจเป็นแน่เพราะไม่มีใครอยากจะตายหรอก!!!”

“หึหึ อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปรู้ใจพวกบรรบุรุษนักเลยไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

“ทำไมข้าจะไม่รู้ล่ะ”

“เจ้าไม่มีสิทธิไปดูถูกความตั้งใจของพวกเขานะคาร์เตอร์!!! เพิ่งเกิดเมื่อวานนี้อย่างเจ้าน่ะอย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย”

“ท่านลุง...”

“ให้จำเอาไว้ในใจของเจ้าเลยนะ...ความเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิดน่ะ...คือความภูมิใจสุดท้ายของลูกผู้ชาย”

“คะ...ครับท่านลุง”

“ดี!!! แล้วก็กลับไปกินนมนอนได้แล้วมันเลยเวลานอนแล้ว หึหึ”




...






Time : 10.43   [29/01/55]

ลงไว้ครึ่งนึงก่อนนะจ๊ะเบเบ้ ><
No matter what happens
Even when discusse on me now down
I promise you
That I'll never let you go