ผู้เขียน หัวข้อ: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที  (อ่าน 5936 ครั้ง)

III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 13:51:31 »
การCopyรูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีเพื่อการศึกษา โดยต้องมีการอ้างอิงและขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ตสามารถฟ้องร้องเอาผิดได้หรือไม่ สามารถฟ้องร้องได้ทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง
 โดยอาญานั้นยิ่งจริงยิ่งผิด ไม่สามารถยอมความได้นะจ๊ะ 1 คำหมิ่นประมาท คิดเป็นหนึ่งบทลงโทษ 100 คำหมิ่นประมาท
(ต่อคน) ก็บวก ลบ คูณ หารกันเอาเองนะ คนตั้งกระทู้โทษหนักพักพวกก็โดนนะจ๊ะ

การทำHyperlink ไม่ให้ละเมิดลิขสิทธินั้น ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน

โหลดโปรแกรมหรือเพลงทางอินเตอร์เน็ต  ถ้าใช้งานแบบถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเป็นโปรแกรมประเภท
 Freeware,Shareware ส่วนการโหลดเพลงขึ้นบนอินเตอร์เน็ตให้คนทั่วไปโหลดได้ฟรีๆเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นคดีอาญา
เอิ๊กๆ มีหลายกรณีแล้วนะค่ะที่ฟ้องร้องกันมา ระวังน๊าโพสพาดพิงถึงคนขี้โมโห
และเอาเรื่อง จะถูกฟ้องไม่รู้ตัว ตรงนี้ไม่สามารถเอาลิงค์มาให้ดูได้ เพราะยังไม่ได้ขอเจ้าของ
แต่หาในgoogle คำว่าหมิ่นประมาททางอินเตอร์เนตได้จ๊ะ  น่าจะมีตัวอย่างคนที่ถูกฟ้องร้องให้ดู

แล้วบางทีถ้าเราตั้งกระทู้หมิ่นเหม่ แล้วถูกลบก็อย่าไปโกรธเว็บไซส์นะจ๊ะเพราะว่า
หากมีการฟ้องร้องทางคดีความ เวบไซต์ "อาจจะ" ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
(อ้างอิงจาก พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
                                  ***********************
มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

เหตุผล ผู้ให้บริการในที่นี้มุ่งประสงค์ถึง เจ้าของเว็บไซต์ ซึ่งมีการพิจารณาว่า
ควรต้องมีหน้าที่ลบเนื้อหาอันไม่เหมาะสมด้วย

บทกำหนดโทษ
มาตรา ๑๔ โทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี โทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

                            g#031 g#031
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~

III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 13:56:43 »
สิกขาบทที่ ๔
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ แปลว่า
"ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากมุสาวาท"
คำว่า "มุสาวาทา เวรมณี" แปลว่า
เว้นจากมุสาวาท, ความเท็จ ชื่อว่า มุสา,
กิริยาที่พูด หรือแสดงอาการมุสา ชื่อว่า มุสาวาท ในสิกขาบทที่ ๔ นี้

ในสิกขาบทที่ ๔ มีข้อห้ามเป็น ๓ อย่าง ได้แก่

๑.มุสา กล่าวเท็จ
๒.อนุโลมมุสา กล่าววาจาที่เป็นตามมุสา
๓.ปฏิสสวะ รับแล้วไม่ทำตามรับ

๑.มุสา มีลักษณะ ดังนี้

๑.เรื่องที่กล่าวนั้นไม่เป็นความจริง
๒.ผู้กล่าวจงใจ
๓.กล่าวให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
๔.ผู้ฟังเข้าใจผิด


การแสดงมุสานี้ไม่เฉพาะแต่ทางวาจาอย่างเดียวเท่านั้น
แม้ทางกายก็อาจเป็นไปได้ เช่น เขียนหนังสือมุสาเขา
แสดงอาการ หรือ สั่นศีรษะ ที่ทำให้เขาเข้าใจผิดจากความเป็นจริง


มุสามี ๗ ประเภท ได้แก่

๑.ปด ได้แก่ มุสาจัง ๆไม่อาศัยมูลเลย ท่านแสดงตัวอย่างไว้ ๔ อย่าง ได้แก่
ก.ส่อเสียด หมายถึง ปดเพื่อจะให้เขาแตกแยกกัน
ข.หลอก หมายถึง ปดเพื่อจะโกงเขา
ค.ยอ หมายถึง ปดเพื่อจะยกย่อง
ง.กลับคำ หมายถึง พูดแล้วไม่ทำตามรับ

๒.ทนสาบาน ได้แก่ กิริยาที่เลี่ยงสัตย์ว่าจะพูดตามเป็นจริง
แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงอย่างนั้น มีปดเป็นบริวาร,
หมายถึง สาบานเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
เช่น เป็นพยานทนสาบานแล้วเบิกความเท็จในศาล เป็นต้น

๓.ทำเล่ห์กระเท่ห์ ได้แก่ กิริยาที่อวดอ้างความศักดิ์สิทธิ์อันไม่เป็นจริง
เช่น อวดรู้วิชาว่าคงกระพัน หรือพูดมุสาด้วยการใช้เพทุบาย ไม่พูดตรง ๆ

๔.มารยา ได้แก่ กิริยาที่แสดงอาการให้เขาเห็นผิดจากที่เป็นจริง
เช่น คนไม่มีศีลแต่ทำทีให้เขาห็นว่าเป็นคนมีศีล,
หรือเจ็บเล็กน้อยแต่ทำทีเป็นเจ็บปวดเสียมากมาย เป็นต้น

๕.ทำเลส ได้แก่ การพูดมุสาเล่นสำนวน คือ
อยากจะพูดเท็จแต่ทำเป็นเลสเล่นสำนวนให้ผู้ฟังนำไปคิด

๖.เสริมความ ได้แก่ พูดมุสาอาศัยมูลเดิม แต่เสริมความให้มากกว่าที่เป็นจริง
หรือเรื่องจริงมีนิดหน่อยแต่กลับพูดขยายความออกเสียยกใหญ่จนเกินความจริงไป
เช่น พูดพรรณนาถึงสรรพ คุณยาให้เกินกว่าทั่วยาจะรักษาโรคได้

๗.อำความ ได้แก่ พูดมุสาเดิม แต่ตัดความที่ไม่ประสงค์จะให้รู้เสีย
เพื่อทำความเข้าใจกลายไปเป็นอย่างอื่น
(หมายถึง เรื่องจริงนั้นมีมาก แต่กลับพูดให้เห็นเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย)

๒.อนุโลมมุสา
อนุโลมมุสากำหนดรู้ได้ด้วยลักษณะ ๒ อย่าง ได้แก่


๑.วัตถุที่จะกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง

๒.ผู้กล่าวไม่จงใจกล่าวให้ผู้ฟังเข้าใจผิด มี ๒ ประเภท ได้แก่
ก.เสียดแทง ได้แก่ กิริยาที่ว่าให้ผู้อื่นเจ็บใจ เช่น พูดประชด ด่า
ข.สับปรับได้แก่พูดปดด้วยความคะนองวาจาแต่ผู้พูดไม่ตั้งใจจะให้เขาเข้าใจผิด


คำพูดที่จริงที่ไม่สมควรพูด


คำพูดที่จริง แต่ให้โทษแก่ผู้อื่นและผู้พูดเอง
เป็นคำพูดที่มุ่งหมายอย่างนั้น
ซึ่งคำพูดนั้นมีมูลเหตุมาจากมุสาจึงจัดเข้าในอนุโลมมุสา ได้แก่


๑.คำส่อเสียด ได้แก่
คำพูดที่ได้ยินข้างหนึ่งติเตียนข้างหนึ่งแล้วเก็บไปบอกยุยงเขา เป็นเหตุให้เขาแตกแยกกัน

๒.คำเสียดแทง ได้แก่
การพูดให้เขาเจ็บใจ อ้างวัตถุที่เป็นจริงอย่างนั้นขึ้นพูด เป็นเหตุให้ผู้ที่ต้องถูกว่านั้นเจ็บใจ

๓.ปฏิสสวะ
ปฏิสสวะ ได้แก่
กิริยาที่รับคำผู้อื่นด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์คิดจะทำตามที่รับปากไว้จริง ๆ
แต่ภายหลังกลับไม่ได้ทำตามที่รับปากไว้นั้น

ปฏิสสวะนี้มี ๓ ประเภท ได้แก่


๑.ผิดสัญญา ได้แก่
การที่ทั้งสองฝ่ายทำสัญญากันว่าจะทำเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ภายหลังกลับไม่ได้ทำตามที่สัญญานั้น

๒.เสียสัตย์ ได้แก่
กิริยาที่ให้สัตย์แก่เขาฝ่ายเดียวว่าตนเองจะทำหรือไม่ทำเช่นนั้น เช่นนี้
แต่ภายหลังกลับไม่ทำตามคำพูดนั้น

๓.คืนคำ ได้แก่
การที่รับปากว่าจะทำหรือไม่ทำสั่งนั้นสิ่งนี้โดยมีไม่สัญญา แต่ภาย หลังกัลบไม่ทำตามนั้น

ปฏิสสวะ เป็นเหตุให้ผู้ประพฤติเสียชื่อเสียง จึงควรจะละเสีย
ส่วนการ"ถอนคำ" ไม่นับเป็นปฏิสสวะ


ยถาสัญญา
การพูดมุสาที่ไม่ผิดศีล เรียกว่า "ยถาสัญญา"

คือ คำพูดที่บุคคลพูดตามความสำคัญ หรือพูดตามโวหารที่ตนเองจำได้
และผู้พูดมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีเจตนาที่จะพูดให้ผิดไปจากความเป็นจริง
มี ๔ ลักษณะ ได้แก่


๑.โวหาร ได้แก่
ถ้อยคำที่ใช้กันเป็นธรรมเนียม เช่น
คำลงท้ายของจดหมายซึ่งแสดงความอ่อนน้อมว่า
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง เป็นต้น

๒.นิยาย ได้แก่
เรื่องที่เปรียบเทียบเพื่อให้ได้ใจความเป็นสุภาษิต เช่น นิยายที่จินตกวีแต่งขึ้น

๓.สำคัญผิด ได้แก่
กิริยาที่ผู้พูดสำคัญผิดและพูดออกไปตามความสำคัญผิดนั้น
เช่น วันนี้เป็นวันอังคาร เมื่อมีผู้ถามว่าวันนี้เป็นวันอะไร ?
ผู้พูดสำคัญว่าเป็นวันพุธ จึงตอบไปว่า "วันพุธ" เช่นนี้ต้น

๔.พลั้ง ได้แก่ กิริยาที่ผู้พูดตั้งใจจะพูดอย่างหนึ่งแต่พูดออกไปอีกอย่างหนึ่ง
และการพูดเช่นนี้เมื่อพูดออกไปแล้วควรบอกใหม่ทันที เช่น
ถูกถามว่า "ไปไหนมา ?" ก็รีบตอบเลยทันทีว่า "เปล่า…! ไปธุระมานิดหน่อย"
คำว่า "เปล่า" นั้นเป็นคำพูดพลั้งหรือพูดด้วยความเคยชิน
โดยไม่มีเจตนาจะพูดให้เขาเข้าใจผิด


                g#039 g#039 g#039
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~

DoMakajanG

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,371
  • ตบหัวทิ้ม
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 14:01:52 »
ก็อปของชาวบ้านมา ต้องไห้เครดิตเค้าด้วย อิอิอิ

III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 16:32:23 »
ก็อปของชาวบ้านมา ต้องไห้เครดิตเค้าด้วย อิอิอิ

ก็อบมาก็จริงอยู่ค่ะแต่ถามหน่อยเอามาเป็นความรู้ไม่ได้ต้องการเครดิตถ้าเราไม่เอามาคนทั้งบอดร์จะไปหามาอ่านกันเองใช่มั้ยค่ะแค่เอามาแนวมันลำบากอะไรเหรอ
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~

DoMakajanG

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,371
  • ตบหัวทิ้ม
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 17:26:01 »
ก็อปของชาวบ้านมา ต้องไห้เครดิตเค้าด้วย อิอิอิ

ก็อบมาก็จริงอยู่ค่ะแต่ถามหน่อยเอามาเป็นความรู้ไม่ได้ต้องการเครดิตถ้าเราไม่เอามาคนทั้งบอดร์จะไปหามาอ่านกันเองใช่มั้ยค่ะแค่เอามาแนวมันลำบากอะไรเหรอ

เอ่อ เข้าใจไรผิดป่าวหว่า
ผมมะได้ว่าคุนอะ สงสัยเข้าใจผิด
ผมหมายความว่า การCopyรูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีเพื่อการศึกษา โดยต้องมีการอ้างอิงและขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

คือให้เครดิตเจ้าของนิสนึง มะได้ตังใจว่า จะหน่อยนะ


III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 22:51:41 »
ก็อปของชาวบ้านมา ต้องไห้เครดิตเค้าด้วย อิอิอิ

ก็อบมาก็จริงอยู่ค่ะแต่ถามหน่อยเอามาเป็นความรู้ไม่ได้ต้องการเครดิตถ้าเราไม่เอามาคนทั้งบอดร์จะไปหามาอ่านกันเองใช่มั้ยค่ะแค่เอามาแนวมันลำบากอะไรเหรอ

เอ่อ เข้าใจไรผิดป่าวหว่า
ผมมะได้ว่าคุนอะ สงสัยเข้าใจผิด
ผมหมายความว่า การCopyรูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีเพื่อการศึกษา โดยต้องมีการอ้างอิงและขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

คือให้เครดิตเจ้าของนิสนึง มะได้ตังใจว่า จะหน่อยนะ



                                               g#009 g#009 g#043 #038 g#006 g#008 g#020 g#021 g#022 g#023 g#024 g#029 g#031
ขอโทษนะคะ ที่เข้าใจผิด  g#004
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~

DoMakajanG

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,371
  • ตบหัวทิ้ม
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 22:56:09 »
ก็อปของชาวบ้านมา ต้องไห้เครดิตเค้าด้วย อิอิอิ

ก็อบมาก็จริงอยู่ค่ะแต่ถามหน่อยเอามาเป็นความรู้ไม่ได้ต้องการเครดิตถ้าเราไม่เอามาคนทั้งบอดร์จะไปหามาอ่านกันเองใช่มั้ยค่ะแค่เอามาแนวมันลำบากอะไรเหรอ

เอ่อ เข้าใจไรผิดป่าวหว่า
ผมมะได้ว่าคุนอะ สงสัยเข้าใจผิด
ผมหมายความว่า การCopyรูปภาพ/ข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีเพื่อการศึกษา โดยต้องมีการอ้างอิงและขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

คือให้เครดิตเจ้าของนิสนึง มะได้ตังใจว่า จะหน่อยนะ



                                               g#009 g#009 g#043 #038 g#006 g#008 g#020 g#021 g#022 g#023 g#024 g#029 g#031
ขอโทษนะคะ ที่เข้าใจผิด  g#004

มะเปงไรคับขอแค่เข้าใจกันก็พอ อิอิอิ

What's My Name ?

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 232
  • Positive Thinking
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2011, 23:28:53 »
ฉะนั้นก็อย่ารูปของบูมไปโพสต์สุ่มเป็ดสุ่มไก่นะ ไม่งั้นบูมจะฟ้องภูจริงๆ ด้วย 555+
BC4ever

III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2011, 00:31:01 »
ฉะนั้นก็อย่ารูปของบูมไปโพสต์สุ่มเป็ดสุ่มไก่นะ ไม่งั้นบูมจะฟ้องภูจริงๆ ด้วย 555+

                                                              g#019 g#019
                                                            จะทำเข้าใจแต่ทำไม่ได้
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~

•♫•и๐๐и•♫•

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 216
  • Otaku Number.1!
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2011, 00:10:29 »
อันตรายเหมือนกันนะโลกไซเบอร์

III-PooH-III

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 390
  • มึงว่ากู!...แล้วมึงดูตัวเองยังอีตอแหล
Re: ศึกษาอาชญากรรมและกฎหมายไอที
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2011, 02:04:32 »
 g#034 g#034
~•~ไม่ได้ถือตัวแต่ถือเรื่องมารยาทกับกาละเทศะ~•~