ผู้เขียน หัวข้อ: ฝากประกาศบริการ seo รับทำ seo ติดหน้าแรก google โดย CSLSEO  (อ่าน 27 ครั้ง)

LinePC001

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
CSLSEO.com ให้บริการ seo รับทำ seo ติดอันดับ Google
 
SEO สามตัวอักษรนี้ น่าจะเป็นคำที่หลายท่านสนิทสนมหรือรู้จักกันดี โดยเฉพาะคนที่มีเว็บของตัวเองหรือรับทำเว็บไซต์ก็ตาม เพราะนอกจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นได้แล้ว SEO ยังมีความสำคัญกับเว็บมากชนิดที่พูดได้ว่า ถ้าเว็บไหนไม่มี หรือไม่ได้ทำ SEO ไว้ เว็บนั้นอาจต้องเตรียมปิดตัวลงในอีกไม่นานก็เป็นได้
 
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การพัฒนาเว็บไซต์ (ทั้งหมด) ให้มีความเหมาะสมในการติดอันดับการทำการค้นหาของเครื่องมือทำการค้นหายอดฮิตอย่าง Google แต่การที่จะส่งเสริมให้เว็บไซต์ของเราไต่ขึ้นไปอยู่อันดับแรกๆ ในหน้าการค้นหาหน้าแรกของ Google ได้นั้น มีความจำเป็นที่่จะอยากได้ปรับปรุงเว็บในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น Content (บทความ), ความรวดเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ หรือแม้แต่โครงการของเว็บไซต์ ก็มีผลด้วยเช่นกัน
 
ก่อนอื่นลองจินตนาการตามนะครับว่า ถ้าสมมุติว่า คุณอยากไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ และเข้าไปค้นหาข้อมูลบน Google โดยใช้คำว่า “ที่พักเชียงใหม่” ซึ่งเป็น Keyword ในการค้นหา คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ รายชื่อของของเว็บไซต์ ที่มีความสอดคล้องกับ Keyword ที่ใช้ทำการค้นหาไป ที่นี้พอจะนึกภาพออกใช่ไหมครับว่า ถ้าเว็บไซต์ของเรา ถูก Google นำไปเสนอเป็นข้อมูลในการทำการค้นหาลำดับต้นๆ ให้กับผู้ที่ทำการค้นหา ก็จะยิ่งทำให้เว็บไซต์ของเรามีปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง
 
อย่างที่ได้กล่าวไปรับ SEO สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราให้มากขึ้นได้ ฉะนั้นเมื่อมีคนเข้ามาบนเว็บไซต์ของเรามากเท่าไร โอกาสที่เราจะจำหน่ายของก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ถ้าไม่เชื่อ! ลองมองดูโลกของความจริงที่ว่า ถ้าหากเราเปิดร้านขายของในแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ร้านค้าของเรา ก็จะมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมมากเท่าใด และความน่าจะเป็นที่เราจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ก็มีมากตามไปด้วย ซึ่งโลกของอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน ถ้าเว็บของเราถูกจัดอันดับให้แสดงผลอยู่ในอันดับแรกๆ ของผลการค้นหา นั้นหมายถึง “ทำเลทอง” เพราะจะมีผู้เยี่ยมชมคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของเรามากมาย และโอกาสที่จะเปลี่ยนให้ผู้เยี่ยมชมเหล่านั้นกลายเป็นลูกค้าก็มีมากตามไปด้วย
 
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับเว็บในยุคนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง จนน่าจะเป็นสิ่งตัดขาดจากกันไม่ได้ซะแล้ว โดยเฉพาะคนที่ต้องการสร้างธุรกิจร้านค้าออนไลน์บนเว็บด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับ SEO เป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ธุรกิจคุณดังและปังได้ทันทีในพริบตา
 
 
ในครั้งหนึ่งร้านค้าออนไลน์ บริษัท หรือองค์กร มีเว็บเพื่อสร้างความน่าไว้วางใจเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของเว็บไซต์อย่างเต็มที่ ทำให้ไม่เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนทำเว็บไซต์ แต่ในสมัยนี้นี้ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างแพร่หลาย ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ร้านค้าออนไลน์ บริษัทหรือองค์กรต่างๆ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำเว็บไซต์เพื่อเปิดแนวทาง ทางการค้ามากขึ้น จึงทำให้ยุคนี้มีเว็บเกิดขึ้นเยอะแยะ การที่ทุกๆ คนจะจดจำ URL (Uniform Resource Locator) ของแต่ละเว็บนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน จึงมีความจำเป็นต้องพึ่ง Search Engine เข้ามาช่วยในการสร้างความจดจำ และง่ายต่อการเข้าถึงเว็บ
 
Google Search คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้จะต้องกรอกคำสำคัญ (Keyword) ในการทำการค้นหา จากนั้น Search Engine จะแสดงผลการค้นหาออกมา เป็นเว็บไซต์หลายๆ เว็บ ที่มีความสอดคล้องกับ Keyword นั้น นั่นก็มีความหมายว่า เว็บที่แสดงผลในอันดับแรกๆ ของ Search Engine ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดทั่วโลกอย่าง Google ก็จะมีคนคลิกเข้าไปดูเว็บนั้นเป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนเข้าชมเว็บไซต์เป็นจำนวนไม่น้อย จึงทำให้เกิดประโยชน์ตามมามากมาย เช่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการ การขายโฆษณา การโปรโมทเว็บไซต์ไซต์ เป็นต้น ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีเว็บ แต่เว็บไซต์ของคุณไม่ได้แสดงผลอยู่ใน Search Engine แล้วล่ะก็ เว็บไซต์ของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับเว็บไซต์ร้าง ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย ด้วยเหตุผลนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมอยากได้ให้เว็บไซต์ของตัวเอง ติดอยู่ในอันดับต้นๆของ Search Engine จึงเป็นที่มาของการทำ SEO นั่นเอง
 
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การจัดทำหรือปรับปรุงเว็บไซต์ให้แสดงผลเป็นอันดับต้นๆ ของการทำการค้นหาใน Search Engine ใน Keyword ที่เหมาะสมและตรงตามจุดมุ่งหมายของเว็บ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตา และสามารถดึงดูดความสนอกสนใจจากลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
 
 
 
SEO คืออะไร? ดันเว็บติดอันดับกูเกิล ไม่ยากอย่างที่คิด
 
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ประเภทหนึ่งที่เน้นการปรับแต่งเว็บไซต์และคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้พึงพอใจระบบผลการค้นหาของ Google หรือที่เราเรียกกันว่า Google Search (Search Engine อื่นๆ นอกจาก Google เช่น Yahoo, Bing เป็นต้น)
 
เพื่อทำให้หน้าเว็บธุรกิจของเราติดหน้าแรกของผลการค้นหา ส่งผลทำให้เพิ่มการมองเห็นแบบ Organic Traffic (ยอดเข้าชมเว็บโดยไม่มีรายจ่าย) เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และประโยชน์อีกมากมายที่ธุรกิจคุณควรเริ่มทำ SEO ซึ่งข่าวดีของคนที่สนใจการทำ SEO คือ มันฟรี!! แต่จะต้องเข้าใจกันก่อนว่าการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกนั้นต้องใช้เวลาระดับหนึ่ง
 
ซึ่งบางท่านอาจจะใช้เวลาถึง 6 เดือน หรือบางคนก็ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่รับประกันว่าหากท่านได้พื้นที่อันดับ 1 มาครองบนหน้าผลการค้นหาของ Google ยอดจัดจำหน่ายของคุณจะสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และปัจจัยสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ เพราะจุดมุ่งหมายของการทำ SEO ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เว็บติดอันดับเท่านั้น แต่รวมถึงการรักษาอันดับให้คงไว้ที่เดิมและไม่ทำให้ตกอันดับ ถ้าหากเราหยุดทำ SEO เมื่อไหร่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเว็บไซต์ฝ่ายตรงข้ามของเราจะเข้ามาแทนที่
 
แล้ว SEO ที่เรากล่าวถึงนี้คืออะไรกันแน่ มีขั้นตอนการทำงานยังไงบ้าง หากคุณอยากรู้ ทีม CSLSEO จะมาเล่าให้ฟัง
 
 
ทำความเข้าใจ Search Engine เหตุผลที่หลายธุรกิจอยากได้ทำ SEO
 
เมื่อเราอยากจะทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ เรามีความจำเป็นจะต้องรู้เสียก่อนว่า Search Engine มีการปฏิบัติงานอย่างไร ซึ่งเป็นคล้ายหัวใจหลักของกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้
 
หน้าที่หลักของ Google Search อย่าง Google คือการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลบนโลกเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาจัดเรียงอันดับความเกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ผู้ค้นหา (Searchers) เกิดความพอใจต่อการค้นหามากที่สุด ส่วนมากแล้วคนที่จะเข้ามาใช้ Search Engine นั้นมีเป้าประสงค์เพื่ออยากได้หาคำตอบให้กับอะไรสักอย่าง โดยใช้เวลาในการทำการค้นหาน้อยที่สุด จึงทำให้ความเร็วของผลการค้นหา, ความสอดคล้องของบทความ, ประสบการณ์การใช้งาน และความน่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยที่สำคัญเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของยูสเซอร์
 
แล้ว Search Engine ใช้วิธีอะไรในการจัดเก็บข้อมูล และจัดเรียงอันดับเว็บไซต์? เราสามารถแบ่งการปฏิบัติงานของ Google Search ได้เป็น 3 กระบวนการด้วยกัน คือ
 
1. Crawling (การเก็บข้อมูล): ระเบียบการการทำการค้นหา ที่จะส่ง Bot (Crawler or Spider) ท่องไปตามหน้าเว็บต่างๆ เพื่อรวมข้อมูลตั้งแต่หน้าเว็บ, URLs, หัวข้อ, เนื้อหา, รูปภาพ , วิดีโอ และอื่นๆ จนทั่วเว็บ เมื่อสแกนเว็บไซต์หนึ่งจนเสร็จ ตัว Bot นี้จะค้นหาลิงค์ต่าง ๆ ในหน้าเว็บไซต์ที่เราได้ทำการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่นเอาไว้ และเข้าไปในเว็บนั้นเพื่อทำการสแกนต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Google Search สามารถเก็บข้อมูลสดใหม่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว
 
2. Index ing (ทำดัชนี): นับจากทำการสแกนข้อมูลเว็บไซต์จนเสร็จสิ้น ระบบจะทำการ Index ing หรือการเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในคลัง ซึ่งการ อินเด็กซ์ เหมือนห้องสมุดที่รวบรวมเว็บไซต์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทุกเว็บไซต์ที่ต้องการแสดงอยู่บนผลการค้นหา มีความจำเป็นจะต้องผ่านระบบการ Index ing ของ Google Search เสียก่อน
 
3. Ranking (ค้นหาและจัดอันดับ): สุดท้ายเมื่อผู้ค้นหาเริ่มทำการค้นหาข้อมูล Search Engine จะทำการหาข้อมูลเว็บที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด จากคลัง อินเด็กซ์ แล้วนำมาแสดงผลให้ผู้ค้นหาเห็นในหน้าผลการค้นหา ซึ่งอันดับที่เราเห็นในหน้าผลการค้นหาตอนเรา Search เราเรียกกันว่าการ Ranking ซึ่งปัจจัยในการจัดอันดับของ Google ประกอบด้วยหลายอย่างด้วยกัน เช่น Keyword, URLs, ความน่าเชื่อถือและ อื่นๆ
 
 
ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง SEO ขั้นพื้นฐาน
เริ่มสร้างเว็บขึ้นหน้าแรก Google เพียง 4 ขั้นตอน
 
1. ทำการค้นหา Keyword ที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ
 
เพื่อเชื่อมต่อการเข้าถึงระหว่างเว็บไซต์ และผู้ค้นหา เรามีความจำเป็นจะต้องมี “Keyword” (คีย์เวิร์ด) เป็นคล้าย GPS นำทางผู้ค้นหามาเจอเว็บไซต์ของเรา หากเราสังเกตเมื่อเราใส่ คำ หรือวลี อะไรก็ตามลงในช่องการทำการค้นหา เราจะเห็นหัวข้อที่มีคำเดียวกับการทำการค้นหาของเราเสมอ
 
แบบอย่างจากในภาพ เมื่อเราลอง Search คำว่า “SEO คืออะไร” ซึ่งก็คือ Keyword ของเรา หน้าผลการค้นหาของเราจะแสดง Content ที่มีความสอดคล้อง และเว็บที่มีโอกาสจะตอบสนองความประสงค์ของเรามากที่สุด เว็บชั้นนำต่าง ๆ ที่แสดงอยู่หน้าแรกก็จะนำ Keyword (SEO คืออะไร) เข้าไปอยู่ในบทความ และหัวข้อ (กรอบสีเขียว) เพื่อทำให้ Google เข้าใจว่า Content ของเรามีความสัมพันธ์กับสิ่งที่คนกำลังค้นหา
 
ซึ่งหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ Keyword เหมือนความปรารถนาของผู้ค้นหานั่นเอง ส่วนคนทำ Content หรือแบรนด์อย่างเราก็ต้องทำให้เว็บของเราตอบสนองความปรารถนา โดยการใช้ Keyword ด้วยเหตุนี้หากอยากสร้างให้เว็บติดอันดับหน้าแรกของ Google การทำการค้นหา Keyword ที่มีประสิทธิผลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
 
การทำการค้นหา Keyword เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการทำ SEO เพื่อให้ยูสเซอร์สามารถเจอเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้น จนทำให้เกิดเป็น Organic Traffic
 
 
2. ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ (Structure) เข้าใจง่ายทั้งผู้ใช้งานและ Search Engine
 
ต่อมาเมื่อเราสามารถนำผู้ใช้งานเข้ามาเว็บเราได้แล้ว เราต้องเชื่อมั่นว่าเว็บของเรามีโครงสร้างที่ดีพอจะทำให้ผู้ค้นหาชอบ และอยู่ในหน้านั้นๆ ต่อเป็นเวลานาน เพราะ Organic Traffic ที่เข้ามาจะกลายเป็น High Quality Traffic (คงอยู่เว็บไซต์เป็นระยะเวลานานจนสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขาย) หรือ Poor Quality Traffic (เข้ามาและกดออกจนทำให้เกิด Bounce Rate หรือไม่เกิดยอดจัดจำหน่าย) จะขึ้นอยู่กับความน่าใช้งานของเว็บเรา
 
ทั้งนี้การดีไซน์โครงสร้าง SEO เว็บไซต์ที่ดีจะส่งเสริมให้ Search Engine Bot ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบ Bot สามารถเข้าถึงและ อินเด็กซ์ ข้อมูลบนเว็บได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างของเว็บไซต์จะเป็นคล้ายผู้นำทัวร์ให้ Bot ของ Google Search และ ผู้ค้นหาได้พบสิ่งที่ต้องการได้อย่างสะดวก ส่งผลทำให้เกิด UX (User Experience) หรือประสบการณ์สำหรับใช้งานที่ดีต่อผู้ค้นหาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม (UX เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานอยู่เว็บไซต์เรานานขึ้นและช่วยในเรื่อง Ranking)
 
หนึ่งตัวอย่างของการสร้างเว็บ SEO ที่ดีคือ การแบ่งหมวดหมู่และหัวข้อของเนื้อหาต่างๆ อย่างชัดเจนเพื่อความง่ายต่อการค้นหา ซึ่งจากรูปภาพด้านบนจะสังเกตได้ว่าเว็บนี้ มีหัวข้อใหญ่อยู่ด้านซ้ายมือ และเมื่อเข้ามาจะเจอกับหัวข้อย่อยต่างๆ ทำให้การทำการค้นหาคอนเทนต์ที่ต้องการสำหรับผู้ค้นหาสามารถทำตามได้ง่าย ทั้งนี้หากเราสามารถใส่ Keyword เข้าไปในแต่ละหัวข้อได้ ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำ SEO ของเรา แต่ Keyword นั้นจำเป็นต้องสัมพันธ์กับบทความด้วย หากใส่ Keyword แล้วคำดูแปลก หรือดูเหมือนตั้งใจมากเกินไปจะส่งเสริมให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
 
อีกทั้ง การสร้างเว็บที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยังมีวิธีที่หลากหลาย เช่น การเพิ่มความรวดเร็วของเว็บไซต์, การทำ Sitemap, การปรับ URLs เป็นต้น จำเอาไว้ว่าสิ่งที่สำคัญที่เราควรคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาเมื่อต้องการทำ SEO เว็บไซต์นั้นก็คือ ประสบการณ์ที่ดีของยูสเซอร์ (User Experience)
 
 
3.  On-Page Optimization
 
การทำ On-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล SEO ในหน้าโฮมเพจของเรา เพื่อมั่นใจว่าหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ สามารถไต่อันดับหน้าผลการค้นหาให้อยู่เหนือคู่แข่งในตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Tittle Tag, Heading, Alt-Text สำหรับรูปภาพ และ Meta Description เป็นต้น ซึ่งส่วนสำคัญของการทำ On-Page Optimization ให้สำเร็จนั้นคือ คุณภาพ Content และ Keyword เช่นการเขียนบล็อก และปรับบทความเว็บให้มีประสิทธิภาพต่อ SEO อย่างสูงสุด
 
เราสามารถเริ่มการทำ On-Page Optimization จากการปรับ Title Tag, Meta Description, Heading, Alt Text, URLs โดยการสอดแทรก Keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ เป็นต้น
 
- Title Tag: หัวข้อ Content ที่เราต้องการให้แสดงอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เราควรใช้เวลาในการคิดชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ เพราะจะส่งเสริมให้เกิดปริมาณคลิกเข้าเว็บไซต์มากที่สุด
 
- Meta Description: คำชี้แจงสั้นๆ เพียง 140 ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าผลการค้นหาของ Google เป็นคำบรรยายเพิ่มเติมจาก Title Tag ว่าหากผู้ค้นทำการคลิ๊กเข้ามาหน้าเว็บเขาจะเจอ Content แบบไหน Meta Description ควรเป็นบทความพูดถึงเหตุผลว่า ทำไมผู้ค้นหาควรจะเข้ามาเว็บของเรามากกว่าเว็บคู่แข่ง
 
- Heading: หัวข้อต่างๆ บนหน้าโฮมเพจ ซึ่งแบ่งออกเป็น H1 - H6 ซึ่ง H1 แสดงถึงหัวข้อหลักของเนื้อหา เราควรมีหัวข้อหลักเพียงหนึ่งหัวข้อเท่านั้น เพื่อไม่ทำให้เกิดการงงงวยของผู้ใช้งานและ Google Search Bots ส่วน H2-H6 แสดงถึงหัวข้อย่อยตามลำดับ
 
- Alt-Text: Keyword ที่เราสามารถสอดแทรกเข้าไปในรูปภาพ เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นการทำการค้นหา Keyword จากรูปภาพ เคยข้องใจไหมว่าหน้าผลการค้นหาแบบรูปภาพของ Google นำข้อมูลอะไรมาดูว่าแต่ละภาพ มีความสอดคล้องกับสิ่งที่เราทำการค้นหา ผลลัพธ์ก็คือ Alt-Text หรือ Keyword ในรูปภาพนั่นเอง
 
- URLs: เราสามารถปรับลิงค์ URLs บนเว็บไซต์ให้มีความสัมพันธ์กับคำค้นหาได้จากการสอด Keyword ลงไปในส่วนด้านหลังชื่อ Domain หลัก
 
 
4. Off-Page Optimization
 
ในทางกลับกัน Off-Page Optimization คือการเพิ่มประสิทธิผล SEO นอกเว็บไซต์ ซึ่งหมายถึงการที่มี Link ของเราจากเว็บอื่น ๆ อ้างอิงถึงเรา หรือพูดถึงเรา เหมือนหน้าร้าน ที่มีลูกค้าพอใจผลิตภัณฑ์ของเรา พวกเขาก็จะบอกต่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และแนะนำให้เข้ามาที่ร้านของเรา การทำ Off-Page Optimization จะอยู่ในแนวทางเดียวกัน ยิ่งมีเว็บไซต์ข้างนอก Link เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ ความน่าเชื่อถือที่ Google มีต่อเว็บไซต์ของเราจะมากขึ้นเท่านั้น
 
หัวใจหลักของการทำ Off-Page Optimization คือการสร้าง Link ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเชื่อมโยงกลับมาหาเว็บของเรา หรือที่เรากันว่า Backlink นั่นเอง
 
การทำ Backlink ที่มีประสิทธิผลมากที่สุดคือการเขียนเนื้อหาที่มีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานมากจนเป็นที่พูดถึง และยูสเซอร์จะนำ Link ของเราไปอ้างอิงด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้คือการทำ Backlink แบบธรรมชาติ แต่การจะทำให้เนื้อหาของเราถูกบอกต่อในโลกที่มีเนื้อหาอย่างมหาศาลในอินเตอร์เนต เป็นเรื่องที่ยากมากๆ หากเราไม่เจ๋งจริง
 
ดังนั้น เราสามารถเริ่มการสร้าง Backlink ได้จากการเขียนคอนเทนต์ลงบนเว็บบอร์ด หรือกระทู้ที่มีบทความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ของเราและสร้าง Link กลับมาหาเว็บไซต์ อีกทั้งวิธีหนึ่งที่เราคงจะคุ้นเคยกันดีคือ วิถีทาง Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Twitter etc. แชร์คอนเทนต์ของเราผ่านหนทางเหล่านี้สามารถเพิ่ม Organic Traffic ได้เป็นอย่างดี
https://cslseo.com