ผู้เขียน หัวข้อ: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)  (อ่าน 56276 ครั้ง)

OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325


By. GøøGle-KunG

สวัสดี แอนด์ ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกๆคนรวมถึงหน้าใหม่ ที่มีไฟแรงอยากจะแต่งนิยาย

ทว่าก็กลัว กลั๊ว กลัว ไร้คนสอน จะบากหน้าไปถามเขาก็ไม่ไหว ดังนั้น ทางเราคณะผู้ชำนาญการในการแต่งนิยาย

แต่ละแนว มาช่วยกันแต่งกันสอน เป็นแนวทางให้ผู้มีไฟในการแต่งนิยายทุกคน

โดยเทคนิกพิเศษเฉพาะตัว หาที่ไหนไม่ได้อีก เราสอนสดๆไม่ปิดกั้นความรู้มีไรใส่มาหมดอย่างที่พวกเทอว์จะได้รับชมต่อไปนี้

 และ นี่เป็นแค่แนวทางสำหรับพวกท่าน หากแต่ต้องมีสปิริตในการแต่งจริงๆจึงจะสามารถแต่งนิยายได้อย่างช่ำชอง

แอนด์ ชำนาญการสำเร็จอย่างพวกเรา นิยายของทุกคนมีค่ากรุณาอย่าครีเอทแล้วทิ้ง แต่งให้จบเพื่อเป็นความภูมิใจของตน

ลองอ่านดูแล้วก็ประยุกต์ใช้ให้ถูกต้อง แล้วจะรู้ว่าการแต่งนิยายดีๆไม่ใช่เรื่องยาก!
 ขอให้โชคดีและสนุกกับการแต่งนิยายนะเคอะ

GøøGle-KunG และ คณะ

OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 08:45:26 »




By. GøøGle-KunG


 เกริ่นนำด้วยแนวนี้จะเป็นแนวที่เบสิคและแต่งง่ายที่สุด แต่ผู้แต่งก็ต้องมีความสามารถในการแถ สตอเบอแหลขั้นชั้นเยี่ยมตั้งแต่ชาติปางก่อนเช่นกัน

ซึ่งข้าพเจ้าที่ได้คัดเลือกเป็นตัวแทนสอนการแต่งแนวนี้ เพราะว่านิยายเรื่องแรกของข้าพเจ้าก็เป็นแนวแฟนตาซี (ที่เน่ามาก)

และก็โดนชี้ให้เห็นว่ามีจุดบกพร่อง เหมาะแก่การนำมาตักตเอนในหลายๆจุด จะไล่แนะนำทีละคนก็เสียเวลา เข้าเนื้อหากันเลยดีกว่า

1.What is นิยายแนวแฟนตาซี?

สิ่งแรกที่ควรจะรู้จักไว้เสียก่อนคือแนวของนิยาย ต้องให้ชัดเจน ไม่ใช่ผสมปนเปกะแนวอื่นจนมั่ว ลักษณะเฉพาะจะมีดังนี้

1.1 เนื้อเรื่อง

จะเน้นการแถจินตนาการแอนด์อิมเมจจิ้นของผู้แต่งให้ผู้อ่านได้ชม ถ้าเบสิคก็จะเป็นโลกที่ไหนก็ไม่รู้ออกแนวฝรั่ง มีนักรบ ศาสนา
สงคราม แน่นอน100%

1.2 ตัวละคร

พระเอก จะมีอยู่2กรณี อันแรกจะกล้าหาญใจกล้าบ้าบิ่นสติปัญญาเถื่อนถ่อยงี่เง่าปัญญาอ่อนสมองใช้เองไม่เป็นแต่เสรือกเป็นคนคุมชะตาเรื่อง

กะอันสองอีเก๊กเท่เมพตั้งแต่ปฏิสนธิใครรภ์มารดาเทพบุตรถีบตกสวรรค์ลงมาเกิด จนเอาชาวบ้านเขาหมั่นไส้นักหนาที่ชอบอวดฉลาด ชอบเงียบๆ

จนนางเอกปวดหัวที่จะใช้ตระแกรงงัดปาก ความสามารถจะโอเว่อร์กว่าชาวบ้าน พอผิดพลาดก็จะโทษตัวเองไปจนตายอย่างอนาถา

นางเอก มี3กรณี อันแรกจะแอ๊บแบ๊วสดใส แอ๊คทีฟไวทีนใช้แลคตาซิสทาทั่วตัว ใส่โมเดสรอลิเอะกระชับโฮปาสบ๊ายสบาย

ส่วนใหญ่นางเอกแนวนี้มักจะมาคู่กะพระเอกกรณี2 อันสอง จะเป็นแบบ นางเอกเงียบๆ เชิดๆ กุลละชะนี ไม่ก็ กุลละสรัสตรีชั้นยอด

เรียบร้อยโอเว่อร์ อ่อนแอ ต้องให้พระเอกมาปกป้อง ใจดีกะพระเอกมาก (โง่ก็โง่ด้วยกันน่ะแหละ) มักมาคู่กะพระเอกกรณี1

อันที่สาม นางเอกจะออกทอมบอย ถึกถ่อย แรงช้าง แต่ก็แอบอ่อนโยนก็กะเค้า อีนางวันทองนี่จะเอาพระเอกแนวไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ อุโฮะ~

และ ตัวร้าย 95ทั้ง95ของคนแต่งต้องเป็น นางมาร จักรพรรดิ ฝ่ายมารร้าย ธาตุมืด มืดเท่านั้น สมองไม่มี

จะทำลายโลกที่ตนอยู่ แล้วให้หายตายซากแบบไร้เหตุผล คิดว่าตัวเองเท่ห์เก่งเมพงี่เง่าตามพวกพระเอก ชอบส่งลูกน้องตัวเองไปตายทีละตัว

อย่างสนุกสนาน (ซึ่งตัวร้ายแนวนี้สามารถยืดเรื่องได้มากขึ้น) ประโยคฮิตติดปากของตัวร้ายระดับกระจอก ก็จะเป็น

"ฝากไว้ก่อนเถอะ~~~!!!" ประมานนี้

ตัวร้ายจะมีอยู่3กรณี อันแรกจะเป็นพวกเก๊กเท่ คิดว่าตัวเองเท่มาก จะมีคำว่า "หึๆ" ติดปาก ก่อนที่จะลอบบริ๊งค์เป็นผีโหงพรายแทงข้างหลังตัวดี

(แล้วฝ่ายตัวดีก็จะตะโกนชื่อคนที่ถูกแทงอย่างพร้อมเพรียง) เมื่อฆ่าคนได้ก็จะเอามือปิดหน้า หัวเราะจนขากรรไกรค้าง พอจะตายก็จะ

กรีดร้องจนหมดภาพลักษณ์ไปในทันใด (พูดง่ายๆ มาอย่างเมพ ตายอย่างอนาถา)

สปีชี่ที่สอง จะเป็นตัวร้ายแบบ บ้าพลัง อยากฆ่าคนเป็นนิจ จงรักภักดีมาก และโง่ชอบให้ตัวดีแปลงร่าง ไม่ก็ชาร์จสกิลเสร็จค่อยดวลกัน

ถือว่าเป็นตัวร้ายที่มีคุณธรรม แต่โง่เป็นที่1 โวยวายได้ตลอดเวลา ตัวร้ายแนวนี้จะดูดีกว่าแนวที่1ตรงที่มันยังพอมีสาระกะเค้าหน่อยๆ

สปีชีที่3 แนวโรคจิต หวาดกลัวทุกสิ่ง แต่เกิดมาเมพในด้านมืด(พอๆกะพระเอกที่เมพในด้านแสง) เห็นอะไรก็ทำลายได้โดยไม่ตั้งใจ

ตอนสู้ก็จะเอามือกุมหัวกรีดร้อง พอฆ่าคนได้ก็จะ "ไม่จริง!" อะไรทำนองนี้ แนะนำว่า1เรื่องควรอย่าให้มีเกิน1ตัวเชียว- - 

1.3 คุยเฟื่องเรื่อง ตัวเอก

กล่าวถึงตัวเอก ที่เราเกริ่นมาในตัวละครแล้ว คราวนี้เราจะมาเจาะลึก(แบบดีๆ)กัน

ตัวเอกของนิยายแฟนตาซี 80% เป็นผู้ชาย (จะมีนางเอกติดสอยห้อยตามมาสวีทตอนจบ)

15% เป็นผู้หญิง (แต่จะโสดหาผัวไม่ได้ จริงๆ- -)

และ 5% อีแอบเกย์แตกไม่เอาชะนีเป็นผัว

เรามาเช็คคำถามฮอตฮิตเกี่ยวกับประเด็น ตัวเอก กันเลยดีกว่า

 ♣ ทำไงให้มันเรียกว่าตัวเอก

 1.)ตัวเอกถาศักดิ์แต่เริ่มมันมีบังคับตายตัวมาอยู่แล้วว่ามันต้อง เด่น มากที่สุด อย่าให้ตัวประกอบแย่งซีนได้

ทำได้โดย ให้บทมันเยอะๆ อย่าเอาตัวประกอบมามีบทเยอะกว่ามัน เวลาเนื้อเรื่องหลักให้มันเป็นคนกุมเรื่อง สู้กะตัวร้ายที่ใหญ่ๆไม่ใช่

เป็นแค่ตัวต่อสะพานให้คนในทีมตัวประกบอที่เก่งกว่าไปกำจัดตัวใหญ่ก่อนหน้า

 2.)ตัวเอกต้องเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับแก่นสารเรื่อง และทำไมมันต้องเป็นตัวเอก ชีวิตของมันเส็งเคร็งมหาโชคยังไงที่ทำให้กลายเป็นเรื่อง

ให้ผู้อ่านทั้งหลายอ่านได้ อาทิ ตัวเอกได้รับพรจากพระเจ้าคุมชะตาโลกHaไรไม่รู้ จึงต้องเป็นคนที่นำทัพสู้กะอีกฝ่าย

(นี่คือโครงเรื่องที่กล่าวถึงตัวเอกได้อัปรีย์และเบสิคที่สุด ไม่แนะนำให้ทำบ่อย)

 3.)ตัวเอกต้องมีนิสัยพึ่งพาได้ ดูเป็นผู้นำ ต่อให้มีตัวประกอบชี้บงการ แต่ถ้ายามเดินทางแอดเวนเจอร์มันต้องเป็นผู้นำ

 4.)ตัวเอกต้องเก่ง ต้องเมพ ห้ามกากกว่าตัวประกอบทุกเวลา ต่อให้กากต้นเรื่องกลางเรื่องถึงปลานยเรื่องมันก็ต้องโชว์ให้เห็นว่าเหนือกว่าคนในทีม

ทำได้โดย ให้ของขวัญอะไรกะมันหน่อยที่จะทำให้มันเก่งขึ้น หรือออกบทเจอครูอาจารย์ฝึกวิชาจนแกร่งกล้า

แต่ไม่แนะนำให้เก่งโดยพึ่งลำแข้งคุณสมบัตความสามารถผู้อื่น หรือเฉพาะดวงเก็บตัวร้ายแบบลาสต์ช็อต ขอยกตัวอย่างที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง

อาทิ ExEcutional พระเอกกากตั้งแต่ต้นเรื่อง ตอนสู้กะอีกฝ่ายตอนจบภาคแรก มันเก่งได้เพราะว่า พึ่งอาวุธของหัวหน้ากองกำลังมัน

พอสู้ภาค2 ล่าสุดมันเก่งขึ้นเพราะของขวัยที่ผู้เขียนให้กะมันคือสัญชาตญาณการหลบหลีก และดวงสุ่มอาวุธทีได้อาวุธ7ดาว

เคสแบบนี้ขอบอกว่า เป็นเคสที่ตื้นมากคือให้ตัวเอกพึ่งดวง อยู่ดีๆแม่มได้ของที่ทำให้เก่งล้นฟ้าทันที ทั้งๆที่ตัวจริงกากเหมือนเดิม

แล้วก็เสรือกลืมระบุในเรื่องว่าความสามารถแดชพื้นHaไรมันจากสัญชาตญาณแรงกล้า อยู่ดีๆทำไมมันปลุกขึ้นมาได้ ดังนั้น ถือว่าเฟลล์ในส่วนนี้

เป็นข้อควรระวังว่า ถ้าจะให้ตัวเอกเมพต้องมีเหตุที่มาที่ไป ไม่ใช่เก่งขึ้นมาทันที ถ้าจะบอกเหตุผลที่ง่ายที่สุด ฝึกวิชา จบ- -

 ♣ ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับตัวเอก

อันได้แก่ บุพการี พี่น้อง ครูบาอาจารย์ ผู้อยู่ทิศเบื้องหน้าแอนด์บนทั้งหลาย 95ส่วน100 ของนักแต่งนิยายทั้งหมดชอบรังแกตัวเอก

ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องครูอาจารย์ของมันตายHaหมดยกก๊วนจนเหลือมันคนเดียว โดยไม่ว่าจะเหตุใดๆก็ตาม

(95% มักเป็นตัวร้ายมาฆ่าตั้งแต่ชาติปางก่อน)

และในที่สุดเด็กกำพร้าทั้งกลุ่มก็จะมาจอยด์กัน บางบทก็จะมีแบบคิดถึงฟาเท่อร์มาเท่อร์ที่นรกขุม18ไหนก็ไม่ทราบ

และอีก4%จะเป็นแนวแบบ บุพการีครูบาอาจารย์ญาติพี่น้องหายสาบสูญ ตั้งแต่ประสบสึนามิแอนด์ไซโคลนนากรีส(มั่วละ)

แล้วก็จะได้เจอตอนสู้กะบอสรอง ซึ่งตอนนั้นตัวเอกก็จะกากทันที จะถูกตัวร้ายฆ่า ผู้มีพระคุณก็จะเอาตัวเข้าแลก

"อ๊าก~!" This a เสียงกรีดร้องของผู้มีพระคุณก่อนจะตายHa "##$!" This a คำตะโกนเรียกสรรพนามของผู้มีพระคุณจากปากตัวเอก

(ตามมาด้วยฉากสั่งเสียอย่างต่ำครึ่งตอน) 80% แล้วตัวเอกก็จะฮึด ย้ากๆ! ฆ่าตัวร้ายตัวนั้นทิ้งได้ในพริบตา (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังสู้ไม่ได้เล้ย)

หาได้น้อยมากเรื่องที่พอตัวเอกสู้เสร็จกลับไปกราบเท้าพ่อแม่หรือเอนจอยด์กับพี่น้องอย่างสงบสุข

(กรณีญาติพี่น้อง พี่น้องมันจะต้องเป็นนักรบบ้าๆแบบมันด้วยถึงจะไม่ตายง่ายๆ)

ที่ควรแต่งก็อย่างที่พูดมา แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน บุพการีตายHaลุกจะแก้แค้นให้ บุพการีสาบสูญอ่ะแจ้งปวีณาว่า แม่นู๋หายคร่า

ก็แล้วแต่จะเลือกมาใส่เพื่อความเป็นอรรถรส- -

1.4 ความสามารถตัวละคร

วกเข้ามาถึงตัวละครอีกที 80%ของนิยายแนวแฟนตาซีทั้งหมด พบว่าพระเอกโง่ใช้ป็นแต่ดาบ ไม่ว่าจะดาบเล็กใหญ่ยันกะลาดิเอเตอร์ชั้นเอา

ใช้ด้ามฟาดคอคนตายHaได้ ถ้าคิดจะแต่งแนะนำให้พระเอกใช้อาวุธอย่างอื่นที่นอกจากอาวุธมีด้าม ติดเหล็กคมยาวหน่อยก็ดีนะ

ส่วนถ้าเป็นพระเอกกรณี2 50% ก็จะเป็นนักเวทย์ฉลาดเกินใคร(ที่จริงมันค*ายที่สุดตะหากรู้ไว้) หรือไม่ก็อีก50% ก็จะเป็นความสามารถ

เทพเจ้าถีบตกสวรรค์ นรกส่งมาเกิด หาใครเทียบได้ยาก (แต่ตัวร้ายช่วงแรกก็จะเก่งกว่าเสมอๆ)

ส่วนตัวละครที่เหลือก็จะแล้วแต่ผู้แต่งจะแต่งแต้มความสามารถเฉพาะตัวอะไรเข้าไป กรุณาพยายามหลีกเลี่ยง นักดาบ นักดาบ และ นักดาบให้ดี

นี่ไม่ใช่หนังจีนแนวยุทธจักร หรือซามูไรญี่ปุ่นนะ กติกาเขาจึงใช้ได้แค่ดาบ หัดเปิดโลกอื่นดูซะมั่ง เอ็งหยิบก้อนหินมาปาใส่กบาลหมายังเท่กว่าเล้ย


-------------------------


2.ชื่อเรื่องที่ควรตั้งให้เหมาะ

เริ่มด้วยชื่อเรื่อง หลายคนที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรกแบกหน้าน้อยๆไปถามไถ่คนนูนนี้ว่าจะเอาชื่อไหนดี อะไรยังไง

(จนบางทีโดนด่าประมานว่า คิดเองไม่เป็นเหรอยะ อีด*ก!?)

ทางเราก็มีทริกในการตั้งชื่อเรื่องให้ดูเท่ มีสง่าม ไม่แอ๊บแบ๊วปัญญาอ่อนจนคนที่จะเข้ามาอ่านครั้งแรกจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเอ็งแต่งแนวไหน

ซึ่งก็มีทริกดังนี้

• ชื่อเรื่องควรตั้งให้มันสอดคล้องกับแก่นสารเรื่องที่เราพล็อตไว้

• ต่อมา พอจะหาใจความเรื่องได้แล้ว ก็ต้องแต่งเติมมาสคาร่าอ๊ายลายเน่อร์ให้ดูดีมีระดับหน่อย อาจใช้คำไวพจน์คำออกแนวนิยายที่ใช้บ่อยๆ อาทิ

"อภินิหาร , ตำนาน , มหา , สงคราม" คำที่ธรรมด๊าธรรมดาก็ยกให้สูงขึ้น เช่น กลางคืน = รัติกาล , กลางวัน = อรุณ/ตะวัน

Exam. ง่ายๆ

แก่นเรื่องคือ มีอีโง่2ตัวชิงนางวัน(ดอก)ทองกันอย่างหนุกนาน จนเกิดเป็นสงคราม จะตั้งชือเรื่องประมาน

"มหาสงครามกลศึกชิงนางเสน่หา" อะไรทำนองนี้


-------------------------


OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 08:56:10 »



By. GøøGle-KunG


3.แก่นสารเรื่องที่ควรพล็อตตั้งแต่เริ่ม

อันว่านิยายแฟนตาซี ต้องมาคู่กะสงคราม แน่นอนเราแต่งนิยาย ไม่ใช่นิทานแอลไอซ์อินซอมบี้แลนด์ ที่เข้ามากระโดดย้องแย้งแล้วออกไป

เนื้อเรื่องร้อยทั้งร้อย เริ่มมาตัวดีจะแพ้ตัวร้าย ถูกตัวร้ายยึดครองเอกราช พอเนิ้อเรื่องมาก็จะเป็นตอนที่ตัวดีลำบากอยู่

การพล็อตเรื่องของแนวแฟนตาซี จะใช้ตัวช่วยในการทำสงคราม จัดหามาได้ก็มีเท่านี้ (เรียงตามลำดับความฮิต)

• แย่งของชิ้นหนึ่งกัน  (ไม่ทราบว่าที่บ้านหล่อนบุพการีไม่สั่งสอนให้รุ้จักมีน้ำใจแก่ผู้อื่นเรอะ)

• ป้องกันตัวร้ายทำลายล้างโลก (เป็นแนวที่ห่วยแตกมาก แต่งมางี้ส่อให้เห็นถึงสมองผู้แต่งยังไม่เลยวัยป.3)

• ช่วยเหลือตัวดีที่ถูกจับไป (แทนที่จะปล่อยให้มันตายดีๆก็พอแระ- -)

• ทำตามคำสอน(บ้าๆ)ของเทพเจ้าผู้ขี้เกียจโดยสันดา_ (นับถือแบบงมงาย แล้วก็มาคิลกัน เหมือนนิกายโปรเตสแตนท์
กะคาทอลิกตอนที่เพิ่งแยกใหม่ๆ)

• เหตุปัจจัยแย่งชิงดินแดน (นี่มันแนวประวัติศาสตร์แระ ใครกล้าใช้อันนี้ถือว่าต้องเก่งมากๆ)


-------------------------


4.How to การเขียนบทนำ

เมื่อได้เนื้อเรื่องมาแล้ว แก่นเรื่องมาแล้ว ก็ควรเรียบเรียงให้มันดูดีมีระดับ สามารถสื่อถึงแก่เนรื่องได้ทันที โดยต้องไม่ทำลายปมเรื่องที่เราอุ๊บอิ๊บไว้

ตั้งแต่เริ่ม (ใครเผลอบอกปมเรื่องหลักจะฆ่าให้) ก็จะมีหลักดังนี้

(1) กล่าวถึงที่มาของเรื่อง ว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ๆขึ้น

(2) ใครเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์ตั้วงแต่กาลนานก่อนหน้านั้น

(3) เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นยังไงกัน ทำไมถึงเกิดขึ้น

(4) ส่งผลให้ถึงต่อเนื้อเรื่องปัจจุบันยังไง (แก่นเรื่อง)

*พิเศษ : (4) อธิบายให้เชื่อมโยงกับตัวเอกยังไง

Exam ง่ายๆ (จะใส่หมายเลขคั่นตรงจุดต่างๆ ดูเอาด้านบนว่าอยู่ส่วนใด)

*ตัวเอกในที่นี้ คือ นายA และ B จะเลือกให้ใครเป็นพระเอกหรือรองเอกก็แล้วแต่

เรื่อง "มหาสงครามกลศึกชิงนางเสน่หา"

(1) กาลครั้งหนึ่งนานแส๊นนานมาละ มีนางอัปสรผู้หนึ่งบนชั้นสวรรค์ได้จุติลงมาบนโลก ตามอายุขัยกาลเวลาที่หมด ชาวเทวดาที่ยังแย่งนางอัปสรกันอยูก้นึกเสียดาย จึงได้จุติตามลงไป

(2)เมื่อนางอัปสรได้กำเนิดบนโลกมนุษย์ นางได้เป็นมนุษย์ที่มีหน้าตาสวยงามมาก และชอบเอาดอกทองมาประดับศีรษะเป็นสัญลักษณ์ประจำตน
บุพการีของเธอจึงตั้งชื่อเธอว่า "นางวันดอกทอง" และเพื่อนบ้านอีก2บ้าน ก็ได้ให้กำเนิดลูกชายอีกหลายบ้าน นับๆแล้วก็รวมประมาน10คน มาเป็น
เพื่อนเล่นกันตั้งแต่เป้นเด็กเล็กแดง

(3)ครั้นเหล่าเด็กๆในหมู่บ้านเติบใหญ่เป็นหนุ่มสาวก็แยกย้ายออกไปยึดครองเมืองต่างๆเป็นของตน และลูกชายอีกหลายบ้านก็ต่างเพ่งเล็งนางวันดอกทองอย่างหื่นกระหาย ทั้งหมดจึงเหมือนรถไฟชนกัน เกิดศึกชิงนางขึ้น และทำสงครามชิงตัวนางวันดอกทองขึ้น จนท้ายที่สุดก็เหลือคู่แข่งชิงนางแค่2คน คือ นายA แอนด์ นายB

(4)อีบ้าทั้ง2จึงจัดทัพตีกันครั้งสุดท้าย นางวันดอกทองที่ยังไม่อยากเสียเพื่อนรักทั้งหมดของตนไปมากกว่านี้ จึง(โง่)เอาตัวเข้าแรกระหว่างที่ทั้ง2ขี่ช้างสวรรค์ปะทะกัน ร่างของนางจึงกระจัดกระจายออกเป็น32ส่วน แล้วลอยละลิ่วไปอยู่จุดต่างๆบนโลก นายAแอนด์Bเสียใจมาก จึงท้ากันอย่างลูกผู้ชายว่า
ใครที่สามารถรวบรวมชิ้นส่วนของนางวันดอกทองได้ครบก่อน เมื่อนางฟื้นคืนชีวิตขึ้นคนนั้นจะได้นางวันดอกทองมาเป็นเมียไป ทว่า นายBที่คิดเล่นสปกปรกจึงจ้องจะปลิดชีพนายAมิให้หาชิ้นส่วนได้สำเร็จก่อนตน สงครามชิงนางระหว่างทั้ง2ยังไม่สิ้นสุด การแย่งชิงชิ้นส่วนของนาวันดอกทองตามคำท้าจึงอุบัติขึ้น...

(แต่งมั่ว) อันนี้จะใช้ตัวช่วยในกรณี แย่งชิงสิ่งของกัน มาช่วยประกอบเนื้อเรื่องให้มันดูมีสีสัน

จากที่ใส่ลำดับแล้วก็คงจะพอเข้าใจกันนิสหน่อย ว่าแต่ละส่วนในการแต่งบทนำมันเป้นยังไง

ส่วนตัวเอกในที่นี้คือ นายA เนื่องจากไม่เล่นสกปรก ไม่เป็นตัวร้าย โอป่ะ=_=

ความยาวของบทนำควรไม่เกิน15-17บรรทัด เอาให้ได้ใจความ ไม่ควรยาวหรือสั้นไป

ที่สำคัญ ห้ามบอกปมเรื่องสำคัญในเรื่องเด็ดขาด (เพราะไปๆมาๆเราจะแต่งไม่ออกเสียเอง- -)


-------------------------


5.ลักษณะการบรรยาย พรรณนา อุปมา

มาถึงขั้นในการแต่งบ้าง ถ้าหากขาดการบรรยายไปนิยายก็คงไม่เป็นนิยาย โดยการบรรยายจะทำให้ผู้อ่านรู้ถึงเหตุการณ์ระหว่างดำเนินเรื่องมากขึ้น

ไม่มึนงงว่าตัวละครนี้มันอยู่ที่ไหน ทำHaเหวไรอยู่ ยิ่งบรรยายดีก็จะได้อรรถมากยิ่งขึ้น เหมือนซุปกระดูกหมูเคี่ยวดีคนกินก็จะอร่อยมากๆ (เทียบไปนู่น)

งั้นมาเริ่มแหัวข้อของการบรรยายกันเลยดีกว่านะ (พล่ามมาเยอะ)

  การบรรยาย พื้นฐานมหาเบสิคกิ๊กก๊อกแห่งนิยาย ทุกแนวก็จำเป็นที่จะต้องมี ในหมวดแฟนตาซีมันจะเน้นเกี่ยวกับ การเปิดตัวของตัวละคร อิริยาบถของตัวละคร สถานที่ ฉากสนทนาเฉยๆ และฉากต่อสู้สงครามชะนีตบแย่งผั*กันเสียมากกว่านิยายแนวอื่น 

  การพรรณนา อันดับถัดมารองจากการบรรยาย ซึ่งจะทำให้การบรรยายดูสละสลวยขึ้น ในขั้นเบสิคก็ออกจะเป็นการใช้คำระดบัสูงมาช่วยในการบรรยาย

  การอุปมา ส่วนท้ายที่สุด เป็นการเปรียบเทียบเหตุการณ์นั้นๆกะสิ่งต่างๆ ใช้ได้ดีมากสำหรับทุกฉาก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกชัดเจนเข้าใจสถานการณ์เนื้อเรื่องขึ้น เหมือนติดตั้งระบบ3Dก็ว่าได้

*โดยการบรรยายต่างๆควรใช้สถานการณ์เป็นตัวบรรยาย ไม่ใช่ตัวเอกเป็นตัวบรรยายเหมือนนิยายรัก

แบ่งฉากออกได้อีกรอบ (ตัวอย่างจะใส่สีตามส่วน บรรยาย พรรณนา แอนด์ อุปมา)

• การเปิดตัวของตัวละคร แน่นอนสำคัญมาก ในหมวดนี้จะเน้นประวัติฝีมือของตัวละครรองจากลักษณะตัวละคร อาทิ
..นางวันดั่งสีทับทิมดอกทองผู้มีริมฝีปากเรียวแดง แก้มชมพูเหมือนลูกตำลึงสุก หน้าเรียวคมสวยเป็นกระกายงดงามชวนหลงเสน่หา ผมยาวสลวยสีทองจรดเอว มีปิ่นปักผมลายดอกทองประดับอยู่บนหัวเสริมประกายความงามให้แก่นางดั่งหงส์ฟ้ามากขึ้น
ความงามของเธอทำให้ชายหนุ่มหลงไหลในสเน่ห์ของนางอย่างหัวปักหัวปำ..

• อิริยาบถของตัวละคร จะเน้นว่าตัวละครกำลังทำอะไรอยู่

อาทิ ..นายAขยำกระดาษสาส์นท้ารบชิงนางวันดอกทองของนายBด้วยความฉุนเฉียวเมื่อนึกว่าอาจจะต้องเสียเลือดหลั่งน้ำตากันอีกครั้ง..
• สถานที่ ระหว่างผจญภัยพวกตัวเอกก็ต้องระเห็ดร่อนเร่พเนจรไม่เคยติดต่อ ธอส. ให้อนุมัตบ้านให้ซักหลัง สถานที่แปลกตาจึงมากมายจนคนอ่านเซ็ง
อาทิ ..เมื่อนายAเดินทางมาถึง เขาก็ได้พบบ่อน้ำพุมังกร ที่ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นมังกรหินจำนวนมาก พร้อมทั้งมีน้ำพุพ่นออกมาจากปากมังกร
พื้นน้ำด้านล่างดูเป็นสีเขียว
มรกตดูสวยงามแก่การรับชมมองดูอย่างยิ่ง..

• ฉากสนทนาเฉยๆ เป็นฉากที่ตัวละครคุยกันตามสถานการณ์ อาจจะมาในช่สวงก่อนต่อสู้ อาทิ
.."xxxx" นายAกล่าวเสียดสีเชิงด่านายBอย่างต่อเนื่องโดยน้ำเสียงดุดันและเกรี้ยวกราด / "#$%" นายBสวนกลับพลางกรีดร้องออกมา..

• ฉากต่อสู้ เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยากของนักแต่งนิยายทั่วไปเป็นอันมาก 75%ของนักแต่งทั้งหมด เวลาสู้กันก็จะต้องมี

-ตัวเอกแอนด์ตัวร้ายสู้ๆกันอยู่งัดสกิลHaไรไม่รุ้และไม่ทราบว่าได้จากไหนมาตะโกนใช้อย่างคล่องแคล่ว จนสุดท้ายสกิลก็ล้นจนจำไม่ได้

-100% ตัวดีคนแรกจะสู้ได้สูสีมาก และสุดท้ายก็จะพลาดพลั้งจนเกือบตาย ไม่เคยจัดการบอสรองด้วยตัวเองนอกจากบอสใหญ่

-95% พอตัวดีกะลังจะพลาดจะตายHa ก็จะมีฝั่งตัวเอกมาช่วยอย่างกระทันหัน (ไม่ทราบว่ามันเหาะมาจาหนใด) อีตัวดีตัวที่มาช่วยก็จะเก๊กเท่
และปราบอีฝ่ายตัวร้ายได้อย่างว่องไว

-90% เมื่อตัวดีถูกตัวร้ายสปีชี่1แทงข้างหลัง ตัวดีที่เหลือก็จะ "นายA!!!(ชื่อตัวละครเป็นต้น)" ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง

-80% ฉากที่ตัวร้ายจะถูกฆ่า มันจะกรีดร้องอย่างโหยหวน หรือไม่ก็จะ "ฝากไว้ก่อนเถอะ~!"
(โทดทีเค่อะ ตัวดีนะเคอะไม่ใช่ธนาคารกสิกรไทย ถึงฝากได้ทุกเรื่องน่ะ= =)

-100% ตัวประกอบที่ถูกฆ่า จะได้รับการบรรยายฉากตอนตายนั้นไม่ถึงครึ่งบรรทัด (แค่ ตัวประกอบถูกฟันเข้าที่ท้องสิ้นใจตาย ณ ตรงนั้น)

-100% ในขณะที่พวกตัวเอก+ตัวประกอบเอก พอจะตายพร่ำเพ้อสั่งเสียช่วยส่งฉลากแป้งเบบี้มายด์ด้วยเป็นครึ่งตอน-1ตอน

-95% บอสใหญ่ต้องถูกตัวเอกฆ่า ในสภาพที่ถูกตัวประกอบเอกไล่ยำจนเกือบจะตายHaอยู่แล้ว (อีพวขี้ลาสช็อต!)

-90% ตัวร้ายบอสใหญ่ๆ ได้แค่ กรี๊ดดดด! ก่อนตาย ไม่มีการสั่งเสียกับลูกน้องตนเองเลยแม้แต่น้อย

โอเค บอกสถิติเสร็จแล้ว มาดูวิธีบรรยายฉากพวกนี้กันดีกว่า

 ♠ การบรรยายฉากต่อสู้

ฉากต่อสู้ บรรยายเหมือนการบรรยายทั่วไป มักมาหลังคำพูดต่างๆโดยใช้คำสันธ่าน (พร้อม ก่อนที่จะ พลาง ETC.)

ไม่ก็จะขึ้นบรรทัดใหม่บรรยายฉากสู้สดๆเลย อาทิ

-"หล่อนแย่งผัวชั้นเหรอ!" นายAตะโกนด่านายB พร้อมรัวตุ๊กตาบลายด์ที่เป็นอาวุธในมือของตนฟาดใส่หัวนายBไม่ยั้ง
เพี๊ยะ! (ซาวด์เอฟเฟก) ฝ่ามือหนาของนายBประลงบนหน้านายAเต็มแรง

-นายAที่รับไม่ได้จึงกระหน่ำเอาตุ๊กตาบลายด์เคาะหัวนายBไปเรื่อยๆ ในขณะที่นายBพยายามหลบและหาจังหวะตบสวนกลับไปด้วยความว่องไว

 ♠ การประยุกต์วิธีต่อสู้

ไม่ควรนำสกิลบลาๆ ที่อยู่ดีๆคิดขึ้นเองได้มาใช้ในทุกๆตอน (ใช้มาเองเสียมาเอง= =) เพราะไปๆมาๆเราจะจำสกิลเสียเองไม่ไหว รวมถึงน่าเบื่อด้วย

 (จำลองเหตุการณ์) ลองนึกถึงการ์ตูนช่อง9ที่ไทยทำอนิเมขึ้นมาเองตอนเช้า เมื่อประมาน2-3ปีก่อน "ซุปเปอร์มอลต์" (เย้ๆ)

โดยเนื้อรเองมีอีหัวทองจากดาวกะหรี่ขายข้าวเป็นอย่างเดียว และแดรกได้แต่โกโก้สีอ่อนผสมน้ำตาลปริมาณมากต่อ1แก้วเพื่อเติมพลัง

สกิลที่มันมีคือ คลื่นพลังแสงอาทิตย์ และ หมัดแสงอาทิตย์

ในทุกตอน (ย้ำว่า ทุกตอน) พอสู้กะตัวร้ายมันก็จะ "คลื่นพลังแสงอาทิตย์! / หมัดแสงอาทิตย์!" ใส่ตัวร้าย ร้อง ว้ายยยยยย

แล้วตัวร้ายก็ตายHa เย้ๆ

โอเค เป็นพวกเอ็ง เบื่อหรือไม่ที่อีนี่มีปัญญาทำได้แค่เตะต่อยธรรมดา(บินไปต่อยให้ถอยๆๆๆ)กะปล่อยพลังมาอัด ไม่มีHaไรเลย - -

* ตัวละคร1ตัวละครควรมีสกิลไม่เกินประมาน 5-6สกิล ท่าไม้ตาย 1-2ท่า

ดังนั้นวิธีที่จะออกแบบบทต่อสู้ให้ดีที่สุดคือ การประยุกต์

เป็นอะไรที่ค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับนักแต่ง จำเป็นต้องใช้จินตนาการอย่างมาก (ขนาดข้าพเจ้าเองยังเครียดกะตรงีน้เหมือนกัน)

โดยอาจจะพิจารณาจากคุณสมบัติสกิล และ สถานการณ์การต่อสู้นั้นๆ ให้ออกแบบบทได้ถูกต้องแก่ตัวละคร

ยกตัวอย่างง่ายๆ 

นายB มีพลังจิต จะคยั้นคยอให้นายAคนืของกลับมา ในขณะที่นายBมีพลังกักขังสิ่งของที่ตนกำหนดจนกว่าตนจะตายHa
และนายAไม่สามารถใช้พลังได้นานกว่า2นาที ควรจะทำยังไง?

ก.บู๊กันแม่มเลย เอาสกิลใหม่ๆเกีย่วกะพลังจิตมาใส่ ให้นายAสู้นายBชนะแล้วแย่งของมา ( X )

ข.นายBจึงใช้พลังจิตจากมือถล่มก้อนหินขนาดยักษ์ที่อยู่บนหัวของนายBลงมาทับมันให้ตายHaทันที ( O )

แน่นอน การประยุกต์ในที่นี้ก็คือ ข้อข.ไข่ ซึ่งในการแต่งจริงจะไม่มีใครมานั่งแต่งโจทย์ให้เรา นอกจากว่าเราจะเป็นคนเขียนโจทย์

คือเงื่อนไขเนื้อเรื่องในแต่ละตอน ให้ว่าทำไมจะต้องสู้ในรูปแบบไหน แล้วจะใช้ประยุกต์ยังงให้มันดูไม่ปัญญาอ่อนหรือเรียบง่ายเกิน

(ที่ยกตัวอย่างมานี่โคตรง่ายเลยขอบอก กรุณาควรคิดให้มันพลิกแพลงให้มันได้มากกว่านี้= =)


-------------------------


[พิเศษ] ข้อควรระวังในการแต่งนิยายแฟนตาซี

1.กลายเป็นนิยายเด็กปัญญาอ่อน เพราะพล็อตเรื่องไม่ดีตัวร้ายคิดได้แค่ทำลายล้างโลกส่วนตัวดีกระแดะอยากเป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

2.ตัวละครล้น เพราะบทไหนไม่รู้อยากมีเพิ่ม แนะนำว่าควรลบมันทิ้งให้ตายๆไปซะบ้าง ไม่งั้นจะเลือกมาใช้ในแต่ละบทยาก

3.ตัวละครต่อ1ฉากเยอะแบ่งบทไม่ไหว 1ในผลกระทบจากข้อ2 ใน1บทนับเอาทีมเดินทางนับ10 ก็ต้องบรรทัดนึง Aพูด Bพูด

แนะนำว่าถ้าไม่คิลลบทิ้งก็ออกบทให้มันกระจายตัวดีกว่า หลังๆค่อยมารวมกันใหม่

4.ใช้คำบรรยายในฉากสนทนาซ้ำๆ ไม่รู้จะบรรยายว่าอะไรก็ "xxx"พูด พูด พูด ใช้เป็นแค่ "พูด"

จนคนอ่านเบื่อรู้สึกคิดว่า "อีคนแต่งมันไม่มีปัญญาแต่งการบรรยายดีกว่านี้เหรอฟะ" อาจใช้ "กล่าว , เอ่ย etc." มาใช้ช่วย

บรรยาย และก็เติมช่วยบรรยายไปด้วยเพื่อบอกอารมณืตัวละคร เช่น "xxx" Aกล่าวอย่างฉุนเฉียว / ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด etc.

5.อีโมชั่น T^T T[]T O0O O_O =_= -..-นิยายแฟนตาซีนะเคอะ

ไม่ใช่นิยายฮาorของสำนักพิมพ์แจ่มใสบรรลัยสติปัญญาหน้าด้านอ่านไม่รู้เรื่อง ดังนั้นอย่าใช้เด็ดขาด

6.ทำได้แค่ปล่อยสกิล ใช้การประยุกต์การต่อสู้มาช่วย สกิลเดียวใช้ได้ตั้งหลายอย่างรู้ไว้

7.ตั้งชื่อตัวละรไม่เป็น เอาให้มันดูเข้ากะเผ่าพันธุ์ตัวละคร อย่างเผ่าเอลฟ์ชื่อจะดูแฟนตาซีขึงขังกระแดะๆนิสๆ

เช่น มัลเฟียส ออเรสต้า เผ่ามนุษย์อย่างเรียบง่ายออกหรั่งๆ เลโอ ลิมเบิร์ท หรือถ้าใครจะประสงค์ให้ตัวละครมีเอกลักาณ์

ก็แนะนำให้แถชื่อสดตามแต่ตัวเองจะต้องการ (ถ้ามา A , B , แดง , ดำ หรือ Az@ , Dek_B_Z@ จะฆ่าให้ นิยายนะไม่ใช่เกม)

8.ชื่อตัวละครเบสิคมากๆ เรียบเรียงมาให้ดู จะได้รู้ว่าไม่ควรเอาไปตั้งเพราะจะเสียความเป็นเอกลักษณ์

พระเอก : จอร์จ , ปีเตอร์ , เฟรดดี้ , จอห์น , บอย , เอ็ด , เอ็ดดี้ , โจ , เบ็ก , บิ๊ก , แช็ค , เบน , แฮร์รี่ , วิลเลี่ยม , อัลเลน ฯลฯ

นางเอก : ซาร่า , ซูซาน , ซูซี่ , ลูซี่ , แอนนา , โอลีฟ , จูลี่ , จูเลีย , มาเรีย , มินนี่ , กิ๊บซี่ , โบว์ , เอมี่ , ลาร์ล่า , ลีน่า  , เอลซ่า ฯลฯ

ตัวร้าย : ดาร์ก , ลอร์ด , เดวิ่ล , เด๊ด ฯลฯ

9.ไม่ใช่ฝั่งไหนดีก็ดีมาก ฝั่งไหนเลวก็เลวมากเกิน พระเอกนางเอกไม่มีอาชีพพระ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้ กรุณาแต่งให้มันมีนิสัยชั่วบ้างเล็กน้อย

ส่วนตัวร้ายก็ต้องมีส่วนดีมีเหตุผลนิดหนึ่งเช่นกัน

10.ตัวเอกเริ่มมาให้มันเทพน้อยหน่อย ตัวเอกนะเคอะไม่ใช่เทพเจ้าพระพุทธเจ้าเดิน7ก้าวได้ตั้งแต่ประสูติ

เริ่มมาแม่มเทพมีสกิลทำลายล้างคนชั่วหมด ชาตินี้มันจะสนุกมั้ย (แต่ฝ่ายชั่วเริ่มมายังเจือกเก่งกว่ามันอีก) มันจะดูไม่สมดุล

(ข้อ9-10 เครดิต : ทีมงานเบื้องหลัง(ผู้ซุ่มยอดเยี่ยมแห่งบอร์ด))








OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 09:25:37 »



By. ● ρєтсн™

เนื้อเรื่องส่วนมาก

นิยายรักเกือบจะทุกเรื่อง ที่มีแนวเรื่องแบบนี้ คือ เพื่อนพระเอกชอบนางเอก เพื่อนนางเอกปลื้ม(ย้ำว่า ปลื้มเฉย ๆ ไม่ใช่ชอบ)พระเอก

(แต่ในบางเรื่อง เพื่อนนางเอกก็ชอบเพื่อนพระเอกหรืออาจจะชอบพระเอกแต่สุดท้ายก็ไปคู่กับเพื่อนพระเอก)

ตัวร้ายก็ชอบพระเอก แต่พระเอกชอบนางเอก แต่นางเอกชอบพระเอกแต่ไม่รู้ตัว ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าชอบพระเอกก็ต่อเมื่อมีผู้หญิงมาห้อมล้อมพระเอก

หรือพระเอกไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น แล้วตนเองหึง เสียใจ อะไรว่าไปถึงจะรู้ตัวว่าชอบ ง่าย ๆ รู้ตัวเมื่อเรื่องมันสายไปแล้ว

บอกตามตรง แนวนี้มีเยอะมาก !!! ไม่ว่าจะนิยายตามร้าน หรือแต่งกันเองในบอร์ด ในกระทู้ (เค้าก็เป็น กร๊ากกก !!~)

มีเยอะมากจนเหมือนว่าแนวเรื่องนี้เป็นแนวพื้นฐานของนิยายรักไปเลย มาลองดูเนื้อเรื่องแนวเนื้อเรื่องอื่นที่นิยายรักใช้แต่งเยอะไม่แพ้กับแนวพื้นฐาน



1) พระเอกเถื่อนและโหด อันนี้รองมาจากแนวพื้นฐานเลย พระเอกเถื่อนเป็นยังไง ? ก็พระเอกชอบมีเรื่องชกเตะต่อยถีบตบกับ รร. อื่น

หรือกับแก๊งค์มาเฟีย บลา ๆ และชอบข่มขู่คนอื่นด้วย โดยเฉพาะนางเอกจะโดนบ่อยมาก แต่สุดท้ายยังไง๊ยังไงก็รักกันอยู่ดี

โดยปกติ นิยายทุกเรื่องที่เป็นแนวนี้ที่มีขายตามร้าน (ย้ำว่าทุกเรื่องที่เป็นแนวนี้) พระเอกที่เถื่อนมักจะมีจิตใจที่อ่อนโยนอยู่ลึก ๆ



2) นางเอกถูกรุมชอบ แนวนี้ก็มีเยอะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นนิยายรักแบบไหน

นางเอกมักจะโดนรุมชอบเสมอ และแต่ละคนก็หน้าตาหล่อสุดยอด !! ส่วนมากที่เห็น คนที่มาชอบนางเอก

มักจะเป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตของโรงเรียนที่สาว ๆ กรี๊ดกร๊าดเหมือนเจอดาราเกาหลี และจะต้องมีกลุ่มหนึ่งที่มารุมตบนางเอก

เพราะหาว่านางเอกแย่งรุ่นพี่ ๆ คนนี้ไป ประมาณนี้แล้วอาจจมีพระเอกหรือเพื่อนพระเอกมาทำแผลให้นางเอก

แล้วก็ต้องมีฉากนึงที่ต้องแย่งชิงนางเอกกัน ส่วนมากมักจะเป็นหาเรื่องชกต่อยกันมากกว่า

เช่น พระเอกกับกำลังจะตบต่อยกับเพื่อนพระเอก จะต้องมีคนที่สามารถตรัสรู้เหตุการณ์ได้ วิ่งแจ้นไปบอกนางเอกว่า ..


"เฮ้ย ! พระเอกกับเพื่อนพระเอกกำลังจะมีเรื่องกัน" ทันทีที่นางเอกรู้ นางเอกจะตกใจสุดขีด และรีบวิ่งไปหาทั้ง ๆ ที่คนบอกยังไม่ได้บอกว่ามีเรื่องกันที่ไหน

แต่ดั้นวิ่งไปถูกที่ (เป็นแค่บางเรื่องที่ลืมบอกสถานที่) แล้วนางเอกก็จะเข้ามาขวางระหว่างทั้งคู่เพื่อไม่ให้ทะเลาะกัน

แนวนี้ตัวร้าย(ที่เป็นผู้ชาย)อาจแจมมาชอบนางเอกก็ได้



เท่าที่สังเกตมา มีแค่ 3 แนวนี้ (รวมแนวพื้นฐาน) ที่นิยายรักส่วนมากจะใช้เยอะที่สุด นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่เท่าที่อ่านมาหรือมีในขั้นปานกลาง

และอันดับ 1 สำหรับมือใหม่ที่ใช้แบบนี้แต่งนิยายรักมากที่สุดคือ พระเอกกับนางเอกกัดกันตลอดทั้งเรื่องจนรักกัน = =

และแนวที่หาได้น้อยมาก !! คือ พระเอกเป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิง อ่อนโยน และเทคแคร์ความรู้สึกทุกคน ฯลฯ

เพราะหลาย ๆ คนคิดว่า พระเอกที่เป็นคนแบบนี้จะน่าเบื่อมากจึงไม่มีใครแต่งกัน

ทั้ง ๆ ที่ในโลกความจริงผู้หญิงส่วนใหญ่อยากได้หนุ่มสุภาพบุรุษกันทั้งนั้น แต่กลับไม่อยากได้พระเอกนิยายสุภาพบุรุษ

ถ้ามีก็คงจะเป็นส่วนน้อย




แก่นสารเนื้อเรื่องที่ควรพล็อตตั้งแต่เริ่ม

  โดยส่วนใหญ่ของนิยายรักมักจะเป็นความจำทรงที่ขมขื่นในอดีตตอนเด็ก ๆ ของพระเอกหรือนางเอก ที่ปัจจุบันนี้พระเอกหรือนางเอกก็สะบัดไม่ออกหัวซะที

หรืออาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อนซักพักก่อนที่นางเอกจะเปิดเทอม / ย้ายบ้าน อะไรก็แล้วแต่เนื้อเรื่องที่เราแต่ง

หรือบางเรื่องอาจจะเจอพระเอกในบทนำเลยก็มี เท่าที่เห็นในนิยายรักก็มีอยู่แค่นี้แหละ ส่วนมากแบบนี้จะอยู่ในแนวคอมเมดี้มากกว่า




แนวต่าง ๆ ของนิยายรัก

นิยายรักจะมี 4 แนวด้วยกัน คือ

1. โรแมนติค
2. อิโรติค
3. ดราม่า
4. คอมเมดี้


ส่วนมาก(จนเกือบทั้งหมด)ข้อมูลต่าง ๆ ในหัวข้อนี้ได้ไปขอความช่วยเหลือ GøøGle-KunG

เพราะเนื่องจากเค้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน (อ้าว =_=) แต่ก็มีบางส่วน(จนแทบไม่มี)ที่ทำเอง



แนวโรแมนติค

โรแมนติคจะออกแนวนิยายรักของผู้ใหญ่ ลักษณะตัวละครมักจะบรรลุนิติภาวะแล้วทั้งนั้น หรือหมดวัยใสแล้วนั้นเอง

เนื้อเรื่องจะไม่มีคอมเมดี้ฮา หรือหวานๆอะไรแบบวัยรุ่นมาก แต่เนื้อเรื่องจะแฝงแก่นเรื่องแบบจะให้รักกันยังไงเสียมากกว่า

เทียบกับพวกคอมเมดี้คือพวกนั้นแค่ดูใจกันแล้วมีเหตุการณ์ให้ผิดใจกันแค่นั้น

อาทิ โรมิโอแอนด์จูเลียต เพราะอยู่คนละตระกูลที่ขัดแย้งกันเลยรักกันไม่ได้ ก้ต้องหาทางดำเนินเรื่องให้รักกันได้

แต่ตอนจบก็เป็น Bad End


  • การตั้งชื่อเรื่องแนวโรแมนติค แนวโรแมนติคจะไปตั้งชื่อเหมือนแนวคอมเมดี้ไม่ได้

  อย่างนางทาส ตั้งเป็น นางสาวรับใช้ พิชิตใจบ่าวเจ้าเสน่ห์ มันก็ดูไม่ดีแถมมันไม่เหมาะกับแนวเรื่องสุด ๆ !!

  ชื่อเรื่องควรสั้น ๆ ได้ใจความ ไม่ควรเกินประมาณ 5-6 คำ เช่น จำเลยรัก สื่อได้ทันทีว่านางเอกโดนบังคับ


  • บทนำ บทนำของแนวโรแมนติคและดราม่าจะประมาณนี้
  ขออนุญาตไม่กระแทก Enter 2 ครั้งให้มันติดกันเพราะจะได้รู้ว่าเป็นอันเดียวกัน


  เมื่อความรักของหญิงสาวที่มิเคยสมหวังสิ่งได้ และต้องแบกภาระหนี้ที่ครอบครัวสร้างไว้
  สิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" จึงไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวคนนี้ใฝ่หา
  ทว่า สิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" ทำให้เธอถูกจองจำต้องยอมเป็น เจ้าสาวจำแลง
  เพื่อความอยู่รอดปากท้องของครอบครัว กับชายหนุ่มผู้เป็นบุคคลใส่กลอนจองจำ
  "ความรัก" ครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นจากการจองจำก็ได้


                                                              (เรื่อง จำเลยรัก)
                                                          เครดิตผู้ยกตัวอย่างบทนำ GøøGle-KunG




วิธีแต่งแนวอิโรติค

เอ่อ .. แนวนี้คิดว่าคงไม่มีใครแต่งขึ้นมาหรอก เพราะฉะนั้นขอผ่านละกัน =_="

อาจจะมีบางคนไม่รู้จักอิโรติค ขอบอกไว้ก่อนละกัน

อิโรติค คือ นิยายติดเรท 18+ คงรู้จักกันนะว่า ติดเรทคืออะไร = = เผื่อมีเด็กมาอ่าน (คงมีอยู่หรอก -*-)




แนวดราม่าหรือน้ำเน่า

เป็นสาขาย่อยของแนวโรแมนติคแต่งคล้าย ๆ กันแต่จะมีเนื้อเรื่องที่เศร้ากว่า

และจะเน้นให้ผู้อ่าน อ่านแล้วน้ำตาคลอเบ้ามากกว่า


  • การตั้งชื่อเรื่องแนวดราม่าหรือน้ำเน่า ใช้เหมือนกับแนวโรแมนติค
  • บทนำ เหมือนของแนวโรแมนติค



แนวคอมเมดี้

แนวนี้จะเป็นนิยายรักของวัยรุ่นน่ารักแบบใส ๆ กุ๊กกิ๊ก บลา ๆ แนวนี้จะมีค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

อันนี้เนื้อเรื่องจะเป็นแบบพระเอกกับนางเอกดูใจกัน

แล้วในช่วงหลัง ๆ จะต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผิดใจหรือทะเลาะกันตามที่เขียนไว้ในหัวข้อแนวโรแมนติค

แต่สุดท้าย ฝ่ายที่เข้าใจผิดหรืออะไรก็ตาม(จะเป็นพระเอกหรือนางเอกก็ได้)

จะเข้าใจอย่างถูกต้องและกลับมาหาขอคืนดีกับอีกฝ่ายแต่บางเรื่องอีกฝ่ายอาจจะทำใจไม่ได้ที่เขาไม่เชื่อเรา บลา ๆ

แล้วไม่ยอมคืนดีกับเขา หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เล่นตัว แต่ยังไงสุดท้ายก็ต้องกลับมาคืนดีกับพระเอกอยู่ดี

แนวนี้ที่จบแบบ Bad End จะมีน้อยสุด ๆ


  • การตั้งชื่อเรื่องแนวคอมเมดี้ ส่วนมากจะตั้งแบบที่ยกตัวอย่างไปในหัวข้อแนวโรแมนติค (นางสาวรับใช้ พิชิตใจบ่าวเจ้าเสน่ห์)

  หรืออาจจะมีคำภาษาอังกฤษเสริมไปหน่อยก็ได้ ส่วนมากมักจะเอาคำภาษาอังกฤษนำหน้าแต่ไม่ใช่คำหลังเป็นคำแปลภาษาอังกฤษที่อยู่ข้างหน้านะ

  และต้องตั้งชื่อเรื่องตามเนื้อเรื่องด้วย เช่น พระเอกเป็นมาเฟีย ก็เป็น "รักอันตรายของคุณชายมาเฟีย"

  (จากนิยายของสำนักพิมพ์ชูก้าร์เรน ขอยืมมาเป็นตัวอย่างหน่อย คิดไม่ออกเหมือนกัน =_=") อะไรประมาณนี้

  แต่ไม่จำเป็นต้องมีบอกว่า คุณชาย xxx อะไรอย่างงี้ก็ได้ แนวคอมเมดี้ส่วนมาก มักจะมีชื่อเรื่องที่ยาว


  • บทนำ อย่างที่เคยบอก ส่วนมากมักจะเป็นอดีตของพระเอกหรือนางเอกมากกว่า จิ้มเอาเลย

  Exam บทนำนิยายแนวคอมเมดี้



รูปแบบการบรรยายดำเนินเนื้อเรื่อง

นิยายทุกเรื่องต้องมีฉากบรรยายอยู่แล้ว ไม่งั้นผู้อ่านจะมึน อยู่ๆ ทำไมมันมาอย่างงี้ ๆ ฟร๊ะ

มาพูดถึงเรื่องรูปแบบการบรรยายก่อน โดยปกติแล้วจะมีอยู่ 2 แบบ คือ


1. ตัวเอกบรรยาย
2. เหตุการณ์บรรยาย


นิยายรักแทบทุกเรื่อง มักจะเป็นตัวเอกบรรยาย อาจจะเป็นพระเอกหรือนางเอกระหว่าง 2 คนนี้

ซึ่งส่วนมากจะใช้นางเอกบรรยายมากกว่า และไม่แนะนำให้ใช้เหตุการณ์บรรยายในนิยายรัก เพราะใช้เหตุการณ์บรรยายจะยากกว่าใช้ตัวเอกบรรยาย

พระเอกกับนางเอกไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ซึ่งเราก็ต้องจับจ้องเล็งไปที่ตัวละครใดตัวละครหนึ่ง หรือจะให้เล่าทั้ง 2 เหตุการณ์พร้อมกันก็ไม่ไหว

ซึ่งไม่มีแน่ ๆ บรรยาย 2 เหตุการณ์พร้อมกันนอกจากจะตัดฉากไปตัดฉากมา เดี๋ยวก็มึน ตัดบ่อยจัด

ก็แล้วแต่ความถนัดของคน ถ้ามือใหม่แนะนำให้ใช้แบบตัวเอกบรรยายจะดีกว่า

และการใช้ตัวเอกบรรยายจะเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้มากกว่า เพราะเป็นเจ้าตัวบรรยาย




การบรรยายลักษณะตัวละคร สิ่งของ สถานที่หรือสภาพแว้ดล้อม

ตัวละคร นิยายรักส่วนใหญ่ มักจะใช้ตัวเอกบรรยายอย่างที่บอกไป แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการบรรยายตัวเอง

เพราะถ้าใช้ตัวเอกบรรยาย อาจจะทำให้ผู้อ่านคิดว่า "นังตัวเอกนี่ หลงตัวเองวุ้ย" ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หรือใช่ตามแต่ละคนที่จะตั้งนิสัยให้ตัวเอก

หรือบางเรื่องอาจจะไม่บรรยายนางเอกเลย สำหรับคนที่จะแต่งแบบใช้ตัวเอกบรรยาย ในบทนำจึงจะแนะนำให้ใช้เป็นเหตุการณ์บรรยายก่อน

เพื่อบรรยายถึงลักษณะของตัวเอกที่เราจะใช้เอามาเล่าเรื่องเหมือนในตัวอย่างที่ยกไปในหัวข้อย่อย
บทนำแนวคอมเมดี้

หรืออีกวิธีหนึ่ง เคยเห็นใช่มั้ย "บันทึกพิเศษ" ที่มีแทบจะทุกเรื่องในนิยายตามร้าน

(จริง ๆ เค้าก็ไม่รู้หรอกเรียกว่าอะไร แต่เห็นเขียนว่าบันทึกพิเศษกัน เลยขอเรียกว่า บันทึกพิเศษไปเลยละกัน = =;)

เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง มาพูดถึงการบรรยายลักษณะตัวละครก่อนดีกว่า เริ่มออกนอกหัวข้อ =_="

ต้องบรรยายให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ บรรยายให้ชัดเจน ผมสีอะไร ยาวรึสั้น ตาสีอะไร ร่างกายสูงรึเตี้ย มีกล้ามเหมือนนักมวยปล้ำรึผอมเป็นกุ้งแห้งอะไรว่าไป

แต่แนะนำให้ใช้ศัพท์ที่สูงกว่าศัพท์ธรรมดา ๆ ทั่วไปจะดีกว่า (ไม่ใช่คำราชาศัพท์นะ = =")

เช่น ตา = นัยต์ตา


- นัยน์ตาของเธอมีสีฟ้าสดใส

- ตาของเธอมีสีฟ้าสดใส


อันไหนอ่านแล้วดูดีกว่า แน่นอน อันแรกอยู่แล้ว เอาละ มาลองดูกัน ถ้ามีแค่การบรรยายเดี่ยว ๆ จะเป็นยังไง

ผมสีดำพัดตามสายลม ใบหน้าเรียวเป็นทรงไข่ มีริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดง ผิวพรรณของเธอขาวเนียน

เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ๆ ลายดอกทานตะวันสีเหลือง นัยน์ตากลมโตสีฟ้าสดใส
เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ เพิ่มมันไปทีละส่วน ๆ

ให้เห็นว่าถ้ามี 3 อย่างนี้มารวมกัน จะได้เป็นยังไง



สิ่งของ อย่ามัวแต่บรรยายตัวละครเพลินจนลืมบรรยายอย่างอื่น (เค้าเป็นบ่อย =w=") ลองบรรยายอย่างอื่นบ้าง

ระบุให้ชัด ของสิ่งนั้นคืออะไร ทรงมันเป็นแบบไหน ทรงกลม วงรีหรืออะไร มีสีอะไร หน้าตามันเป็นยังไงหรืออาจจะบรรยายแค่ลักษณะสิ่งของอย่างเดียว

เช่น หนังสือ


หนังสือเล่มหนาปกสีแดงเลือดหมูเล่มเล็ก

หนังสือบรรยายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จะบรรยายให้มันดูอลังยังไง เอาแค่ให้รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง = =; ลองมาเติมให้กับประโยคเก่ากันดีกว่า

ผมสีดำพัดตามสายลม ใบหน้าเรียวเป็นทรงไข่ มีริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดง ผิวพรรณของเธอขาวเนียน

เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ๆ ลายดอกทานตะวันสีเหลือง นัยน์ตากลมโตสีฟ้าสดใสของเธอมองที่
หนังสือเล่มหนาปกสีแดงเลือดหมูเล่มเล็ก


  • สถานที่หรือสภาพแว้ดล้อม มาดูเรื่องการบรรยายสถานที่หรือสภาพแว้ดล้อมบ้าง

  อาจจะอ้างอิงสถานที่มีอยู่จริงในโลกก็ได้ แต่ถ้าเอาของในประเทศไทยอาจจะดีกว่า

  เพราะเราสามารถบรรยายลักษณะสถานที่ได้ เราเคยเห็น เราเคยไปมา เช่น วัดในประเทศไทย พารากอน อะไรว่าไป

  หรืออาจะเป็นสถานที่ที่เราสมมติขึ้นมาก็ได้ เช่น ทุ่งหญ้า


  ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีต้นไม้ต้นใหญ่มโหฬารอยู่กลางทุ่งหญ้า มีรังนกอยู่บนต้นไม้รังหนึ่ง ส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ กำลังดี ไม่ส่งเสียงมากเกินไปจนรำคาญ

  ประมาณนี้ ลองใส่ประโยคเก่ากันอีกส่วน แต่ขอเติมอะไรเล็กน้อยเพื่อให้ประโยค 2 ประโยคนี้เชื่อมกันได้

  ณ ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีต้นไม้ต้นใหญ่มโหฬารอยู่กลางทุ่งหญ้า มีรังนกอยู่บนต้นไม้รังหนึ่ง ส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ กำลังดี ไม่ส่งเสียงมากเกินไปจนรำคาญ

  มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้
ผมสีดำพัดตามสายลม ใบหน้าเรียวเป็นทรงไข่ มีริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดง

  ผิวพรรณของเธอขาวเนียน เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ๆ ลายดอกทานตะวันสีเหลือง นัยน์ตากลมโตสีฟ้าสดใสของเธอ

  มองที่หนังสือเล่มหนาปกสีแดงเลือดหมูเล่มเล็ก




การอุปมา

คือการเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ กับสิ่งอื่น ๆ จะทำให้ผู้อานเห็นภาพชัดขึ้นด้วย

สามารถใช้คำได้หลายแบบ ดุจ , เหมือน , ดั่ง , เปรียบเหมือน ฯลฯ

และการเปรียบต่าง ๆ ก็มีหลายแบบคือ การเปรียบเทียบสี , รูปร่าง , กลิ่น , สัมผัส และความรู้สึก เท่าที่จำได้ตอนเรียนวิชาภาษาไทยมีแค่นี้ละ = =

มาเอาประโยคที่ดองไว้มาเป็นตัวอย่างละกันเนอะ เอาแค่เปรียบเทียบสีก่อน ขี้เกียจ =w=


- ริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดงดุจดอกกุหลาบ
- ผมสีดำเหมือนถ่านหิน
- ผิวพรรณของเธอขาวเนียนดั่งหิมะ (สโนว์ไวท์เปล่าเนี่ย =_=)

แต่จะใช้การอุปมาเยอะไปก็ไม่ดี ควรมีให้พอดี ไม่ใช่มีทุกครั้งที่มีการพูดถึงสี มาเอาอันนี้ไปใส่ประโยคเก่ากัน >w<

ณ ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีต้นไม้ต้นใหญ่มโหฬารอยู่กลางทุ่งหญ้า มีรังนกอยู่บนต้นไม้รังหนึ่ง ส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ กำลังดี ไม่ส่งเสียงมากเกินไปจนรำคาญ

มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ผมสีดำเหมือนถ่านหินของเธอพัดตามสายลม ใบหน้าเรียวเป็นทรงไข่ มีริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดงดุจดอกกุหลาบ

ผิวพรรณของเธอขาวเนียนดั่งหิมะ เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ๆ ลายดอกทานตะวันสีเหลือง นัยน์ตากลมโตสีฟ้าสดใสของเธอ

มองที่หนังสือเล่มหนาปกสีแดงเลือดหมูเล่มเล็ก



การพรรณา

เค้าใช้เวลาค่อนข้างนานเหมือนกันกว่าจะแยกแยะบรรยายและพรรณาออก (เค้าเข้าใจอะไรยากอะนะ = =)

การพรรณาคือการบรรยายให้ประโยคดูสละสลวยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยกตัวอย่างจากประโยคเก่าเหมือนเดิม

อาจจะเพิ่มคำไปเล็กน้อยเพื่อให้มันเชื่อมต่อกัน


- ผมสีดำเหมือนถ่านหินของเธอที่ยาวสลวย
- ผิวพรรณของเธอขาวเนียนดั่งหิมะเพราะได้รับการดูแลมาอย่างดี

ยกตัวอย่างแค่นี้ละ เหตุผลเดิม ขี้เกียจ = ., =" และนี่คือส่วนสุดท้าย

เพราะฉะนั้น ถ้ามี 3 ส่วนนี้จะได้เป็น
ณ ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีต้นไม้ต้นใหญ่มโหฬารอยู่กลางทุ่งหญ้า มีรังนกอยู่บนต้นไม้รังหนึ่ง ส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ กำลังดี ไม่ส่งเสียงมากเกินไปจนรำคาญ

มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ผมสีดำของเธอที่ยาวสลวยเหมือนถ่านหินของเธอพัดตามสายลม ใบหน้าเรียวเป็นทรงไข่ มีริมฝีปากเล็ก ๆ สีแดงดุจดอกกุหลาบ

ผิวพรรณของเธอขาวเนียนดั่งหิมะเพราะได้รับการดูแลมาอย่างดี เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ๆ ลายดอกทานตะวันสีเหลือง นัยน์ตากลมโตสีฟ้าสดใสของเธอ

มองที่หนังสือเล่มหนาปกสีแดงเลือดหมูเล่มเล็ก



เพิ่มเติม

จะไม่เพิ่มเติมอะไรมากเพราะคำแนะนำเสริมบางหมวดได้บอกไปแล้ว ซึ่งบางอันก็ใช้ได้นิยายทุกรูปแบบ

บันทึกพิเศษ

บันทึกพิเศษก็คือ การเปลี่ยนตัวละครที่ใช้บรรยายชั่วคราว เช่น เปลี่ยนจากนางเอกบรรยาย เป็นพระเอก หรือเพื่อนพระเอก อะไรว่าไป

และจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของตัวละครอีกตัวหนึ่ง สามารถใช้ได้หมด ไม่ว่าจะเพื่อนนางเอก เพื่อนพระเอก ตัวร้าย ฯลฯ

แต่บันทึกพิเศษของตัวร้ายไม่มีซักนิดเลยไม่ว่าจะนิยายแนวไหน

เราก็ใช้บันทึกพิเศษใช้บรรยายลักษณะนางเอกก็ได้ แต่ต้องให้ทั้งคู่เจอกันซะก่อนนะ เช่น บันทึกพิเศษของพระเอก

แล้ววันนึงพระเอกเดินเจอนางเอก แล้วก็บรรยายรูปร่างหน้าตานางเอกไป อย่าลืมพิมพ์ว่า "จบบันทึกพิเศษ"

เพื่อบอกให้ผู้อ่านรู้ว่า จะกลับมาใช้ตัวเอกตัวเดิมมาบรรยายแล้ว




การใช้ภาษาในนิยาย

ไม่แนะนำให้ใช้ "ภาษาวิบัติ" เวลาแต่งนิยาย ควรพิมพ์ภาษาไทยให้ถูกต้อง ยกเว้นพิมพ์ผิดแบบไม่เจตนาหรือถ้าเกิดตัวละครที่เด็กมาก ๆ

อาจจะใช้ได้เพราะพูดไม่ชัด แต่ไม่ใช่แบบ นะ > ณ๊ อะไรอย่างงี้ อย่างมากก็พูดเสียงยาน เช่น ไม่ > ม่าย

ใครเคยเห็นนิยายที่มีขายตามร้านพิมพ์วิบัติบ้าง คงไม่มีเนอะ =_=




การเว้นบรรทัด

ควรจะกด Enter 2 ครั้ง เพื่อให้บรรทัดไม่ติดชิดกันและทำให้ผู้อ่านสบายตามากขึ้นด้วย

เว้นบรรทัดแบบนี้แหละ = = (งงมั้ย ?) มาสั้น ๆ แค่นี้ละ = =





OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 09:46:59 »



By. 一番の宝物

  บางคนอาจจะคิดว่านิยายแนวนี้เขียนยากมาก  "โอ้ยแต่งไม่ไหวแล้ว ไม่รู้จะให้ตายยังไงดี คิดไม่ออกเลย" แต่ตามความจริงนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด  มันติดที่ว่าตัวเราเขียนสยองขวัญเป็นหรือเปล่า  เหมาะกับประเภทนี้ไหม

นิยายสยองขวัญเรื่องแรกของฟองต์นั้นขอยอมรับว่าเน่ามากมาย  แต่พักหลังๆ ช่วงเวลาการฝึกฝนตัวเองมันก็เริ่มดูมีแววว่าดีขึ้น(มั้ง) ก็เลยอยากจะสอนคนอื่นๆบ้าง  จะได้รู้ว่ายังมีคนที่ชอบแต่งแนวสยองขวัญอยู่-_-


1.What is นิยายแนวสยองขวัญ/ผี?

ชื่อมันก็บอกโต้งๆ  แต่ว่าเราควรทำความรู้จักกับมันเสียก่อน  ไม่ใช่ว่า "อยากแต่งจัง แต่งเลยดีกว่าไม่ต้องศึกษาหรอก ขี้เกียจ เย้ๆ" แบบนั้นคงไม่รุ่งแน่นอน  แต่ถ้าเราจะเอาสยองเราก็มุ่งไปทางสยอง  แต่บางฝ่ายอาจจะมีรักเพิ่มเสริมขึ้นมาหน่อย  แฟนตาซีขึ้นมาหน่อย  แต่ว่ายังไง  นิยายสยองก็เป็นนิยายสยองอยู่วันยังค่ำ  เพราะฉะนั้น  พวกความรักหรือแฟนตาซีควรปรับลดละดับให้ลดน้อยลง แล้วสยองนำเป็นอันดับ 1 แทน

1.1 เนื้อเรื่อง

แน่นอนว่าจะต้องมีการฆ่ากัน  การล้างแค้น  ความโกรธ โมโห ความโลภ  หรือ  โรคจิต  และผี ก็จะมีการมาคอยหลอกหลอนคนที่แค้น  คนที่โมโห  คนที่โกรธเกลียดเช่นกัน

1.2 ตัวละคร

พระเอก  ส่วนมากพระเอกในเรื่องสยองขวัญจะเป็นพวกพึ่งพาได้  กล้าหาญ คล่องแคล่ว  หรือจะเรียกง่ายๆคือนี่คือประเภทที่ 1
ประเภทที่ 2   จะเป็นพระเอกที่เจ้าชู้  ชอบโปรยเสน่ห์  หรือว่า  หน้าตาดีเกินเหตุ  อันทำให้มีคนหวังจะครอบครองและแย่งตบตีกัน  สุดท้ายอาจจะจบแบบหักมุมด้วยการพระเอกเป็นจุ๊ด เป็นต้น
ประเภทที่ 3   ประเภทนี้หายากหน่อย  หรือแทบจะไม่มีเลย  นั่นก็คือ  พระเอกที่ไร้เดียงสา  ไม่รู้ประสีประสาอะไร  ไม่รู้แม้กระทั่งใครตายบ้าง
ประเภทที่ 4   พระเอกโรคจิต  นั่นก็คือ  เป็นพวกคลั่งเลือด  เห็นคนตายแล้วมีความสุข  แต่ว่าตัวเองไม่ใช่คนร้าย


นางเอก   ประเภทที่ 1 เงียบเชียบเหมือนวิญญาณป่าช้าเข้าสิง  เป็นคนรอบคอบสุขุม  เยือกเย็น  ตัดสินปัญหาอย่างมีเหตุผล  เรียกง่ายๆค้อ สาวเงียบ
ประเภทที่ 2    มาพร้อมกับความร่าเริงสดใสไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว  มีความแอ๊บแบ๊วอยู่ในตัว
ประเภทที่ 3    พวกที่ซาดิสม์  เป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง 
ประเภทที่ 4    เป็นพวกที่หลงในความรักเกินเหตุ  จนยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก  ฆ่าเพื่อน  ฆ่าคนอื่นๆที่เข้ามายุ่ง  วางแผนลอบฆ่า  หึงหวง  (หาดูนางเอกแบบนี้ได้ในSchool Day - -)


ตัวร้าย แน่นอนว่าจะต้องเป็นคนฆ่า  เป็นฆาตกร
ประเภทที่ 1   คนร้ายที่มากับความน่ารักร่าเริงสดใส  จนไม่มีใครจับได้   แต่แท้จริงแล้วเป็นเด็กเก็บกด
ประเภทที่ 2   มาพร้อมกับความเงียบ  แต่ความจริงแล้วเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรม
ประเภทที่ 3   เป็นพวกร้ายแล้วร้ายจริง  หรือร้ายลึก  ชอบฆ่าคนเพื่อความสนุกสนาน  หรือเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง


1.3  ความสามารถของตัวละคร

ตัวพระเอกนางเอก ไม่ใช่เรื่องยาก  แค่ทำให้มันเด่นๆไว้ก็พอ  ส่วนนิสัยของพระเอกนางเอกก็ตามใจตัวเรา  แต่อย่าให้เหมือนนางร้ายมากเกินไป  เพราะว่าคนอ่านจะสับสน

ส่วนตัวร้าย  จะต้องทำเนียน ตอนแรกนึกว่านางเอก  สุดท้ายกลายเป็นตัวร้าย  อะไรประมาณนี้


2.ชื่อเรื่องที่ควรตั้งให้เหมาะ

นิายแนวสยองขวัญผสมกับผี  มันไม่ยากต่อการตั้งชื่อเรื่องเลย  แปปเดียว เสร็จ เย้ๆ

แต่ว่า  บางคนก็นั่งกลุ้ม  เฮ้อ..ชั้นไม่เก่งภาษาไทย  ชั้นหาคำคล้องจองไม่เป็น  ถึงหาได้ก็คนละความหมาย

ไม่ใช่ปัญหา  แม้ว่าชื่อเรื่องจะไม่คล้องจองกัน  แต่เราก็สามารถทำให้ชื่อเรื่องสั้นนิดเดียวแต่มีความหมายในตัวชื่อเรื่อง เช่น "Who ?? ใคร..ฆาตกร" เป็นต้น

ส่วนทริกในการตั้งชื่อเรื่อง  ก็จะมีดังนี้
 
• ชื่อเรื่องควรตั้งให้มันสอดคล้องกับแก่นสารเรื่องที่เราพล็อตไว้ เช่น ถ้าในเรื่องเป็นปริศนาไม่รู้Haตัวไหนเป็นฆาตกร  เราก็ต้องมีคำว่า  "ใคร"  "ฆาตกร" เป็นต้น  เท่านี้ก็ได้ใจความแล้ว  หรือจะเป็นฆาตกรโรคจิตที่ไล่ฆ่าผู้คน เราก็เขียนๆไปว่า "หนีตาย" "โรคจิตมรณะ" อะไรแบบนี้ก็ว่าๆไป= =;


• เมื่อได้ใจความเรื่องแล้ว แต่.."เอี้ยยย ทำไงดี  ได้ใจความเรื่องแล้ว  แต่อยากให้ชื่อมันสวยหรูเก๋หน่อยอ่ะ"  เราก็ลองหาภาษาอังกฤษตกแต่งเข้าไปด้วย ""Who"  แปลว่า ใคร อะไรแบบนี้  ถ้าเกิดว่าตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า ใคร ฆาตกร  พอเอามารวมๆเป็น Who ใคร ฆาตกร  เท่านี้ ได้มาแล้ว  แต่ว่าส่วนใหญ่ หรือทั้งหมดเลย  สยองขวัญจะไม่มีการใช้คำไวพจน์ในการแต่งชื่อเรื่อง


• การใช้เครื่องหมายต่างๆในการเขียน  บางคนได้ชื่อเรื่องมาแล้ว เช่นดังที่ยกตัวอย่างไป ""Who ใคร ฆาตกร" แต่มันดูโบ๋เบ๋แปลกๆ ว่ามะ ?  ถ้าเกิดว่าเราลองเอาเครื่องหมายใส่ดู  ""Who" ล่ะ จะให้เป็นเครื่องหมายอะไรดีนะ ?  ถ้าเกิดว่าเป็น "Who !!" มันก็คงจะเหมือนกับการกระแทกเสียง  เพราะฉะนั้นมาดูความหมายของชื่อเรื่อง  ชื่อเรื่องก็บอกโต้งๆว่าใครคือฆาตกร  เราก็ต้องเอาเป็น "Who ??" เห็นมั้ย โอเคแล้ว เริ่มได้มาแล้ว 

แล้วหลังจากนั้นล่ะ ?  "ใคร ฆาตกร"  ง่ายมาก  ซึ่งความหมายของบอกอยู่ละ ใช่มะ  ถ้าตรงคำว่า "ใคร" มันหมายความว่าพูดเหมือนกระซิบแผ่วเบา เราก็เอาเป็น "ใคร.." แล้วพอคำถัดมาก็จะได้ความหมายชัดเจน เราก็เติม "ฆาตกร ??" ไปด้วยเลย แต่ถ้าเกิดมันดูรกก็ตัดออกก็ได้ไม่ว่ากัน

"Who ?? ใคร...ฆาตกร" เท่านี้ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์


3.แก่นสารเรื่องที่ควรพล็อตตั้งแต่เริ่ม

สยองขวัญ  ก็ต้องมีการฆ่าฟัน  แย่งชิง  ฆาตกร  ผี บลาๆๆ  ถ้าเกิดว่าส่วนตัวนั้นคิดว่านิยายเรื่องนี้สยองก็จริง  แต่มันสยองเกินไปและดูหดหู่จนไม่อยากอ่านต่อ ก็ควรตบมุขเสริมให้อ่านแล้วอารมณ์ดีนิดหน่อยแล้วค่อยวกกลับเข้าสู่สยอง แต่ไม่ใช่ว่าเอาฮาแบบรั่วๆนะ ฮาแบบนิดๆหน่อยๆพอยิ้มออก ฝืดก็ได้

การพล็อตเรื่องของนิยายสยองขวัญ  ก็จะมีตัวเลือกประมาณนี้  ซึ่งจะเป็นตัวเลือกยอดฮิต และมีคนทำมากถึงมากที่สุด

•เพื่อนในห้องไล่ฆ่ากันเอง  ฆาตกรเป็นโรคจิต เป็นเด็กเก็บกด

•คนคนหนึ่งไล่ฆ่าคนที่มายุ่งวุ่นวายกับแฟนตนเอง

•จดหมายปริศนา  ได้รับจากใครไม่รู้ ส่งมาจะฆ่าทุกคน หรือจะเป็นจดหมายอ่านแล้วตายหร่า

•รายการเรียลลิตี้โชว์เข้าแลกชีวิต
 
•ผีจากชาติปางก่อนตามมาล้างแค้น

•มีคนเป็นตัวประหลาดมองเห็นอนาคตได้แล้วเห็นว่าทุกคนจะต้องตายหร่า ดิ้นรนวิ่งหนีสุดท้ายพวกที่ยิ่งหนียิ่งตายสยอง

•ทั้งโลกกลายเป็นซอมบี้เดินเพ่นพ่าน

ฯลฯ


4.How to การเขียนบทนำ

เมื่อคิดเรื่องออกแล้ว  ปมเรื่อง เนื้อเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละครที่ต้องมี ชายบ้างหญิงบ้าง บลาๆ เราก็จะต้องเริ่มเขียนบทนำ

บทนำเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด  เพราะฉะนั้น จงตั้งใจเขียนมันซะ และห้ามบอกปมเรื่องเด็ดขาด  มิฉะนั้นคนอ่านจะรู้และเสียอรรถรสการอ่าน  และจะไม่ค่อยมีคนติดตาม มองได้ดังเช่นเรื่อง Who ที่มีคนไปเปิดเผยปมเรื่องของชั้น ^^

สมมุติชื่อเรื่อง "มหันตภัยนรกเดินดิน"

ชื่อเรื่องมันก็ดูเป็นซอมบี้และ  ส่วนมากใช้ตัวละครบรรยาย แต่ถ้าจะบรรยายโดยไม่ใช้ตัวละครก็ทำได้นะ แต่ขอแนะนำให้ไม่ใช้ตัวละครบรรยาย มันจะได้อรรถรสกว่า แต่ในกรณีนี้ขอยกเว้น เพราะจะลองแต่งให้ดู หรือจะใช้ทั้งสองอย่างก็ได้ แต่ควรเป็นคนละบท  หรือคนละเวลา ไม่ใช่ใช้สองอย่างพร้อมกัน ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปนี้ คือ


(1) เมื่อฉันลืมตาขึ้นมา  ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จบสิ้น..  ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด  ไร้แสงสว่าง  ไร้หนทาง  ไร้ที่พึ่ง  ไร้ที่จะอยู่อย่างสงบ  มีเพียงแต่ต้อง "ต่อสู้" เท่านั้น..

(เมื่อเสร็จบรรทัดนี้แล้ว ควรกดEnterเว้นลงไปสักสองถึงสามบรรทัด แต่ไม่ควรเยอะ เมื่อเว้นเสร็จแล้ว ก็พิมพ์ต่อไป โดยเริ่มเข้าสู่เรื่องหลัก)

(2)รอบข้างฉันมีแต่เสียงกรีดร้อง  ฉันเดินลงไปที่โรงรถของบ้าน  โยนกระเป๋าใส่อาวุธเข้าสู่เบาะหลังรถ  ฉันทำหน้าที่ตำรวจ  และแน่นอน  ฉันไม่ยอมจะให้พวกผีดิบเดินดินนั่นมากัดเนื้อฉันแล้วไปแทะอย่างสำราญหรอกนะ  ถึงแม้จะมีชีวิตหลบๆซ่อนๆก็เถอะ ชั้นไม่มีคนที่รักให้ตายพร้อมกันแล้วนี่นา ?
เมื่อฉันขับรถออกจากบ้านไป  พลางมองไปรอบๆด้าน  ผู้คนผิวซีด.. รอบปากมีเลือดสีแดง  ดวงตาขาวโพลนจนเห็นเส้นเลือด  กำลังเดินช้าๆราวกับคลาน  ชาวบ้านบางคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านฉันก็ถูกกระชากเนื้อกิน บางคนไส้ทะลัก บางคนปากฉีก  สภาพนั้นน่าสยดสยองเกินกว่าที่ฉันจะรับได้ ฉันเร่งความเร็วรถ  เข้าสู่ตัวเมืองเพื่อดูสถานการณ์ทันที

(3)เมื่อมาถึงตัวเมือง  ฉันก็พบผู้คนรีบวิ่งหนีไปมา  เหล่าซอมบี้นั้นต่างคว้าผู้คนที่มันจะคว้าได้รอบด้าน  เข้ามากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย


ความหิวของ "มัน" ไร้ที่สิ้นสุด.. 

ฉันถอนหายใจเบาๆ  เมื่อรู้ชะตากรรมของโลก  ก่อนจะค่อยๆขับรถหนีไป  ผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อหลายคนที่ยังพอมีลมหายใจพยามวิ่งมาเคาะกระจกฉันให้รับพวกเขาขึ้นไป  แต่ฉันไม่คิดที่จะชายตาแลมองสักนิดเดียว..

(4)ฉันขับไปเรื่อยๆ  พวกมันเต็มไปทั่วทุกบริเวณ  ฉันรู้สึกถึงความอ่อนล้าในร่างกายจนแทบจะหมดเรี่ยวแรง  คว้าปืนคู่สองกระบอกเหน็บเอว และดาบยาวมาทันที เตรียมตัวออกกำลังกายเพื่อเผชิญหน้า
เมื่อก้าวลงจากรถ  ฉันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีมืดครึ้ม  ก่อนจะค่อยๆพูดเบาๆ..


"พระเจ้า..ใคร..นั่งบัลลังก์ของท่านกันอยู่นะ.."


เท่านี้ก็คงพอแล้วล่ะ  ถึงแม้จะสั้นไปหน่อย  แต่ก็พอรู้เรื่องทีเดียว  ไม่ต้องไปยืดยื้อเสียเวลาให้ยาวมากมายแต่กว่าจะรู้เรื่อง แบบนั้นน่าเบื่อ

ความยาวของบทนำนั้นก็ไม่ควรสั้นเกินไป หรือยาวเกินไป  และห้ามบอกปมเรื่องนี้เด็ดขาด

เสียงแทรก : อ้าว ? ถ้าไม่บอกปมเรื่อง แล้วที่บอกว่าเป็นซอมบี้ล่ะ?  ซอมบี้ไม่ใช่ปมเรื่องหรอ ?

นั่นสินะ..ไม่สิ  ถ้าจะให้ปมเรื่องเป็นซอมบี้อย่างเดียวสู้คนเดียว ซอมบี้ม่างทั้งเรื่อง  แน่นอนว่าไม่มีใครอ่าน  เพราะฉะนั้น สมมุติว่าปมเรื่องของซอมบี้นี้ก็คือ "พบปะทุกคน  ตามหาตัวการ  เสียพรรคพวกไปทีละสองสามคน ตอนจบตายหร่าหมดด" เพราะฉะนั้น  ห้ามบอกเด็ดขาด อันนี้เพียงยกตัวอย่างเฉยๆ


5.ลักษณะการบรรยาย พรรณนา อุปมา

บรรยาย พรรณนา อุปมา  เรื่องนี้แหละมันสำคัญมากมาย  เพราะถ้าขาดไป  นิยายของคุณก็คืออากาศ   และแน่นอนว่าควรเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องในการพิมพ์สยองขวัญ

เพราะถ้าวิบัติมา  จากสยองจะกลายเป็นฮาแตก หรือ ห่วยแตก ก็ค่อยว่ากัน  แต่ถ้าจะพิมพ์เพื่อประกอบเสียง เช่น "ช่วยชั้น..ด้วยย.." มันก็เหมือนลากเสียงยาวๆ แต่ถ้าเป็น "ชั๊วยน์ชั้ลดั้วล์ขล๊า...าา.." มันดูปัญญาอ่อนสิ้นดี

การบรรยาย  พื้นฐานสำคัญของการเขียนนิยาย  บรรยายสถานที่  บรรยายลักษณะตัวละคร  บรรยายฉากการตาย  บรรยายฉากผีหลอก แฮ่ๆ  ฉากสนทนา แต่ฉากการตายและผีหลอกนั้นจะเน้นมากในแนวสยองขวัญ

การพรรณนา เหมือนกับการบรรยาย แต่ภาษาจะดูสวยงามขึ้นเป็นกอง  ใช้เท่าที่มีอยู่ในหัว  ไม่ใช่คิดมั่วๆเอาเอง  แบบนั้นผู้อ่านจะมึนงงไปทันที  แต่การพรรณนาส่วนมากจะไม่มีอยู่ในสยองขวัญนักหรอก

การอุปมา  เปรียบเทียบลำดับเหตุการณ์ให้มันเข้าใจได้มากขึ้น  แต่ในทางเรานั้นจะใช้ในการบรรยายพวก เลือดสา ด เครื่องในทะลัก ตับไตไส้พุงพุ่ง

*เช่นเดียวกับนิยายแนวอื่นๆยกเว้นนิยายรักซึ่งส่วนมากจะหาได้ยาก ที่การบรรยายจะไม่ใช้ตัวเอกบรรยาย


ซึ่งการบรรยาย พรรณนา อุปมา จะยกตัวอย่างเช่นดังต่อไปนี้ (ใช้สีตาม บรรยาย พรรณนา อุปมา)

• การเปิดตัวตัวละคร ซึ่งแน่นอนว่าบรรยายลักษณะตัวละครนั่นเอง การเปิดตัวนั้นได้หลายแบบ เช่น จะเปิดตัวเอก หรือ บรรยายฉากการตายของเพื่อนตัวเอกซึ่งเป็นเหยื่อรายแรก เป็นต้น

...สภาพศพหน้าบ้านแห่งหนึ่ง นอนเสียชีวิตอย่างน่าเวทนา ร่างกายบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนเหมือนตุ๊กตาที่ถูกหักขา แขน และลำคอ ดวงตาเบิกค้าง ริมฝีปากสีชมพูอ่อนประกายงดงามจากการทาลิปสติกนั้นถูกกลบไปด้วยของเหลวเลือดสีแดงสดดั่งสีของเลือดนก  มือที่กุมท้องไว้เนื่องจากลำไส้และเครื่องในต่างๆทะลักออกมา แต่ที่น่าหวาดกลัวที่สุดนั่นก็คือ เส้นผมเป็นประกายดกดำชวนลุ่มหลงนั้นได้ถูกถลกออกพร้อมๆกับหนังหัวที่ยังอยู่บางส่วน

• อิริยาบถของตัวละคร  ซึ่งเน้นว่าตัวละครที่กำลังบรรยายอยู่กำลังทำอะไร

..มีดเรียวส่องประกายวาววับเมื่อต้องกับแสงจันทร์ส่องนวลนภา ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดนั้นหน้าซีดลงไปถนัดตา เจ้าของมีดยิ้มแสยะ ก่อนจะพุ่งมีดปลายแหลมในมือเข้าสู่ลำตัวของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

• สถานที่ จะเป็นสถานที่พบศพ  สถานที่ลองของเจอผี  สถานที่โรงเรียน บ้าน ฯลฯ ที่ควรบรรยายให้รู้ว่ารอบด้านนั้นมีลักษณะเป็นเช่นไร

...ภายในห้องเรียนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนั้น  เก้าอี้และโต๊ะที่จัดเรียงไว้หลังห้องกระจัดกระจาย  หน้าต่างกระจกที่ใสแวววับนั้นกลับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ บางบานนั้นก็เป็นรูเนื่องจากพวกวัยรุ่นเกเรนั้นได้ปาก้อนหินเข้ามาในห้องเรียนเพื่อต้องการก่อกวน..

• ฉากต่อสู้ มีบ่อยในการต่อสู้เอาชีวิตรอดจะฆ่ากัน  ต่อสู้เนื่องจากแย่งผู้ชายคนเดียว ต่อสู้เนื่องจากเพื่อนพูดจาไม่เข้าหู

100% ฉากต่อสู้ที่ฆาตกรจะฆ่าเหยื่อ  แล้วเหยื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด

95%  ตัวเอกทะเลาะกันเอง

80%  ผู้หญิงทะเลาะแย่งผู้ชายคนเดียว

85%  ผีไล่หลอกตัวละครในเรื่อง แล้วก็ดันโง่ต่อสู้กะผีทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้

90%  ต่อสู้กับซอมบี้

• การบรรยายฉากต่อสู้

ถ้าหากใครที่อ่านนิยายสยอง เช่น ซอมบี้ ฆาตกร เพื่อนฆ่ากันเอง หรือผี แน่นอนว่ามันต้องมีฉากต่อสู้อย่างแน่นอน ถ้าหากไม่มี ตบหัวคนเขียนเรื่องนั้นเลย

-"จะหนีไปไหน..เดี๋ยวก็ตายอยู่ดี.."เสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น  ในมือกระชับอีโต้ที่หยิบติดมือมา  พลางสาวเท้าเดินไปหาร่างเหยื่อที่หกล้มคลุกคลานพยามหนี  ฝ่ายเจ้าของมีดนั้นได้ค่อยๆเดินตามไปอย่างใจเย็นไม่ได้วิ่งตามไปอย่างรีบร้อน  เมื่อร่างเหยื่อพยามหนีสุดชีวิต ก็พบเพื่อนอีกคนของเจ้าของมีดดักอยู่   ฝ่ามือตบเข้าที่หน้าของเหยื่อเสียงดังจนเลือดกลบปาก

-ร่างเหยื่อไม่ยอมแพ้  จึงลุกขึ้นมา ผลักร่างฆาตกรคนที่ 2 ให้พ้นๆจนกระเด็น ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปในความมืด ทั้งๆที่แขนถูกมีดแทงมาแล้วจนทำให้เลือดหยดเป็นสายจนตามตัวไปอย่างง่ายดาย



__________________________________________________________________________________________________



((พิเศษ)) ข้อควรระวังในการแต่งนิยายสยองขวัญ

1.บรรยายฉากการตายได้ทุเรศ เช่น  ตัวละครตายด้วยการถูกค้อนปอนด์ทุบหัว  ก็ดันบรรยายเป็น 'ยัย A ถูกค้อนปอนด์ทุบหัวจนใบหน้าแบนติดพื้น'  มันน่ากลัวตรงไหนฟะ= =;

2.ตัวละครล้น  ข้อนี้ชั้นเคยเจอมาและ  แบ่งบทยาก  พอแบ่งยากปุ๊ป เจ้าของตัวก็บอกว่า 'ทำไมไม่มีบทเลย' แต่ถ้าจะแต่งเป็นห้องหนึ่งถูกฆาตกรรม เช่น Who ของชั้นเป็นต้น  ก็ควรรีบๆฆ่ามันตายไปทุกๆตอน จะได้ลดละไปด้วย

แต่ถ้าเป็นแบบ Who ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคิดขึ้นมาเองและรับสมัครตัวละครพร้อมกันไปด้วยก็จะทำให้ลำบากต่อการแต่ง


3.อิโมชั่น O[]O ^O^ T^T YOY @_@ +w+ ..อะไรไม่รู้ เยอะแยะไปหมด  เคยเห็นมาแล้ว พวกที่ใช้อิโมชั่นในการบรรยายเรื่องสยองขวัญ เช่น

ฆาตกรกำลังไล่ฆ่าเหยื่อ พร้อมจ้วงมีดเข้าท้อง ฝ่ายเหยื่อพอได้รับความเจ็บปวดก็หวีดเสียงร้องดังลั่น "กรี๊ดดดดด O[]O" หายน่ากลัวไปเลยแฮะ..


4.ควรทำเรื่องให้ดูมึนงง สับสน แต่ไม่ใช่ให้เรื่องวกไปวกมานะ หมายความว่า ใครคือฆาตกรกันแน่ เหมือน Who ที่มีคนเริ่มสงสัยตัวละครหลายตัวไม่ค่อยซ้ำกันและ
 
5.อาวุธที่ฆาตกรใช้   ใช้ได้หลายอย่าง แต่ถ้าเป็นฆาตกรคน  ก็ควรเลือกให้ถูกด้วยว่าจะใช้อะไรที่เหมาะสม  ไม่ใช่เวอร์ไม้กวาดวิเศษนะ= ='

ฆาตกรมนุษย์  =  มีด(เรียว  จ้วงท้องเอา)  ขวาน(สับหัว)  เลื่อย(ผ่าไส้เลย) อีโต้(สับหัว/ตัว)  ปังตอ(สับหัว/ตัว)  ปืน(ยิงเอา เปรี้ยงๆ)  ดาบ(หั่นศพ)  ธนู(ยิงหัว)  น้ำกรด(กินร่างกาย / หน้า จนขาด กัดแทะ)  ค้อน(ทุบหัวแบะ)  เครื่องบดไฟฟ้า(บดตัวให้เป็นเศษๆ)  สว่านเจาะ (เจาะมันไปเลย..)  ใบพัดหลายแหล่  (หั่นตัว เย้ๆ) เตารีด (คงจะรู้ว่าทำอะไรได้=_=) ฯลฯ
ฆาตกรผี          =   พลังจิตลูกเดียวโลด=_= แต่แค่หลอกก็กลัวกันและ  ใช้ได้ตามสบายเลยสำหรับฆาตกรที่เป็นผี อาทิ ค้อนปอนด์ใหญ่ยักษ์   แท่งเหล็กแหลมใหญ่ตกลงมาจากดาดฟ้าทับหัวคนด้านล่าง อะไรก็ได้ที่มันดูเวอร์ๆ


6.คำด่าที่ควรใช้ให้เหมาะสมกับเรื่อง สยองขวัญ  มีคำด่าก็ไม่แปลก  แต่ควรใช้ให้เหมาะสม  ไม่หยาบเกินไป  ไม่ฮาเกินไป  หรือจะเรียกง่ายๆคือ  สยองขวัญจะต้องมีคำด่าแบบเรียบๆแต่เนื้อหาบาดเฉือนใจ  หรือจะคำแรงๆแต่ไม่แรงมากเกินไป และใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ใช่ดังต่อไปนี้

-"อิปลวก! อย่าฆ่าชั้นนะ!" จากน่ากลัวจะกลายเป็นฮาไปอย่างรวดเร็ว  หรือจะใช้ในคำต่อไปที่เหมาะสมคือ

-"แกมันนังอสรพิษ !!" แบบนี้มันจะดูเหมาะสมมากกว่า แต่ถ้าจะเรียบๆก็คงจะเป็น

-"ทำไมถึงเป็นคนไร้สมองแบบนี้ล่ะคะ ?"ลองไปส่องกระจก  แล้วพูดคำนี้สิ  เจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจเลย=_=

7.จัดการกับศพยังไงดี ? คิดไม่ออกกันล่ะสิ..จัดการกับศพไงดี  ไม่ยากเลย  ถ้าเลือกอาวุธได้แล้วก็คิดออกเองแหละว่าจะจัดการกับศพยังไงดี  เช่น เลือกมีด ก็ต้องให้มีดแทงตา  แทงท้อง  แทงแขน  แทงขา บลาๆ

8.จบยังไงดี ?  สยองขวัญ  ส่วนมากแฮปปี้เอ็นดิ้งมันไม่ค่อยมีหรอกนะ  ถ้าจบBad End เนี่ย  อาทิ

Bad End. =  ความจริงแล้วทุกอย่างเป็นความฝัน  พอตื่นขึ้นมาตัวเอกแยกแยะอะไรไม่ออกว่าเป็นความจริงหรือความฝัน  กลายเป็นบ้า เย้ๆ  ,  ตัวร้ายฆ่าทุกคนตายหมด , หักมุมสุดฤทธิ์  ทุกคนไม่ตาย แต่มาตายตอนจบทีเดียว  ,  ทุกคนตายแต่ต้นเรื่องและแต่ไม่รู้ตัว

Happy =    พระเอกนางเอกครองรักตลอดกาล (เหอ..=_=)  ,  ตัวร้ายตายหร่า  ,  ผีไปเกิด  ,  ซอมบี้ตายหมด โลกกลับสู่สันติสุข



--------------------------------




OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 10:02:28 »



By. GøøGle-KunG


 หมวดความรู้เล็กๆน้อยๆรวมถึงทริกที่ควรมีในการแต่งนิยายนะจร๊า สุดแต่ใครจะใช้ข้อไหนบ้าง

 1.ใช้ " " พูดพร้อมบรรยาย

ปัญหามากๆสำหรับมือใหม่ ย้ำว่า นี่คือนิยายไม่ใช่บทละคร ถึงจะมา

A : แว้ดๆๆๆ (Aกล่าว) <<< แล้วใช้วงเล็บเป็นช่องบรรยาย ยังงี้ขอบอกว่าเฟลล์อย่างแรง การบรรยายพร้อมพูดของนิยายต้องใช้

"แว้ดๆๆๆ" Aกล่าว(แล้วบรรยายบลาๆ) เพราะจะง่ายต่อการบรรยายซีนอารมณ์ตัวละคร และดูไม่น่าเกลียด


2.เคาะ Ener 2ครั้ง

มีประโยชนืคือทำให้อ่านไม่มึน และทำให้นิยายเราต่อ1ตาดูยาวขึ้น

ลองเทียบกันว่าอันไหนดีกว่ากันระหว่างเว้น2บรรทัด(อย่างที่ชั้นพิมอยู่) กับ

หนึ่งบรรทัด.....
เป็นแพเลย อ่านยากใช่มะล่ะ....


 3.เครื่องหมายวรรคตอน

ถ้าขจาดไปขอบอกว่าเสียอรรถรสอย่างแรง ไล่ๆเรียงๆมาก็จะมี ดังนี้

*หมายเหตุ คนที่เก่งๆวิชาภาษาไทยไม่ต้องอ่านก็น่าจะรู้นะ

• ! (อัศเจรีย์) : เอาไว้ใช้เลียนเสียงดังๆธรรมชาติ หรือตอนตัวละครตะโกน เช่น "อีดอกกก!!!" / ตูม!

• ? (ปรัศนีย์) : เอาไว้ใช้ตอนประโยคำถามของตัวละคร เช่น "อีปลวกเนี่ยเหรอผั*มรึง?"

• ... (จุด) : เอาไว้ใช้สถานการณ์ที่เงียบๆเศร้าๆต้องพูดช้าๆเบาๆ หรือว่าใช้สำหรับตัวละครที่เงียบๆ เช่น Aตายอย่างอนาถา... / "อืม..."

• ~ (หนอน) : เอาไว้ลากเสียงยาว(ยกเว้นฉากเศร้าๆ) หรือฉากอารมณ์ดีๆ เช่น "ย้ากกกก~!" (มักมาคู่กับอัศเจรีย์) / "ลัลล้า~"

อาจมีมากกว่านี้ ไปหาเอาเองและปรับใช้ตามสถานการณ์ให้ถูก ถ้าใช้ผิดสถานการณ์ อย่าง

ต้องการให้ฉากนี้เศร้ากินใจผู้ชม >>> "ฮือๆ~~" Aร้องไห้ระงม <<< หมดอารมณ์ทันที (ให้ถูกต้อง คือ "ฮือๆ...")


4.ใส่สี ColorFul

มีประโยชน์ตรงที่ทำให้นิยายอ่านสบายตา ไม่ใช่ดำทมิฬอย่างเดียวเหมือนหนังสือเรียน (แล้วแต่คนจะใช้เพราะต้งอใช้ความพยายามในการใส่)

อาทิ "บลาๆๆๆ!" Aกล่าว

*ผู้ช่ำชองในเรื่องนี้ ได้แก่ ● ρєтсн™


5.ฉากนึกคิด + ย้อนความหลัง

 ♣ ฉากนึกคิดของตัวละคร ควรใช้ >>> '  '  (อัญประกาศเดี่ยว) เพื่อความง่ายต่อการแยกว่าไหนพูดไหนคิด เช่น

'หาผัวไมได้ล่ะสิ' Aคิดในใจ

 ♣ ฉากย้อนความหลัง ถ้าเป็นฉากที่ต้องบรรยายเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตยาวๆ เท่าที่ดูๆมาในบอร์ดนี้มีใช้อยู่2กรณีคือ

  - ใส่สีฟู่ๆพื้นหลัง สำหรับบางเครื่องมันจะเป้นตัวเรืองแสง แต่บางเครื่องก็เป็นไฮไลท์ ถ้าใช้จะออกมาเป็นยังงี้ > [g2o3=yellow,4,500]10ปีก่อน "อีดอก" Aกล่าวไว้ [/glow]
 *สีที่ใช้มักเป็นสีอ่อนๆที่ตัดกับสีดำ หรือสีที่เราใช้

 - ใส่ตัวเอียง ใช้แล้วบางเครื่องอาจมีปัญหาตัวอักษรเล็กลง ส่วนนั้นควรไปใส่ไซส์ใหม่เอาเอง > 10ปีก่อน "อีดอก" Aกล่าวไว้
 *ไซส์ที่ใช้ปรับให้มองเห็นสำหรับบางเครื่องที่ข้าพเจ้าใส่คือ 14


 6.ตัวหนาหัวตอน ตัวหนาท้ายตอน

เช่น บทที่1 อีดอก <<< เอาไว้ใส่หัวตอนทำให้ดูเด่น

และ ดาบกำลังพุ่งเข้ามาใส่หน้าเขา "ชริบหายละไง..." <<< เอาไว้ใส่ท้ายตอน ทำให้เพิ่มอรรถรสเชิงให้คนอ่านติดตามต่อ


 7.ซาวด์เอฟเฟก ใช้ตัวไซส์ใหญ่

อย่างพวกเสียงเลียรนธรรมชาติ เพื่อให้มันดูดังขึ้น แนะนำให้ใส่ตัวแดงๆ ไซส์15-20 ออกมาจะเป็น

อาทิ โครม!!!


 8.เลิก ภาษาวิบัติ or ภฤาฉ๋าธฤรายญ์วริบฤาสส์!!!

พอเลยนะ เห็นมากๆไอพวกนิยายรักทั้งหลาย คร๊ งุงิ ปัย เพิ่ล ฯลฯ ถ้าเนื้อเรื่องไมได้ต้องการความฮา ก็ไม่ควรจะใช้

สงสารคนอ่านมั่ง เขามาอ่านนิยายนะไม่ใช่มาแปลนิยาย ถ้ากระหายจะใช้มากนักไปพูดเองคนเดียว จบ= =

 9.เลิก อีโมชั่นเต็มหน้า

ขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมากะอีสำนักพิมพ์แจ่มใสบรรลัยสติปัญญา พวกนี้ใช้อีโมชั่นเกินความจำเป็น ขนาดตอนบรรยายก็ยังใสอีโมชั่น

ไม่ทราบเหมือนกันว่าไม่มีปัญญาบรรยายให้เห็นถึงซีนอารมณ์ตัวละครหรืออย่างไร ถึงมีวคามจำเป็นต้องใช้อีโมชั่นทุกบรรทัด

(ยกตัวอย่าง แบบแถสด ถ้าไม่เชื่อลองไปหาอ่าน มาแนวนี้ทุกเล่ม หน้านึงอีโมชั่นไม่ต่ำกว่า10)


อ้างถึง
อ้างถึง
เย้!>[]< ชั้นมาถึงโรงเรียนของชั้นแล้ว อยากหาผัวจังเลยยย\(^[]^)/

"โอ๊ย!=[]=" ชั้นตอแหลเหยียบเศษแก้ว เจ็บอ่าT^T

"เป็นไรมั้ย...?" ชายหนุ่มหน้าตาชาเย็นและเย็นชาถามชั้น อร๊าย หล่อๆๆๆ>///<

"ไม่เป็นไรค่ะ(' ')" ชั้นตอบๆไปแบบกุลละชะนี เผื่อเขาจะตกหลุมรักชั้น อุโฮะ>{}<b

แต่คิดไปคิดมา ชั้นสตอเบอแหลแกล้งเจ็บดีกว่า เขาจะได้อุ้มชั้นไปโรงพยาบาล (=_.=)

"ชั้นเดินได้... โอ๊ย เจ็บจังT-T" ชั้นแกล้งร้องไห้แบบเจ็บปวดมากมายแล้วเขาก้อุ้มชั้น กรี๊ดๆๆๆ>[]<

แต่อยู่ดีๆเขาก็ล้มลงไปทันใด! ดูเหมือนจะเป็นโรคหัวใจ กรี๊ดดดO[]O

ชั้นพยายามปั๊มหัวใจเขาอย่างสุดความสามารถ พลางกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความสะเทือนใจ

"อย่าตายนะ...T[]T"

รกหูรกตามาก ใช้น่ะใช้ได้ แต่ให้มันเพลาๆไม่ใช่มาทุกบรรทัด ยิ่งพวกนิยายแฟนตาซีหรือสยองขวัญถ้ามีนี่เสียหมดทั้งเรื่องเลย

อย่างสยองขวัญเรปก่อนหน้านั้นก็เตือนไปแล้วมา "กรี๊ดดดดO[]O" เสียซีนสยองทันใด= =

 10.ความยาวต่อ1ตอน

แนะนำให้ลองเพจลงในเวิร์ด ฟ้อนท์อังสนานิว ไซส์18 ให้ได้ราวๆ7-8หน้าเป็นอย่างต่ำ

(ในกรณีเคาะEnter 2 ครั้ง) ถือว่าอยู่ในระดับพอดี ไม่ขาดไม่เกิน


OKCITY

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 325
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 10:06:27 »




GøøGle-KunG (ผู้สอนแต่ง แฟนตาซี)

 สำหรับข้าพเจ้าแล้ว เป็นรอบที่2ที่สอนชาวบ้านแต่งนิยาย โดยส่วนตัวเมทื่อก่อนก็ไล่แนะนำชาวบ้าน

จนได้ศิษย์มาหนึ่งคน (ภูมิใจ*0*) คราวก่อนเคยตั้งกระทู้มสอนอย่างไม่เป็นทางการ

และทำออกมาได้ค่อนข้างเละ กระทู้เลยร่วงไป แต่คราวนี้ก็กลับมาอีกครั้งแบบเป็นทางการ

โดยมีผู้ชำนาญในการแต่งนิยายแต่ละสายมาช่วยกันสอน (โดยมีข้าพเจ้าเป็นแกนนำ><)

ในฐานะคนริเริ่มขอบอกว่า อันนี้ใช้เวลาทำนานราว2อาทิตย์ ด้วยหยาดเงหื่อ(ที่นิ้ว) ก็อยากให้ทุกคนแต่งนิยาย

ได้เก่งๆ มีคุณภาพ ไม่ใช่ง้องแง้งเหมือนแต่ก่อน ดีใจมากๆที่เสร็จออกมาได้

ใครมีข้อสงสัย PM ถามได้ไม่กัดหรอก หึๆ แนวแฟนตาซีน่ะไม่ยากหรอกถ้ามีความพยายาม

ยังไงก็ขอให้มีความสุขกะการแต่งนิยายแนวแฟนตาซีนะจ๊ะ



● ρєтсн™ (ผู้สอนแต่ง แนวรัก)

 เอ่อ... สู้ ๆ นะคะทุกคน ฝึกไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งนะคะ เค้าไม่พูดไรมาก(นึกไม่ออก)

ยังไงก็สู้ๆในการแต่งนิยายแนวนี้ ขอบคุณค่ะ=w=



一番の宝物 (ผู้สอนแต่ง สยองขวัญ)

 ไม่เคยแนะนำสยองให้ใครมาก่อนเลย  ถึงแม้รู้ว่าสยองขวัญจะมีคนแต่งน้อย แต่ก็เอาน่า! มันต้องมี

บ้าง>< ที่อธิบายไปตั้งเยอะๆเนี่ย หวังว่าคงจะเข้าใจนะ  สยองขวัญถ้าไม่ลองแต่งดูมันก็ทำไม่ได้หรอก อีกอย่าง

สยองขวัญก็แต่งง่ายกว่าหมวดอื่นๆด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นักหรอก เพราะฉะนั้น 

ถ้าใครจะแต่งก็ลองแต่งดู ถนัดไม่ถนัดไม่เป็นไร จะได้รู้ด้วยเราถนัดสายไหน

ยังไงก็ สุดท้ายนี้ ถ้าใครไม่เข้าใจอะไร ก็ PM มาถามได้เลยนะ พยามเข้า สู้ๆ ></



เลสตัวแม่ (คนทำป้ายสวยๆ)

 ยินดีที่ได้ร่วมทำด้วยค่ะ ส่วนตัวแต่งนิยายไม่เก่ง

ก็เลยเป็นฝ่ายนั่งแต่งภาพประกอบเอาหวังว่าคงดูโอเคดีนะค่ะ



...ขอจบการสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้...

__________________________________________________________________________________________________________________________



ที่มา [บอร์ดเก่า]  http://archive.gameindy.com/forum/20110620/index_t54405.0.html



セイメイ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 105
Re: [How to] สารานุกรม สอนแต่งนิยาย! (By.คณะผู้ชำนาญการ)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 30, 2012, 19:40:30 »
โหว นายอ๊อก = =!
ขยันมาก(ถึงจะไปก๊อปเขามา) ทู้นี้มีประโยชน์จริงๆ  g#039


ที่จริงก็ใช่เลยแหละ
แต่ว่ามันไม่จำเป็นต้องเอาตามนี้เป๊ะๆ แหกได้บ้าง สร้างสรรค์เองบ้าง
เอามามั่วกันไปแต่มีหลักการก็โอเค g#037

อยากลอง(กลับไป)แต่งนิยายบ้างอะไรบ้าง
แต่ตอนนี้กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเขียนเป็นโดจินหรือนิยายดี
เอาเรื่องเมื่อตอน4ปีที่แล้วมารีมิกซ์น่ะ ♥


จริงสิ
หา How to แต่งการ์ตูนมาบ้างก็ดีนะนาย 5555