ผู้เขียน หัวข้อ: เผยเรื่องราวในการทำธุจกิจของฟลุ๊ค จิระ หรือฟลุ๊ค ซีควินท์  (อ่าน 13 ครั้ง)

unyana

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 61
ฟลุ๊คซีควินท์ นักร้อง นักแสดงและนักธุรกิจ
   ฟลุ๊ค ซีควินท์ เขาคนนี้เข้ามาสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โดยมีแมวมองได้ทำการติดต่อให้เขาเข้าไปแคสติ้งโฆษณามีงานโฆษณาดัง ๆ หลายตัว ตอนช่วงที่เข้าวงการใหม่ ๆ เขาตั้งตนเป็น Modeling ในการชักชวนเพื่อน ๆ น้อง ๆ ไปแคสติ้งโดยทำโปรไฟล์เก็บนายแบบกลุ่มเพื่อนพี่น้องส่งให้บริษัทแล้วหักเปอร์เซ็นต์ ต่อมาเขาก็ได้เลิกเป็น Modeling เพราะว่างานนักร้องนักแสดงของเขานั้นมีเข้ามามากขึ้นและอยู่ในช่วงกำลังเรียนปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาก็เรียนไปด้วยทำงานในวงการบันเทิงไปด้วยจนจบการศึกษาได้ปริญญามา 2 ใบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท 
ฟลุ๊คจิระธุรกิจ คลินิกเสริมความงามครบวงจรฉลุย 3 สาขา
   ครอบครัวของฟลุ๊คซีควินท์นั้นเป็นครอบครัวนักธุรกิจ ซึ่งทำธุรกิจร้านแว่นตามากว่า 30 ปี และหลังจากที่เขาได้ช่วยครอบครัวในการทำธุรกิจร้านแว่นตามาพักหนึ่งก็ถึงเวลาที่เขานั้นอยากที่จะทำธุรกิจของตัวเอง เนื่องจากต้องการความมั่นคงในชีวิตเพราะงานในวงการบันเทิงนั้นเขาบอกว่ารายได้ไม่แน่นอนมากบ้างน้อยบ้าง จึงได้ตัดสินใจเปิด “เซ็นโทรล คลินิก” ซึ่งเป็นคลินิกเสริมความงามครบวงจรร่วมกันกับแฟนสาว แอปเปิ้ล สีสะเหงียน สีหาราช ซึ่งก็คือภรรยาคนปัจจุบันของฟลุ๊ค จิระนั่นเอง และแม้ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจไม่ดีนักเพราะเปิดได้แค่เพียงแค่ 3 - 4 เดือนก็ต้องปิดตัวลง เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นใหม่โดยการปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารใหม่เน้นเรื่องบริการ สร้างบรรยากาศร้านให้มีความหรูหราสวยงาม และยังใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ จนทำให้ประสบความสำเร็จจนต้องเพิ่มเป็น 3 สาขาทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

ฟลุ๊คจิระ ทุกบทบาทไม่ขาดตกบกพร่อง
ฟลุ๊คจิระรับหน้าที่หลายบทบาท ทั้งการเป็นดาราพระเอกแถวหน้าของช่อง 8 บริษัทในเครือ RS การเป็นสามีที่แสนดีของภรรยาแอปเปิ้ล สีสะเหงียน  การ เป็นคุณพ่อที่น่ารักของน้องจูนี่ และเป็นผู้บริหารเซ็นโทรลคลินิกที่แม้ว่าในช่วงหนึ่งจะต้องหยุดชะงักไปเพราะสถานการณ์ โควิด - 19 แต่ฟลุ๊ค จิระ ก็ยังคงสวมบทบาทผู้บริหารที่ดีที่ไม่เคยทิ้งพนักงานแม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เฉพาะหน้าวันต่อวันแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยมาตรการของรัฐบาล แต่เขาก็ได้พยายามหามาตรการช่วยเหลือพนักงานและไม่ทอดทิ้งเพราะเขามองพนักงานทุกคนนั้นเป็นทรัพยากรของบริษัทซึ่งจะต้องดูแลคอย Support เพื่อไม่ให้ต้องเสียทรัพยากรที่มีค่านี้ไป ที่สำคัญคือเขาได้หามาตรการที่ทำให้ลูกค้านั้นกลับเข้ามาใช้บริการด้วยความมั่นใจในความสะอาดและปลอดภัยของคลินิกอีกด้วย

ปัจจุบันนอกจากฟลุ๊คจิระธุรกิจคลินิกเสริมความงามครบวงจรอย่างเซ็นโทรล คลินิกแล้ว เขาก็ยังทำการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจอื่น ๆ อีกหลากหลายสาขา เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Baby & Mom สินค้าเด็กอ่อนเสื้อผ้าแฟชัน แว่นตานำเข้า และเครื่องดื่มสุขภาพ No Cal เป็นต้น ธุรกิจเหล่านี้ ฟลุ๊ค จิระได้กล่าวว่าเป็นการขยายธุรกิจแบบแนวราบเพื่อช่วยในการบริหารความเสี่ยงเป็นการกระจายรายได้จากหลาย ๆ ส่วน ไม่ใช่การมุ่งอยู่แต่ธุรกิจเดียวซึ่งก็จะคล้ายคลึงกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่ปรับเปลี่ยนจากธุรกิจบันเทิงสู่ธุรกิจพาณิชย์เต็มรูปแบบและขยายธุรกิจแบบแนวราบเพื่อกระจายรายได้และเสริมให้บริษัทได้เติบโตไปได้อย่างรวดเร็วเช่นปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายอาร์เอส ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/