GAMEINDY กระดานสนทนา
www.gameindy.com

[Fiction] Wonder Powers !! มหัศจรรย์พลังแห่งความลึกลับ

ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
ตัวละครหลัก

• ครูป๊อก (T'ป๊อก) (แสง)
ครูป๊อกเป็นครูคนหนึ่งในโรงเรียน Beauty High School



• อัฐ (อัฐฟิเร่) (ไฟ)
เป็นนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน Beauty High School ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ


• มีนา (แมนนี่สตรอม) (ลม)
เป็นนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน Beauty High School ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ


• โชค (โชกี้โกรอันด์) (ผืนดิน)
เป็นนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน Beauty High School ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ


แจ็คกี้ (ปริ้นส์อเคว์) (น้ำ)
เป็นนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน Beauty High School ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ


• ท็อป > ไกด์ที่พาครูป๊อกและเด็กนักเรียนไปชมสถานที่ต่างๆ แต่ที่จริงแล้วเป็นผู้ที่มาตามหาแนน เืพื่อทำอะไรบางอย่าง

• แนน > องค์หญิงที่ถูกท็อปตามหา ปัจจุบันถูกตังค์สาปไว้จนกลายเป็นวิญญาณสถิตอยู่ในหอนาฬิกาบิ๊กเบน แต่ก็หนีออกมาได้โดยสิงเข้าที่แมวตัวหนึ่ง

• ตังค์ > หัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์

• บิว > รองหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์

• ปลั๊ก > ฝ่ายขวาของตังค์

• เพชร > องครักษ์ฝ่ายซ้ายของตังค์

• ฟลุ๊ค > ลูกน้องคนหนึ่งในซินส์เตอร์

• เอิร์น > ลูกน้องคนหนึ่งในซินส์เตอร์

• โดม > ลูกน้องคนหนึ่งในซินส์เตอร์

• เจน > คู่ขาของท็อป ไม่ค่อยถูกกับพวกป๊อกและเด็กนักเรียนของเขาเท่าไหร่

______________________________________

นิยายเรื่องที่สองโผล่มาแล้ว เรื่องนี้หวังกับตัวเองไว้ว่าจะไม่ดอง woon_555

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งในเฟสห้องไว้ เอาชื่อคนในห้องมาแต่ง ชื่อเน่าๆหน่อยคงไม่เป็นไรนะคะ  g#036


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 1 : Let's go to France !!

ณ โรงเรียน Beauty High School (BHS)
 
วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันที่เก้าร้อยแปดสิบสี่ของเทอม นักเรียนภายในโรงเรียน BHS ต่างพากันนั่งจับกลุ่ม เพื่อจุดมุ่งหมายหลายอย่าง เช่น อ่านหนังสือเตรียมสอบ ติวข้อสอบ บลาๆๆ โรงเรียน BHS เป็นโรงเรียนดังประจำ Beauty World ที่นี่มีแต่นักเรียนที่นิสัยดี เรียบร้อยเว้นเพียงสาวสวยสี่คนที่อยู่ห้องเรียนที่ 95 ในโรงเรียนนี้มีห้องเรียนทั้งหมด 99 ห้อง แบ่งเป็นห้องละสี่ถึงหกคน นักเรียนห้องที่ 95 มีเพียงแค่ 4 คน และนิสัยของพวกเขาไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก บางคนก็บ้า บางคนก็ร่าน บางคนก็แรด ทำให้เปิดเทอมนี้พวกเขาต้องอยู่กับครูป๊อกไปจนปิดเทอม
 
" สวยมาแล้วววววว!! " เสียงแหลมคมที่สามารถทำให้คนตายได้ง่ายดังขึ้น แต่ทว่ากลับไม่มีคนสนใจ เพราะหล่อนคนนี้ทำแบบนี้มาแล้ว 985 วันของการเรียน จึงเป็นความเคยชินของคนเกือบทั้งโรงเรียน
 
" ไม่มีเปลี่ยนอิห่-! อยู่โรงเรียนดีๆก็ทำตัวดีๆบ้างอิสั- " มีนา ตอบผู้เป็นเพื่อนด้วยสายตาจิก
 
" เออ! คนจะนอนน่ะเว่ย ทำอะไรให้มันเงียบๆหน่อยได้ป้ะ " แจ็คกี้ ที่กำลังนอนอยู่ก็ลุกขึ้นมาด่าอย่างอารมณ์เสีย
 
" ค่ะๆ ขอบคุณที่ชมค่ะ " โชค ผู้ถูกด่ายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี
 
" แล้วนี่อินั่นยังไม่มาหรอ " โชคถาม มีนาพยักหน้ารับโดยไม่ต้องถามว่า ผู้นั้น ที่หมายถึงคือใคร
 
" มาแล้วววววว! " เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งมาอย่างกระหื่นกระหอบ
 
" ทำไมวันนี้มาช้าจัง " มีนาถาม
 
" โดนผู้ชายไล่---อยู่ กว่าจะหนีมาได้แทบตาย " อัฐ ผู้ถูกถาม ตอบพร้อมกับทำหน้าอ่อยๆ
 
" โถอิด-- แ-ดนักนะ! " โชคพูดพร้อมจิกหัวอัดกดลง และวิ่งหนีไป
 
" วันนี้กินไรดีฟ๊ะ เสี้ยวพระจันทร์ถอดกรอบดีกว่า " ใน Beauty World มีลักษณะภายในคล้ายกับโลกมนุษย์เกือบทุกอย่าง แต่ที่แปลกคืออาหารการกิน และที่นี่ใช้แก๊สไนโตรเจนในการหายใจ
 
" โถอิสั-กินถูกๆหน่อยก็ได้ รวยนักหรอ " มีนาถาม แต่อัฐตอบด้วยการยักไหล่ใส่ แล้วเดินหายไป
 
 
" Go to line up every body, Go to line up " เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนไปเข้าแถว
 
ประชากรที่โรงเรียนนี้มีประมาณ 500 คน แต่พื้นที่โรงเรียนกลับกว้างขวางเป็นอย่างมาก
 
" อะแฮ่ม.. " ผอ.ของโรงเรียนเดินขึ้นมา พร้อมกระแอมใส่ไมค์ ทุกคนจึงหยุดนิ่ง และหันไปฟังผอ.
 
" สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3ทุกคน ที่ครูขึ้นมาวันนี้เพราะครูมีเรื่องจะประกาศว่า ครูคิดว่าเด็กๆก็ควรจะมีประสบการณ์ชีวิตบ้าง ครูได้ประชุมกับคุณครูอีก 99 ท่านในโรงเรียนแล้วว่าจะมีการคัดเลือกนักเรียนหนึ่งห้องไปทัศนศึกษาที่ฝรั่งเศสเป็นเวลา 14 วัน!! " ทุกคนฮือฮาขึ้นอย่างเสียงดัง เว้นแต่นักเรียนห้อง 95 ที่ดูจะเฉยมากกับครั้งนี้ ทุกคนรู้ว่าห้องที่มีโอกาศได้ไปน้อยที่สุดคือห้อง 95 หรืออาจจะไม่มีโอกาศไปไหนเลย
 
" และห้องที่จะได้ไปทัศนศึกษาที่ฝรั่งเศสเป็นเวลา 14 วันคือห้องเรียนที่...!! " ผอ.พูดเว้นจังหวะ ทุกคนนิ่งฟังอย่างลุ้นระทึก
 
" ห้อง 95 ค่ะ!! " นักเรียนทุกคนหันไปมองที่ห้อง 95 อย่างเป็นตาเดียวกันด้วยความตกใจ แต่ไม่กล้าขัดอะไรผอ. ในใจคิดว่า 'อิพวกนี้หนังหน้าเหี้ย ยังจะให้ไปโชว์หน้าโชว์ตากันอีก'
 
" ขอให้นักเรียนห้อง 95 มาพบครูหลังเลิกแถวด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ " ผอ.พูดเสร็จก็ขยับแว่นที่กรอบเคลือบด้วยคริสตันที่แพงที่สุดในโลกมนุษย์ ก่อนจะเดินลงไป
 
 
//// ณ ห้องผอ. ////
 
" ก๊อกๆ.. " เสียงเคาะประตูดังขึ้น
 
" เข้ามา " เสียงแหบพร่าดังขึ้น ทุกคนถอดรองเท้าและเดินเข้าไป
 
" ทำไมผอ.ถึงเลืิอกพวกเราครับ พวกเราไม่เห็นจะเหมาะสมกับการไปทัศนศึกษาครั้งนี้เลย " แจ็คกี้ยิงคำถามใส่ผอ.เป็นคนแรกด้วยความสงสัย
 
" ที่ครูเลือกพวกเธอครั้งนี้ เพราะครูอยากให้พวกเธอไปเรียนรู้โลกภายนอก เพื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงนิสัยอะไรได้บ้าง "
 
" แล้วให้พวกเราไปกันแค่ 4 คนหรอคะ หรือว่าคุณครู.. " อัฐถามยังไม่ทันจบ ผอ.ก็ขัดขึ้นมาก่อน
 
" ใช่แล้ว คุณครูที่จะไปกับเธอก็คือครูป๊อก! " ผอ.พูดจบ ทุกคนก็นั่งหน้าสลดทันที เพราะคุณครูท่านนี้เป็นคุณครูประจำชั้นของพวกเขา ถึงแม้จะเป็นครูประจำชั้น ก็ไม่ได้ทำให้ความโหดลดลงเลยสักนิด
 
" ครูคนอื่นไม่ได้หรอค้าาาT^T " มีนาทำเสียงออดอ้อน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ครูป๊อกเดินออกมาจากหลังห้องผอ.
 
" ทำไมรึมีนา " ครูป๊อกถาม พร้อมทำสายตาจิกไปที่มีนา ทำให้หล่อนสลดอย่างเห็นได้ชัด
 
" ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเธอก็กลับบ้านไปเก็บของกันได้แล้ว วันนี้อนุญาติให้งดเรียน 1 วัน โดยไม่เช็คขาด แล้วอย่าลืมนอนเร็วๆ เพราะเราต้องขึ้นยานไปพรุ่งนี้ตอนตี 3 เพราะกว่าจะถึงโลกมนุษย์คงใช้เวลานานพอสมควร " ผอ.พูดจบก็ลุกหนีไป โดยมีครูป๊อกเดินตามไปด้วย
 
ทั้งสี่คนแยกกันกลับบ้านโดยมีอัฐ แจ็คกี้ โชค ที่ไปทางถนนเวย์รัน ส่วนมีนาต้องขึ้นรถไปทางถนนรันเวย์ เมื่อทั้งสามกลับถึงบ้านก็เตรียมข้าวของที่จะไปในวันพรุ่งนี้ โดยไม่แบกอะไรไปมาก เมื่อเตรียมของเสร็จก็เป็นเวลา 2 ทุ่ม ทั้งสี่ยังไม่ง่วงนอน จึงมานั่งดูคลิปที่ Gthaimovie แต่ทว่าทั้งสี่เกิดล็อคอินพร้อมกัน ทำให้ยูสเซอร์นั้นโดนแบนโดยอัตโนมัติ
 
" เฮ้อ!อิดอก " ทั้งสี่อุทานเหมือนกันถึงแม้บ้านจะอยู่ห่างกันเป็นวา แต่ก็ต้องขึ้นไปนอนเพราะไม่มีอะไรทำ
 
 
////ณ สนามบินปุ๊ดจี้////
 
" เอาล่ะทุกคนพร้อมนะ " ผอ.เดินเข้ามาพร้อมถามทุกคน
 
" ค่าาาา!! "
 
" งั้นไปกันได้เลย ฝากดูแลเด็กๆด้วยนะครูป๊อก "
 
" ค่ะ " ครูป๊อกตอบและยิ้มให้ผอ. ก่อนจะเปลี่ยนโหมดหนังหน้าโหดใส่เด็กๆ
 
" ไปกันเถอะ เดี๋ยวไปถึงที่นู่นจะสาย " ครูป๊อกพูดจบก็เดินนำไป รอไม่นานยานอวกาศก็ทะยานขึ้นฟ้าไป ที่บรรจุคนทั้งห้าคนอยู่ภายใน..

The end of chapter 1


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 2.1 : จุดเริ่มต้นของพลังแห่งความลึกลับ

//// ณ กรุงปารีสในฝรั่งเศส ////
 
" เอาล่ะทุกคนตื่นได้แล้ว เครื่องกำลังจะลงจอดแล้ว " ครูป๊อกตะโกนบอก แต่ทว่ากลับไม่มีใครได้ยินเลย
 
" ชั้นบอกให้ตื่นได้แล้ว!! " ครูป๊อกตวาดและตบเบาะเสียงดังปึง ทำให้เด็กนักเรียนทั้งสี่สะดุ้งตื่นขึ้นมา
 
" ตื่นแล้วค่ะ ตื่นแล้ววว " อัฐลากเสียงยาว
 
" ใครแม่งปลุกฟ๊ะ " แจ็คกี้พูดอย่างอารมณ์เสีย แต่เมื่อมองไปที่ครูป๊อกก็ต้องสลดทันที
 
" ชั้นปลุกเองน่ะ มีอะไรไหมหะ! " ครูป๊อกถาม แจ็คส่ายหน้าอย่างรัวๆ
 
" เอาล่ะ เครื่องลงจอดแล้ว ไปกันเถอะ " ครูป๊อกพูดจบก็เดินลงเครื่องไป
 
 
" ฮ๊ายยยย~ " มีนาบิดขี้เกียจไปมา
 
" สวยจังเลยยยยย " อัฐวิ่งไปมาพร้อมทำมือบินตามไปด้วย
 
" นี่ ทำตัวให้มันดูดีกันหน่อย! " ครูป๊อก
 
" แล้วเราจะพักที่ไหนกันคะ " โชคถาม
 
" ห้อง The Imperial Suite ของโรงแรม Park Hyatt Vendome* " ทุกคนถึงกับตาถลึงเมื่อได้ยินชื่อนั้น
 
[*ห้อง "The Imperial Suite" ของโรงแรม Park Hyatt Vendome เป็นโรงแรมที่แพงที่สุดในกรุงปารีส และเป็นโรงแรมที่แพงที่สุดอันดับ 7 ของโลก เพราะค่าพักนั้นมีราคาคืนละ 17,219 ยูโร หรือประมาณ 664,000 บาทไทย]
 
" แล้วครูมีเงินจ่ายหรอคะ " อัฐถาม
 
" มีอะไรที่โลกของเราทำไม่ได้บ้างล่ะ " จริงอย่างที่ครูป๊อกพูด เพราะในโลกของพวกเขามีเครื่องก๊อปแบงค์ในโลกมนุษย์ เมื่อมาโลกมนุษย์ทุกคนก็จะได้รับเงินในประเทศนั้นๆ เหมือนกับการที่ครูป๊อกได้พานักเรียนมาทัศนศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสในครั้งนี้ ครูป๊อกก็ได้รับเงินมาจำนวน  (ประมา่ณ 192,800,000 บาทไทย)
 
" เออจริง ลืมไปเลย "
 
" แล้วจะกลับไปพักกันเมื่อไหร่คะ " แจ็คกี้ถามด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ เพราะตอนนี้หล่อนง่วงสุดขีด
 
" รอรถแทกซี่น่ะ อ๊ะ!นั่นไงมาแล้ว มีนาไปโบกแท็กซี่สิ " ครูป๊อกสั่ง มีนาจึงเดินไปโบกแทกซี่โดยออกไปยืนที่ถนนแล้วเต้นเพลง Featuring
 
" เอี๊ยดดด! " รถแทกซี่เบรกกระทันหัน ทำให้ทุกคนในที่นั้นหันมามอง
 
" มีนา! ใครเขาโบกรถกันอย่างนั้น " ครูป๊อกพูดและเดินไปดึงหูของเด็กนักเรียน มีนาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
 
" ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ พอดีจะให้นักเรียนของฉันโบกรถ แต่เขาดันทำไม่เป็น " ครูป๊อกเปิดประตูไปแล้วพูดขอโทษคนขับรถ
 
" ครับ ที่หลังก็ระวังให้ดีๆด้วยนะครับ ว่าแต่จะไปไหนกันครับ "
 
" โรงแรม Park Hyatt Vendome ค่ะ ไปไหมคะ " ครูป๊อกถาม แทกซี่พยักหน้ารับและบอกให้ขึ้นรถมา รถค่อยๆแล่นออกไปเรื่อยๆ
 
 
//////
 
" โหววววว~ " ทั้งสี่ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อเห็นโรงแรมที่ตนเองจะมาพักอาศัย
 
" เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว "
 
 
" จองห้อง The Imperial Suite ค่ะ " ครูป๊อกเดินไปเช็คอินกับทางโรงแรม
 
" กรี๊ดดดแก คนนั้นหล่อ >O< " เมื่อมาถึงมีนาก็เริ่มแรดโดยทันที
 
" คนนั้นก็หล่อไม่น้อยนะแก กรี๊ดดด! " สามสาวใช้เรดาร์ส่องผู้ชายอย่างเมามันส์ เว้นแต่แจ็คกี้ที่ฟุบอยู่กับตักตัวเอง
 
" เอาล่ะเลิกแรดแล้วขึ้นไปพักได้แล้ว นี่กุญแจห้องของพวกเธอทั้งสี่คน " ครูป๊อกพูดพร้อมยื่นกุญแจให้
 
" แล้วคุณครูไม่พักกับพวกเราหรอคะ "
 
" ไม่ล่ะ ขี้เกียจไปนั่งรำคาญเสียงพวกเธอ เอาของไปเก็บกันได้แล้ว มีอะไรก็บอกล่ะ ห้องครูก็อยู่ข้างๆห้องพวกเธอนั่นแหละ " ครูป๊อกพูดจบก็เดินหายไป
 
 
" ตุ้บ! " เสียงร่างของใครบางคนกระทบกับเตียง
 
" แจ็คกี้ เธอจะนอนเลยหรอ " โชคถามพร้อมหันไปมองเพื่อนของตนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่ไร้คำตอบ ทำให้ทั้งสามจึงต้องส่ายหน้าเบาๆกับความหน่าย
 
" ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันก็ลุกขึ้นมาเก็บเองแหละ " อัฐถามพร้อมกับเปิดกระเป๋าออกเพื่อเตรียมจัดของ
 
" ก๊อกๆ.. " เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้ง มีนาจึงวิ่งไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกก็พบร่างของครูป๊อก
 
" เก็บของเสร็จแล้วก็อย่าลืมพักกันก่อนล่ะ เย็นนี้จะพาไปเที่ยวที่หอไอเฟล** "
[**หอไอเฟล เป็นสถานที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่รู้จักกันเกือบทั่วโลก]
 
" ค่ะ " ทั้งสามตอบอย่างพร้อมเพียงกัน ครูป๊อกจึงเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง
 
 
//// ทางด้านของทัพซินส์เตอร์////
 
" บิว ไปเรียกทุกคนมาประชุมสิ " เสียงทุ้มดังขึ้น
 
" ได้ครับท่านตังค์ " เจ้าของชื่อที่ถูกสั่ง คำนับให้หัวหน้าของตนก่อนจะเดินออกไป และกลับมา
 
" มากันแล้วครับท่านตังค์ " บิวพูด
 
" ดีมาก ข้าขอเริ่มเข้าสู่การประชุม ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาในวันนี้ เพราะว่ามีบางอย่างที่จะต้องให้พวกเจ้าทำ " ตังค์พูดด้วยน้ำเสียงเข้มกับลูกน้องของตน
 
" มีอะไรอยากให้ข้าทำ บอกมาได้เลยครับ " ปลั๊ก ลูกน้องมือขวาของตังค์ที่ดูจะเอาหน้าเป็นพิเศษรีบพูดขึ้น
 
" อีกไม่นานก็จะถึงวันครบรอบ 1000 ปีที่ข้าได้สะกดองค์หญิงแนน เทพีแห่งความยุติธรรมไว้ในหอไอเฟล ในกรุงปารีส จำกันได้ใช่ไหม " ตังค์พูดเว้นจังหวะ ทุกคนพยักหน้ารับเล็กน้อย
 
" และเมื่อวันนั้นมาถึง มนต์ที่ข้าสะกดไว้ก็จะถูกสลายลงถ้าไม่ถูกเพิ่มพลังแห่งความมืดเข้าไปอีก แต่ถ้าองค์หญิงแนนถูกมนต์สะกดไว้ครบ 1000 ปี ก็จะหลับไปชั่วนิรันดร์กาล และเมื่อมาถึงตอนนั้นพวกเราก็จะครอบครองโลกมนุษย์ไง วะฮ่าๆๆ.. ข้าจึงอยากให้พวกเจ้าไปรวบรวมวิญญาณของมนุษย์ในกรุงปารีสมาให้ได้มากที่สุด เพื่อมอบพลังให้แก่ข้า ตอนนี้ข้าได้แก่ลงเรื่อยๆ พลังของข้าก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆแล้ว "
 
" ได้ครับ แล้วพวกเราจะไปเก็บวิญญาณของมนุษย์ในกรุงปารีสมาให้ท่านให้ได้ทันเวลา "
 
" ข้ามีคำถาม ถ้าร่างขององค์หญิงแนนที่ถูกสะกดเอาไว้ตื่นขึ้นมา จะเป็นอะไรรึท่าน " บิวถาม
 
" องค์หญิงแนนก็จะกลับมาทำลายทัพปิศาจของพวกเรา เพื่อขัดขวางการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยการปลิดชีวิตพวกเราด้วยอาวุธในตำนาน "
 
" งั้นพวกข้าจะวางแผนออกไปเก็บวิญญาณของมนุษย์มาให้ท่าน "
 
" ขอบคุณพวกเจ้ามาก งั้นวันนี้เลิกการประชุม " ตังค์พูดจบก็หายตัวไป พร้อมกับ เพชร องครักษ์มือซ้ายของตังค์ และปลั๊ก
 
" ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหมว่าต้องทำอะไร " บิวพูด
 
" ครับท่าน " ฟลุ๊ค เอิร์น โดม ลูกน้องให้ทัพซินสเตอร์ตอบ
 
" งั้นวันนี้ โดม เจ้าจงไปเก็บวิญญาณของมนุษย์ในกรุงปารีสมาให้ได้เยอะที่สุด " บิวสั่งด้วยน้ำเสียงที่เข้ม
 
" ครับท่านบิว ข้าจะไม่ทำให้ท่านและท่านตังค์ผิดหวังโดยเด็ดขาด " โดมพูดจบก็หายตัวไป


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 2.2 : จุดเริ่มต้นของพลังแห่งความลึกลับ

" ก๊อกๆ.. ทุกคนพร้อมหรือยัง " ครูป๊อกเคาะประตูสองสามทีก่อนจะเปิดประตูห้องของเด็กนักเรียน

" พร้อมแล้วค่าาาา~~ " ทั้งสี่ตอบพร้อมกันและรีบวิ่งลงไปข้างล่างโดยไม่สนใจครูป๊อก

" พวกนี้ ฮึ่ม! " ครูป๊อกฉุนเฉียว ปิดประตูดังปั้งก่อนจะรีบเดินตามลงไป เพิ่อขึ้นรถได้เที่ยวที่หอไอเฟล


//////

" ถึงแล้ววว~ ไปวิ่งเล่นกันเถอะ " แจ็คกี้รีบลงจากรถและวิ่งไปในหอไอเฟลโดยที่ไม่กลัวหลง

" เฮ้อพวกนี้.. ทั้งหมดเท่าไหร่คะ " ครูป๊อกหันไปถามรถแทกซี่

" 20 ยูโร(ประมาณ771บาทไทย)ครับ " ครูป๊อกยื่นเงินให้รถแทกซี่ 100 ยูโรก่อนจะรีบวิ่งตามเด็กนักเรียนไป

" นี่พวกเธอ! มารวมกันตรงนี้เดี๋ยวนี้นะ " เมื่อทุกคนเห็นสีหน้าของครูป๊อกที่กำลังโกรธ ก็จึงรีบวิ่งมารวมกันด้วยความหวาดระแวง

" พวกเธอต้องไม่ไปไหนไกลนะ และเมื่อถึงเวลา 3 ทุ่มจะต้องกลับมารวมตัวที่นี่นะ จำไว้! " ทุกคนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพากันวิ่งไปที่อื่นเพื่อชมหอไอเฟล ครูป๊อกจึงเดินดูรอบๆหอไอเฟลอย่างสบายใจ


" ช่วยข้าด้วยย.. " เสียงเล็กๆของใครบางคนดังขึ้นในหูของพวกเขาทั้งสี่ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในที่ที่ไม่มีคนแล้ว

" เสียงใครน่ะ ได้ยินกันไหม " โชคถาม

" ได้ยินๆ เค้าว่ามันแปลกๆแล้วล่ะ ออกไปจากตรงนี้กันก่อนเถอะ " แจ็คกี้พูด ทุกคนจึงวิ่งออกไปให้ได้เร็วที่สุด โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงนั้นอีก


" หึๆ พร้อมแล้วสินะเจ้าพวกมนุษย์กรุงปารีส เอาล่ะเรเดี๊ยน ออกไปปฏิบัติการซะ " โดมพูดก่อนจะปล่อยลูกโป่งยักษ์ที่ตนถืออยู่ให้ลอยไปตามลมเรื่อยๆ และระเบิดดังบู้ม เกิดเป็นควันสีขาวลอยไปทั่วหอไอเฟล เมื่อควันจางลงก็ปรากฏให้เห็นสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ ที่มีสิวเม็ดใหญ่อยู่บนใบหน้าห้าหกจุด

" กรี๊ดดดด!! " ทุกคนต่างพากันวิ่งออกไปให้ไกลที่สุด

" นี่พวกเธอ มานี่่! " ครูป๊อกเรียกทุกคนให้ไปหา เด็กนักเรียนวิ่งไปหาอย่างโดยดี

" นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณครู "

" ครูก็ไม่รู้แต่พวกเรารีบหนีกันก่อนเถอะ " ยังไม่ทันที่ครูป๊อกพูดจบ สัตว์กระหลาดก็ฟาดแขนยักษ์มาที่ข้างๆกลุ่มของพวกเขา ทำให้ทั้งห้ากระเด็นเข้าไปในพุ่มหญ้า

" พวกเธอเป็นอะไรกันหรือเปล่า! " ครูป๊อกรีบยันตัวขึ้นมาถามเด็กนักเรียน ทั้งสี่ส่ายหน้า

" อ๊ะ! ระวัง! " เมื่ออัฐเห็นแมวตัวหนึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ ก็รีบเข้าไปช่วยเมื่อเห็นว่าสัตว์ประหลาดจ้องจะทำร้ายมัน โชคยังเข้าข้างที่อัฐวิ่งไปอุ้มและหนีกลับมาได้ทัน

" นี่! ห่วงชีวิตตนเองก่อนจะไม่ดีกว่าหรือไง " มีนาบอก

" ช่างมันเถอะ ตอนนี้เราควรรีบหนีกันได้แล้ว " ครูป๊อกบอกและวิ่งหายไปโดยที่ไม่นึกว่าเด็กนักเรียนไม่ได้วิ่งตามไปด้วย เพราะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นก่อน

" รอก่อนสิพวกท่าน " อยู่ๆ แมวที่อัฐอุ้มมาก็พูดภาษาคนได้ และเกิดแสงออร่ารอบๆตัวแมว ทำให้ทุกคนตกตลึงเป็นอย่างมาก

" ขอบคุณมากที่พวกท่านช่วยข้า ข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณพวกท่านอย่างไร " แมวตัวนั้นพูดและหันไปมองใบหน้าของทุกคน

" น.. นี่เธอเป็นแมวปิศาจงั้นหรอ =[]= " แจ็คกี้ถาม

" ไม่ใช่หรอก ข้าคือเทพีแห่งท้องฟ้าที่คอยปกป้องทุกๆคนอยู่ตลอดเวลา จนวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นทำให้ข้าต้องมากลายเป็นแบบนี้ ข้าไม่มีเวลาจะอธิบายแล้ว ข้าขอให้พวกท่านช่วยข้าอีกอย่างหนึ่งได้หรือไม่ " แมวตัวนั้นถามทุกคน

" ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอกนะ ว่าแต่จะให้พวกเราทำอะไรล่ะ " มีนาถามขึ้น

" ข้าขอให้พวกเจ้าจงใช้อาวุธทั้งสี่ธาตุนี้ เพื่อปกป้องกรุงปารีสได้หรือไม่ " แมวตัวนั้นพูดจบ ก็มีกล่องใบหนึ่งปรากฏออกมา แมวตัวนั้นวิ่งไปที่กล่องและเขี่ยฝากล่องออก เผยให้เห็นคฑาทั้งสี่สีที่เจิดจรัส

" ม.. มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม กรี๊ดดด>O< " อัฐที่ดูจะชอบเรื่องพวกนี้มาก วิ่งไปจับคฑาเหล่านั้นอย่างมีความสุข

" แล้วเราจะปกป้องกรุงปารีสได้อย่างไร ในเมื่อพวกเราไม่มีแรงที่จะไปต่อสู้กับพวกนั้นได้ ดูสิสัตว์ประหลาดตัวมันใหญ่แค่ไหน นี่ถ้าโบ๊ทเพื่อนพวกเรามาด้วยก็คงดี " โชคพูดยาวเหยียด

" ข้าเชื่อว่าพวกท่านมีพลังนั้น เพราะพวกท่านมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ข้าเห็นออร่าในตัวของพวกเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว "

" เอายังไงดี จะช่วยดีไหม " มีนาพูด ทำให้อัฐที่มัวสนใจอยู่กับคฑานั้นหันมามอง

" ช่วยสิ เพื่อโลกมนุษย์! " อัฐพูดอย่างมั่นใจ

" งั้นพวกเจ้าจงเลือกคฑาที่ชอบกันก่อนเถอะ " ทุกคนเดินไปหยิบอาวุธของตัวเองขึ้นมาจากกล่องใบนั้น

อัฐ หยิบคฑาที่เจิดจรัสไปด้วยพลังของโรสควอตซ์ แห่งไฟ
มีนา หยิบคฑาสีเหลืองทองที่เจิดจรัสไปด้วยพลังของโทปาส แห่งลม
โชค หยิบคฑาสีน้ำตาลเข้มที่เจิดจรัสไปด้วยพลังอีเมอเหรด แห่งดิน
แจ็คกี้ หยิบคฑาสีฟ้าที่เจิดจรัสไปด้วยพลังของอความารีน แห่งน้ำ

" แล้วทำยังไงต่อล่ะ " โชคถาม

" จงพูดว่า พลังธาตุอันลึกลับ โปรดมอบพลังให้ข้าด้วยเถิด " ทุกคนพยักหน้ารับ ก่อนหันไปมองหน้ากัน และชูคฑาของตนเองขึ้นและพูดว่า

" พลังธาตุอันลึกลับ โปรดมอบพลังให้ข้าด้วยเถิด " เมื่อทั้งสี่พูดจบ ก็เกิดแสงสีขาวไปทั่วบริเวณนั้น และค่อยๆหายไป

" พวกเจ้าจงไปช่วยปกป้องโลกมนุษย์ด้วยเถิด " ทุกคนพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งออกไปจากพุ่มไม้ที่หลบอยู่

The end of chapter 2


ϟ illu$i๏n™

  • Superior officer
  • Sr. Member
  • ****
    • กระทู้: 4,535
  • ถ้าคิดถึงกันก็ PM มา :)
อ่านยังไม่จบ โพสก่อนนะ เดี๋ยวอ่านให้จบ สู้ๆนะเตง   g#005

Pnp. Clp.


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 3 : นักรบแห่งธาตุในตำนาน

" เจ้าปิศาจร้าย หยุดเดี๋ยวนี้นะ! บังอาจมาทำลายบรรยากาศอันแสนสงบของผู้อื่นที่กำลังชมสิ่งที่งดงามแห่งปารีส พวกข้าอภัยให้เจ้าไม่ได้ ข้าตัวแทนแห่งไฟอันร้อนแรง อัฐฟิเร่ " อัฐ

" ข้าตัวแทนแห่งสายลมอันสงบสุข แมนนี่สตรอม " มีนา

" ข้าตัวแทนแห่งผืนดิน โชกี้โกรอันด์ " โชค

" ข้าตัวแทนแห่งสายน้ำที่หลับไหล ปริ้นส์อเคว์ " แจ็คกี้

" พวกเราตัวแทนแห่งธาตุทั้งสี่ จะไม่ยอมให้เจ้าทำ้ร้ายใครเด็ดขาด.. วันเดอร์ พาวเวอร์! " ทั้งสี่พูดกันอย่างพร้อมเพียง เผยให้เห็นร่างของ
อัฐฟิเร่ ผมยาวสีแดงเหมือนเปลวเพลิง สาดส่องความเงางามไปด้วยพลังของโรสควอตซ์
แมนนี่สตรอม ผมยาวสีเหลืองอ่อนมวนเป็นสี่ลอน เปล่งประกายไปด้วยพลังของโทปาส
โชกี้โกรอันด์ฺ ผมบ๊อบสีน้ำตาลเข้ม มีปีกนางฟ้าสีเขียวที่เจิดจรัสไปด้วยพลังของอีเมอเหรดไว้บนหัว
ปริ้ส์อเควร์ ผมยาวเรียบสีฟ้า มีปีกเล็กๆติดข้างตัวที่ส่องสไวไปด้วยพลังของอความารีน


" กรี๊ดดด! นี่พวกเธอก็คิดชื่อกันไว้แล้วหรอ " อัฐถามอยา่างลุกลี้ลุกลน

" อัฐฟิเร่! นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมามัวสนใจกับเรื่องนี้นะ "

" ใช่ๆ เรามาทำหน้าที่ของเรากันเถอะ! "

" อื้ม! " อัฐพูดก่อนจะหันกลับไปมองที่ศัตรู

" หึๆ เจ้าพวกอ่อนหัด ทำเป็นมีพลัง คิดว่าจะสู้กับข้าได้หรือไง! เจ้าเรเดี๊ยน.. กำจัดพวกมันให้สิ้นซากซะ! "

" เรเดี่ยนนนน!! " สัตว์ประหลาดคำรามก่อนจะบีบสิวของตนเองตรงไปยังเหล่าวันเดอร์ พาวเวอร์

" หึบ! " ทั้งสี่กระโดดแยกออกไปกันคนละทิศทาง ก่อนจะวิ่งเข้าไปเตะศัตรูจนล้มลง

" เรเดี่ยนนนน!! " สัตว์ประหลาดลุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันบีบสิวพร้อมกันทั้งหกจุดใส่พวกวันเดอร์ พาวเวอร์

" ตู้มมมม!! " สี่สาวหลบไม่ทัน จึงทำให้ชนเข้ากับพลังของเรเดี๊ยนเต็มๆ

" หึๆ เอาล่ะเรเดี๊ยน เล่นกับพวกนี้ไปก่อนนะ ข้าขอไปเก็บวิญญาณของพวกมนุษย์ก่อนล่ะ "

" คิดจะหนีงั้นหรอ ย๊ากกก!! " แมนนี่สตรอมกระโดดขึ้นไปเตรียมที่จะเตะโดม แต่กลับถูกมือของเรเดี๊ยนตบลงมากระแทกกับพื้น

" แมนนี่สตรอม! " เพื่อนทั้งสามรีบเข้ามาหาแมนนี่สตรอมทันที

" ฉันไม่เป็นไร " แมนนี่สตรอมตอบพร้อมยันตัวเองขึ้นมา

" ใช้พลังของวันเดอร์ พาวเวอร์สิ! " องค์หญิงแนนในร่างแมวตะโกนออกมาจากพุ่มไม้

" พวกเราไม่เคยใช้เลย แล้วจะใช้ยังไงล่ะ " ปริ้นส์อเคว์ถาม

" จงจับมือกัน และตั้งจิตใจมั่น เชื่อมั่นในตัวของพวกท่าน แล้วจะบังเกิดพลังที่ใช้กำจัดเหล่าร้าย " ทุกคนหันหลังให้กัน และจับมือตามที่องค์หญิงแนนบอก พวกเขาค่อยๆตั้งจิตให้มั่น เชื่อมั่นในพลังที่จะใช้ต่อสู้กับเหล่าร้าย ทำให้บังเกิดแสงสีแดง เหลือง น้ำตาล น้ำเงิน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ปรากฏอาวุธทั้งสี่ธาตุ ได้แก่ โรสควอตซ์ โทปาส อีเมอเหรด และอความารีน อยู่ตรงหน้าของพวกเขา ทั้งสี่เอื้อมมือไปจับอาวุธทั้งสี่ คนจะยืนเป็นแถวหน้ากระดาน และยื่นอาวุธออกไปประสานกันด้านหน้า และพูดขึ้นว่า

" อีเลเม้นทอล พาวเวอรส์ จงมอบพลังให้พวกข้าด้วยเถิด " เมื่อทั้งสี่พูดจบ ก็เกิดพลังบางอย่างขึ้น
คฑาของอัฐฟิเร่ มีสลักไว้ที่ด้ามว่า Rose Quartz 's Fire พร้อมด้วยสัญลักษณ์รูปกองไฟที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของแมนนี่สตรอม มีสลักไว้ว่า Topaz 's Storm พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งลมที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของโชกี้โกรอันด์ มีสลักไว้ว่า Emerrald 's Ground พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งผืนดินและต้นไม้ที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของปริ้นส์อเคว์ มีสลักไว้ว่า Aquamarine 's Aqua พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งสายน้ำที่สลักอยู่บนถุงมือ

" เรเดี่ยนนนน!! " สัตว์ประหลาดคำรามขึ้นอีกครั้ง พร้อมบีบสิวทั้งเจ็ดเม็ด (เมื่อกี๊บีบสิวแล้วมันลาม) มาใส่พวกเขา

" อีเมอเหรดโกอันด์!! " โชกี้โกรอันด์พูด ทำให้โล่แห่งดินอันใหญ่ผุดขึ้นมา และป้องกันพลังของศัตรูไว้

" เป็นสิวก็ต้องล้างหน้าให้สะอาดเซ่! อความารีนอควา " ปริ้ส์อเคว์ปล่อยพลังน้ำใส่เรเดี๊ยนไปที่ใบหน้า ทำให้เรเดี๊ยนรับแรงต้านไม่ไหวจึงล้มลง

" ล้างหน้าแล้วก็ต้องเช็ดหน้าให้สะอาด มานี่เดี๋ยวฉันจะเป่าให้ โทปาสสตรอม " มีนาร่ายพลังไปที่ตัวของเรเดี๊ยน ปรากฏพลังพายุหมุนรอบตัวและดันเรเดี๊ยนขึ้นไปสู่ท้องฟ้า

" ตอนนี้และอัฐฟิเร่ " ทุกคนพูดและมองหน้าอัฐฟิเร่ เจ้าของชื่อพยักหน้าเล็กน้อย

" และถ้าจะให้แห้งกว่านั้นก็ต้องเจอไฟอันร้อนแรง โรสควอร์ไฟเออร์!!! " อัฐหมุนคฑาของตนไปรอบๆตัว และหยุดตรงหน้า ก่อนจะฟาดคฑาลงแผ่นดิน ทำให้พลังไฟของเขาตรงไป และดิ่งขึ้นไปที่ร่างของเรเดี๊ยน จนร่างของเรเดี๊ยนเกิดไหม้และตกลงมาสู่พื้น

" ตอนนี้แหละทุกคน! " องค์หญิงแนนตะโกนออกมาอีกครั้ง

" บิวตี้ อีเลเมนทอล พาวเวอร์ " ทั้งสี่ชูคฑาประสานกันบนฟ้า และร่ายพลัง ทำให้เกิดแสงของธาตุทั้งสี่อันได้แก่ ไฟ ลม ดิน น้ำ พุ่งตรงไปยังร่างของเรเดี๊ยน

" เรเดี๊ยนสลายร่างงงง! " ร่างของเรเดี๊ยนกลายเป็นพุยผง และปลิวหายไปกับสายลม

" ฮึ่ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ " เมื่อโดมเห็นเหตุการณ์ ก็ทำให้หงุดหงิดมากขึ้น แต่ก็ต้องหนีกลับไปเพราะกลัวว่าตนเองจะโดนพลังนั้นเหมือนกับเรเดี๊ยน

" สำเร็จ! " ทั้งสี่ตะโกนพร้อมกัน

" พวกท่านทำดีมาก ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านที่ช่วยปกป้องกรุงปารีสไว้ " ทั้งสี่พยักหน้ารับเล็กน้อย อัฐอุ้มองค์หญิงแนนในร่างแมวขึ้นมา ก่อนจะเดินไปหาครูป๊อก


ทางด้านครูป๊อก

" ทุกคนนนน! อยู่ไหนกันเนี่ย " ครูป๊อกตะโกนไปรอบๆ

" อยู่นี่ค่ะคุณครู " โชกี้ตะโกนตอบ และวิ่งออกมาจากพุ่มไม้

" นี่พวกเธอไปอยู่ไหนมา รู้ไหมครูเป็นห่วงแทบแย่ "

" พวกเราไปกำ.. " อัฐกำลังจะพูดแต่โดนมีนาปิดปากไว้ก่อน

" พวกเราไปหลบมาน่ะค่ะ ไม่ทันได้สังเกตุเหมือนกันว่าครูป๊อกไม่ได้อยู่ด้วย เนอะพวกเรา.. " มีนาพูดอธิบายกับครูป๊อก

" ใช่ค่ะ! " แจ็คกี้และโชคตอบเป็นเสียงเดียวกัน ยกเว้นอัฐที่โดนปิดปากไว้

" อืมงั้นก็แล้วไป กลับกันเถอะ.. " ครูป๊อกพูดก่อนจะเดินนำไป

____________________________

ทางด้านซินส์เตอร์

" ก๊อกๆ.. " เสียงเคาะประตูดังขึ้น

" เข้ามาสิ " รองหัวหน้าของกองทัพซินส์เตอร์ตอบ ทำให้ประตูถูกเปิดออกและเผยร่างของโดม

" เป็นไงบ้าง ได้มาหลายร้อยดวงเลยล่ะสิ วะฮ่าๆ! " บิวถาม ก่อนจะหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

" ไม่ได้เลยครับ.. " เมื่อโดมตอบทำให้บิวถึงกับต้องชะงัก

" ทำไมไม่ได้มา หะ! " บิวตบโต๊ะเสียงดังปั้ง ทำให้โดมสะดุ้งเล็กน้อย

" มีพวกวันเดอร์ พาวเวอร์ ออกมาขัดขวางแผนการของพวกเรา ทำให้แผนการล้มเหลวครับ "

" วันเดอร์ พาวเวอร์รึ มันเป็นใครกัน "

" ข้าก็ไม่รู้ แต่รู้เพียงว่ามันมีพลังพิเศษที่ทำให้สัตว์ประหลาดยักษ์เรเดี๊ยน ของข้าตายได้ "

" ขนาดนั้นเลยรึ เอาล่ะเจ้าออกไปได้แล้ว " บิวไล่ และนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตน

" กริ๊ก.. " บิวกดปุ่นที่สำหรับติดต่อสื่อสารกับตังค์ เพื่อจะสื่อสารกับหัวหน้าของตน

" ท่านครับ.. " ยังไม่ทันที่บิวจะพูด ตังค์ก็ชิงพูดซะก่อน

" ข้าได้ยินหมดแล้ว.. ในที่สุดมันก็ออกมาแล้วสินะ นักรบแห่งธาตุในตำนาน.. หึๆ วะ ฮ่าๆๆๆๆ! "

The end of chapter 3


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 4 : พลังแห่งแสง คริสตันควอตซ์

ณ โรงแรม Park Hyatt Vendome
 
" องค์หญิงแนนเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับท่านให้พวกเราได้ไหมคะ " โชคถาม
 
" ได้สิ เรื่องทั้งหมดมีอยู่ว่า.. "
' ท่านองครักษ์ ตอนนี้อาณาจักรของเราเป็นอย่างไรบ้าง '
 
' สงบสุขดีครับท่านองค์หญิง '
 
' อืมดีแล้ว อย่าลืมดูแลชาวมนุษย์ ตามที่เราได้รับมอบหมายจากท่านเทพเจ้าด้วยนะ '
 
' ได้ครับท่านองค์หญิง ข้าจะทำหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุด และหวังว่าทุกคนจะตั้งใจเหมือนข้า '
' เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ ขอบคุณท่านมาก ' ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ เป็นแบบนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง
' ท่านองค์หญิงแนนครับ! ' เสียงองครักษ์ที่คุ้นเคยสำหรับองค์หญิงแนนดังขึ้น
' มีอะไรรึท่าน ทำไมต้องรีบขนาดนั้น '
' พวกซินส์เตอร์ครับ.. พวกซินส์เตอร์มาบุกเราแล้ว '
 
' อะไรนะ! แล้วพวกนั้นทำอะไรกับอาณาจักรของเราไปบ้างแล้ว '
' ก็ทำอย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละองค์หญิงแนน วะฮ่าๆๆ ' เสียงทุ้มอันน่าเกรงขามดังขึ้น
' หัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์! เจ้ามารุกรานอาณาจักรของข้าเพื่ออะไร '
' ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเจ้าต้องแต่งงานกับข้า แต่เจ้าก็ยังปฏิเสธข้ามาโดยตลอด ข้าทนไม่ไหวจึงต้องบุกมาถึงที่นี่ไงล่ะ '
' ข้าขอยืนยันคำเดิม ยังไงข้าก็จะไม่แต่งงานกับปิศาจชั่วๆอย่างเจ้าเด็ดขาด.. โอ้ย! ' หัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์ใช้พลังทำให้องค์หญิงแนนถูกดูดเข้าไปจนอยู่ในอ้อมกอดของตน
' ปล่อยองค์หญิงเดี๋ยวนี้นะ! ' องครักษ์ขององค์หญิงแนนเข้ามาเตรียมที่จะต่อสู้กับหัวหน้าทัพปิศาจ แต่ก็ต้องถูกพลังอันรุนแรงผลักออกไปไกล
' พอเถอะท่านองครักษ์ ท่านไม่จำเป็นต้องมาสู้ ท่านเพียงไปบอกให้เหล่าสรวงสวรรค์ได้ทราบข่าวเรื่องนี้ซะ ' องค์หญิงแนนพูดจบก็ใช้พลังอำนาจที่เหลือส่งองครักษ์ของตนไป โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวกันสักคำ
' หึๆ ดูท่าเจ้าจะชอบมันมากเลยนะองค์หญิงแนน.. '
' ปากดีนักนะ ข้าขอถามท่านอีกครั้งว่าท่านจะแต่งงานกับข้าไม่ '
' ไม่ ข้าไม่มีวันแต่งงานกับเจ้า '
 
' ได้ งั้นเจ้าก็จงไปอยู่ในที่ที่ไม่สามารถมีใครค้นพบเจ้า ไปตลอดชั่วชีวิตแล้วกัน ย๊ากก!! ' หัวหน้าองครักษ์ปิศาจซินส์เตอร์ใช้พลังของตน ทำให้ร่างขององค์หญิงแนนถูกสดกดไว้ให้ไปอยู่ในส่วนหนึ่งของหอไอเฟลที่ประเทศฝรั่งเศส ขณะนี้ประเทศฝรั่งเศสทั่วไปประเทศเกิดฝนหนักตก และมีฟ้าผ่าไปที่หอไอเฟล แต่หอไอเฟลยังคงสภาพเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เมื่อครบทุกๆหนึ่งศตวรรษหัวหน้ากองทัพปิศาจซินส์เตอร์ต้องมาทำพิธีเพื่อไม่ให้เวทย์มนต์เสื่อมคลาย และอีกเพียงไม่กี่วันก้จะครบหนึ่งสหัสวรรษ((1000ปี)) และเมื่อครบแล้วองค์หญิงแนนที่ถูกสะกดไว้ก็จะไม่สามารถออกมาได้ และไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อีก
 
" เพราะเหตุนี้ข้าจึงจำเป็นต้องให้พวกท่านช่วยข้าออกมาจากหอไอเฟล ไม่เยี่ยงนั้นอาณาจักรท้องฟ้าก็จะต้องตกอยู่ในเงื้อมือของปิศาจซินส์เตอร์ และผู้คนบนโลกมนุษย์ก็จะล้มตาย เพราะมีเพียงแค่ความมืด ไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาแต่อย่างได้ "
 
" แล้วทำไมท่านถึงเลือกพวกข้า แล้วผู้ที่จะช่วยท่านมีเพียงแค่สี่คนหรอคะ " อัฐถาม
 
" เพราะครั้งแรกที่ข้าได้พบพวกท่าน ข้าก็เห็นแสงออร่าบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวท่าน เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ข้าเชื่อว่าพวกท่านสามารถช่วยข้าได้ ส่วนจำนวนผู้ที่สามารถช่วยข้าได้นั้นมีหกคน ซึ่งตอนนี้มีสี่คน แต่ละคนมีธาตุต่างกันได้ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุแสง และธาตุสายฟ้า "
 
" งั้นตอนนี้เราก็ต้องตามหาอีกสองคนให้เร็วที่สุดก่อนที่จะมาถึงวันนั้นใช่ไหม " มีนาถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด องค์หญิงแนนพยักหน้ารับ
 
" พวกเราอยากเห็นร่างของท่านจัง " อัฐพูดขึ้นมาอีกครั้ง
 
" ได้สิ แต่ข้าจะเนรมิตได้เพียงสามสิบวินาทีเท่านั้นนะ " ทุกคนพยักหน้ารับ องค์หญิงแนนเริ่มเนรมิตร่างของตัวเอง ปรากฏให้เห็นหญิงสาวผมยาวสีรุ้ง ชุดสีขาวยาวลากไปถึงพื้น ที่ชุดมีอัญมณีปะปนกับคริสตัลรวมกัน 7 ชนิดได้แก่ โรสควอตซ์ โทพาส อีเมอเหรด อความารีน ควอตซ์ และอมีทิสต์ ตรงกลางมีอัญมณีก้อนใหญ่ที่สุดเป็นสีรุ้งเรืองแสงอ่อนๆไปทั่วทุกสารทิศ
 
" โหหห.. " ทั้งสี่ตกตะลึงกับภาพอันสวยงามเบื้องหน้า
 
" ปึง! " เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างรุนแรง เป็นเวลาเดียวกับร่างเนรมิตขององค์หญิงแนนหายไป
 
" แสงสว่างที่เกิดขึ้นวันนั้น เป็นฝีมือของพวกเธอใช่ไหม " ครูป๊อกเข้ามาถาม
 
" ส.. แสงอะไรหรอคะไม่เห็นรู้เรื่องเลย " แจ็คกี้ทำหน้าเอ๋อ
 
" ครูเห็นและได้ยินหมดแล้วทั้งที่เรื่องพวกเธอคุยกับแมว และร่างเนรมิตของ.. องค์หญิงแนน "
 
" ครูตาฝาดไปหรือป่าวคะ "
 
" บอกไปเถอะ ในเมื่อเขาเห็นแล้ว " ทั้งสี่หันไปมององค์หญิงแนนในร่างแมว ก่อนจะพยักหน้ารับ และเริ่มเล่าเรื่องที่ฟังมาทั้งหมดในครูป๊ํอกฟัง
 
" ครูก็ไม่อยากเชื่อหรอกนะ แต่ในเมื่อเห็นแล้วมันก็อดเชื่อไม่ได้ ยังไงก็ขอให้พวกเธอระวังตัวด้วยแล้วกัน ครูเป็นห่วง.. " ครูป๊อกพูดประโยคหลังอย่างแผ่วเบา แต่นักเรียนทั้งสี่ก็ได้ยิน ทำให้อดยิ้มไม่ได้
 
" ขอบคุณค่ะคุณครู " ทั้งหกนั่งคุยเรื่องราวกันต่อ จนกระทั่ง..
 
" สลีพพพพพ!! " สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งโผล่มา มันคำรามลั่นไปทั่วสารทิศ
 
" กรี๊ดดดด! " เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยวายไปกันทั่ว
 
" องค์หญิงแนนช่วยพาครูป๊อกไปหลบก่อนนะคะ " โชคพูด
 
" พวกเราพร้อมรึยัง " อัฐถามพร้อมหันไปมองหน้าเหล่าเพื่อน
 
" อื้ม! " ทั้งสี่ตอบ และวิ่งลงไปชั้นล่างก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกันว่า
 
" พลังธาตุอันลึกลับ โปรดมอบพลังให้ข้าด้วยเถิด " เมื่อทั้งสี่พูดจบ ก็เกิดแสงสีขาวไปทั่วบริเวณนั้น และค่อยๆหายไป
 
" สลีพพพพ!! " สัตว์ประหลาดสลีพกำลังจะเอื้อมมืออันใหญ่ยักษ์ไปตบเด็กน้อยที่นั่งอยู่ในรถเข็น แต่ก็ต้องล้มลงเมื่อถูกแรงเตะของโชกี้โกรอันด์กระแทกเข้าที่ลำตัว
 
" สลีพพพพพ!! " มันลุกขึ้นมาและทำท่าทุบอกเหมือนกอลิล่า
 
" ผู้ที่ทำให้เมืองปารีส สีสันของฝรั่งเศสต้องเกิดความวิบัติ พวกเราจะไม่ให้อภัยเด็ดขาด
ข้าตัวแทนแห่งไฟอันร้อนแรง อัฐฟิเร่ " อัฐ
 
" ข้าตัวแทนแห่งสายลมที่พัดกระโชก แมนนี่สตรอม " มีนา
 
" ข้าตัวแทนแห่งผืนดิน โชกี้โกรอันด์ " โชค
 
" ข้าตัวแทนแห่งสายน้ำที่หลับไหล ปริ้นส์อเคว์ " แจ็คกี้
 
" พวกเราตัวแทนแห่งธาตุทั้งสี่ จะไม่ยอมให้เจ้าทำ้ร้ายใครเด็ดขาด.. วันเดอร์ พาวเวอร์! " ทั้งสี่พูดกันอย่างพร้อมเพียง เผยให้เห็นร่างของ
อัฐฟิเร่ ผมยาวสีแดงเหมือนเปลวเพลิง สาดส่องความเงางามไปด้วยพลังของโรสควอตซ์
แมนนี่สตรอม ผมยาวสีเหลืองอ่อนมวนเป็นสี่ลอน เปล่งประกายไปด้วยพลังของโทพาส
โชกี้โกรอันด์ฺ ผมบ๊อบสีน้ำตาลเข้ม มีปีกนางฟ้าสีเขียวที่เจิดจรัสไปด้วยพลังของอีเมอเหรดไว้บนหัว
ปริ้ส์อเคว์ ผมยาวเรียบสีฟ้า มีปีกเล็กๆติดข้างตัวที่ส่องสไวไปด้วยพลังของอความารีน
"
 
" สลีพพพพ!! " สัตว์ประหลาดคำรามขึ้นอีกครั้งก่อนจะทิ้งมืออันหนักหน่วงของตนไปที่วันเดอร์ พาวเวอร์ อัฐฟิเร่หลบไม่ทันจึงทำให้ปลิวไปตามแรงกระแทก และสลบลง
 
" อัฐฟิเร่! " ทุกคนวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนของตน แต่ทว่า..
 
" สลัมเบอร์!! " สัตว์ประหลาดใช้พลังฟองอากาศของตนเข้าคลุมร่างของพวกเขาทีละคน ในนั้นมีสารบางอย่าง ทำให้พวกเขาสลบลงไปตามๆกัน
 
 
ทางด้านของครูป๊อกและองค์หญิงแนน
 
" ทุกคน!! " ครูป๊อกพูดและวิ่งออกไป แต่ก็ถูกองค์หญิงแนนเรียกไว้ก่อน
 
" เดี๋ยวสิ! ท่านไม่มีพลังอะไรแล้วจะไปสู้กับมันได้อย่างไร " องค์หญิงแนนพูดกับครูป๊อก
 
" ไม่รู้ล่ะ! นั่นมันลูกศิษย์ของฉันนะ ฉันจะยืนมองสถานการณ์แบบนี้เฉยๆได้อย่างไรล่ะ ยังไงฉันก็ต้องไปช่วย!! " ครูป๊อกเตรียมตัวจะวิ่งลงไปชั้นล่าง แต่ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นก่อน
 
" วิ้งงง.. " แสงสีขาวเทาสาดส่องไปทั่วบริเวณนั้น ครูป๊อกและองค์หญิงแนนหยีตา จนแสงนั้นค่อยๆหายไป และเมื่อมองเห็นอย่างชัดเจน ก็พบคฑาสีดำทะมึนมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของครูป๊อก
 
" น.. นี่มันอะไรกัน " ครูป๊อกพูดกับตัวเองอย่างงงๆ
 
" หรือว่าท่านคือตัวแทนแห่งแสงสว่าง " องค์หญิงแนนพูดอย่างลุกลี้ลุกลน
 
" ฉันก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ต้องขอลองดูแล้วกัน พลังธาตุอันลึกลับ โปรดมอบพลังให้ข้าด้วยเถิด "
ครูป๊อกพูดตามที่ได้ยินนักเรียนของตนพูดกันเมื่อกี๊ ทำให้บังเกิดแสงสีขาวสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณ และค่อยๆจางหายไป
 
" จริงด้วย! ท่านคือตัวแทนแห่งแสงสว่าง เอาล่ะ รีบไปช่วยเด็กๆได้แล้ว " ครูป๊อกหันมาพยักหน้ารับให้สองสามทีก่อนจะกระโดดลงไปจากชั้นบนของโรงแรม
 
" หยุดนะ! ข้าคือตัวแทนแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์ ทีกรีม จะไม่ยอมให้ทำเจ้าทำร้ายผู้อื่นได้เด็ดขาด " สัตว์ประหลาดหันไปมองที่มาของต้นเสียงก็พบร่างหนึ่งยืนอยู่ ร่างนั้นปกคลุมไปด้วยชุดขนนกสีขาวผ่อง ตรงกลางอกมีคริสตัลควอตซ์ติดอยู่ ถือคฑาสีดำทะมึนยาวถึงพื้น
 
" สลีพพพพ!! " สัตว์ประหลาดปล่อยพลังใส่ทีกรีม แต่หญิงสาวหลบได้ทันเนื่องมาจากความพริ้วไหวของตน ทีกรีมวิ่งไปยังนักเรียนนักสี่คนที่สลบอยู่ในฟองอากาศ
 
" ทุกคนตื่นสิทุกคน! " ทีกรีมพยายามเจาะฟองอากาศให้แตกแต่ก็ไม่ได้ผล แต่เสียงของหล่อนสามารถเล็ดลอดไปถึงภายใน ทำให้ทั้งสี่ตื่นขึ้นมาได้
 
" ย๊ากกก! " ทั้งสี่ใช้แรงที่มีทุบไปยังฟองอากาศ ผลทำให้ฟองอากาศนั้นแตกเป็นละอองน้ำ
 
" อย่าบอกนะว่าคุณคือ..!! "
 
" ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาอธิบายนะ "
 
" จริงสินะ.. ทุกคนเรามารวมพลังกันเถอะ "
 
" อื้ม! " ทั้งสี่หันหลังจับมือกัน และค่อยๆตั้งจิตให้มั่น
เชื่อมั่นในพลังที่จะใช้ต่อสู้กับเหล่าร้าย ทำให้บังเกิดแสงสีแดง เหลือง น้ำตาล น้ำเงิน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ปรากฏอาวุธทั้งสี่ธาตุ ได้แก่ โรสควอตซ์ โทปาส อีเมอเหรด และอความารีน อยู่ตรงหน้าของพวกเขา ทั้งสี่เอื้อมมือไปจับอาวุธทั้งสี่ คนจะยืนเป็นแถวหน้ากระดาน และยื่นอาวุธออกไปประสานกันด้านหน้า และพูดขึ้นว่า
 
" อีเลเม้นทอล พาวเวอร์ จงมอบพลังให้พวกข้าด้วยเถิด " เมื่อทั้งสี่พูดจบ ก็เกิดพลังบางอย่างขึ้น
คฑาของอัฐฟิเร่ มีสลักไว้ที่ด้ามว่า Rose Quartz 's Fire พร้อมด้วยสัญลักษณ์รูปกองไฟที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของแมนนี่สตรอม มีสลักไว้ว่า Topaz 's Storm พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งลมที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของโชกี้โกรอันด์ มีสลักไว้ว่า Emerrald 's Ground พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งผืนดินและต้นไม้ที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของปริ้นส์อเคว์ มีสลักไว้ว่า Aquamarine 's Aqua พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งสายน้ำที่สลักอยู่บนถุงมือ
คฑาของทีกรีมที่ถือไว้อยู่แล้ว ก็เกิดลอยสลักขึ้นว่า Quartz 's Gleam พร้อมด้วยสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างที่สลักอยู่บนถุงมือ
 
" เจ้าปิศาลสลีพ เจ้าคงง่วงมากสินะ งั้นเดี๋ยวข้าจะปลุกเจ้าให้เอง! ควอตซ์กรีม! " ทีกรีมปล่อยพลังตรงไปยังสัตว์ประหลาด เกิดแรงระเบิดสีขาวที่สัตว์ประหลาดขึ้น
 
" ตื่นแล้วก็ต้องล้างหน้าสินะ.. อความารีนอควา! " ปริ้นส์อเคว์ปล่อยพลังน้ำไปที่สลีพ แต่สลีพหลบไปจึงรีบกระโดดเข้ามาหาพวกเขาทั้งห้า
 
" ถึงแรงจะเยอะแค่ไหนก็เอาชนะผืนดินที่แข็งแกร่งของข้าไม่ได้หรอก อีเมอเหรดกราวด์ " เกิดแรงปะทะระหว่างโล่แห่งดินกับความรุนแรงจากการต่อยของสลีพ ทำให้โล่แห่งดินสลาย และร่างของสลีพกระเด็นไป
 
" มือแดงเชียวสงสัยจะเจ็บมาก มานี่ฉันเป่าให้!
โทปาสสตรอม " มีนาร่ายพลังไปที่ตัวของเรเดี๊ยน ปรากฏพลังพายุหมุนรอบตัวและดันเรเดี๊ยนขึ้นไปสู่ท้องฟ้า
 
" ตอนนี้และอัฐฟิเร่ " ทุกคนพูดและมองหน้าอัฐฟิเร่ เจ้าของชื่อพยักหน้าเล็กน้อย
 
" และถ้าจะให้แห้งกว่านั้นก็ต้องเจอไฟอันร้อนแรง โรสควอร์ไฟเออร์!!! " อัฐหมุนคฑาของตนไปรอบๆตัว และหยุดตรงหน้า ก่อนจะฟาดคฑาลงแผ่นดิน ทำให้พลังไฟของเขาตรงไป และดิ่งขึ้นไปที่ร่างของสลีพ จนร่างของสลีพเกิดไหม้และตกลงมาสู่พื้น ทั้งห้าจึงพูดพร้อมกันว่า
 
" บิวตี้ อีเลเมนทอล พาวเวอร์ " ทั้งห้าชูคฑาประสานกันบนฟ้า และร่ายพลัง ทำให้เกิดแสงของธาตุทั้งสี่อันได้แก่ ไฟ ลม ดิน น้ำ และแสงพุ่งตรงไปยังร่างของสลีพ
 
" สลีพสลายร่างงงง! " ร่างของเรเดี๊ยนกลายเป็นพุยผง และปลิวหายไปกับสายลม
 
" สำเร็จ! " ทั้งสี่ตะโกน และกระโดดขึ้นพร้อมกันอย่างดีใจ โดยมีทีกรีมคอยยืนยิ้มอยู่ให้ข้างหลัง

The end of chapter4



ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 5 : ความพ่ายแพ้จากการต่อสู้

ทัพปิศาจซินส์เตอร์

" ก๊อกๆ "

" เชิญ " เสียงทุ้มดังขึ้น คนข้างนอกจึงเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องที่มืดมิด

" ว่าไง.. "

" ข้าได้ออกไปที่เมืองปารีสมาแล้วเมื่อวาน " โดมพูดอย่างสงบเสงี่ยม

" แล้วได้ไหม! " รองหัวหน้าทัพซินส์เตอร์รีบถามขึ้นทันที ซึ่งโดมรู้ว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไร

" ได้มาสิบดวงครับท่าน " โดมพูดพร้อมชูโหลเก็บวิญญาณของตนให้อีกฝ่ายดู

" ดีมากโดม เจ้าไปพักได้แล้ว " บิวพูด โดมจึงเดินออกไป

" ติ๊ด.. " บิวกดปุ่มบางอย่าง ก่อนจะมีภาพปรากฏขึ้น

" ท่านตังค์ครับ.. " บิวเรียกชื่อผู้ที่ตนเองเคารพนับถือมากที่สุด

" ข้าหวังว่าจะเป็นข่าวดีนะ ถ้าไม่ใช่เจ้าได้เจ็บตัวแน่ๆ "

" ข้ารับรองครับว่าเป็นข่าวดี เมื่อวานโดมได้ออกไปเก็บวิญญาณของมนุษย์ชาวปารีสมาได้สิบดวงครับท่าน " บิวพูดพร้อมยกโหลเก็บวิญญาณของโดมให้ตังค์ดู

" หึๆดีมาก คงจะทำให้พลังของข้าเพิ่มมาได้บ้างล่ะนะ วะฮ่าๆ " ตังค์หัวเราะอย่างสะใจ

____________________________________________

" ขณะนี้มีประชากรจำนวนประมาณสิบคนที่นอนสลบอยู่ที่โรงพยาบาลบาล The American Hospital* แต่ยังหายใจอยู่ ตอนนี้ทางโรงพยาบาลยังตรวจเช็คอะไรมากไม่ได้ @%^*&$ "

[*โรงพยาบาลอเมริกัน แห่งปารีส (The American Hospital) ก่อตั้งโดย American pats ในอดีตของชานเมือง Neuilly - sur - Seine เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงปารีส เหมือนหอไอเฟลโรงพยาบาล]

" มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ " มีนาถามขณะที่ตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่

" ข้าสันนิษฐานว่าคงเป็นฝีมือของพวกปิศาจซินส์เตอร์แน่ๆ พวกนั้นต้องการเก็บวิญญาณของมนุษย์ในกรุงปารีสไปเพื่อเพิ่มพลังกับให้หัวหน้าทัพของมัน " องค์หญิงแนนพูดก่อนจะกระโดดขึ้นมานอนบนตักของมีนา และคลอเคลียไปมา

" ท่านนี่เหมือนแมวทั่วไปจังเลยนะ " มีนาขำคิกคัก

" ข้ามาสิงในร่างแมว ก็ต้องมีนิสัยอย่างงี้บ้างแหละ เพราะข้าบังคับได้ไม่หมด "

" ว่าแต่เราจะเอายังไงกับคนพวกนั้นดีล่ะ " โชคถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

" ก็ต้องปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปก่อน ต้องรออำนาจของหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์หมดไปเท่านั้นจึงจะกลับมาเป็นแบบเดิม " โชคและมีนาพยักหน้ารับหงึกหงัก

" ก๊อกๆ.. " เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามที ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของครูป๊อกที่ยืนอยู่หน้าห้อง

" ทุกคน รีบเตรียมตัวกันเถอะ วันนี้ครูจะพาพวกเธอไปเที่ยวที่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre)** "

[พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre)   เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นพระราชวังหลวงมาก่อน จัดแสดงศิลปะที่มีคุณค่าระดับโลกมากมาย เช่น ภาพเขียนโมนาลิซ่า ผลงานของต่าง ๆ ของเลโอนาร์โด ดาวินซีแลอเล็กซานดรอส]

" จริงหรอคะ! ฝันมานานแล้วว่าสักวันจะได้ไปดูภาพเขียนโมนาลิซ่าที่นั่น " อัฐพูดอย่างกระดี๊กระด๊าก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งตัวให้สวยงาม

" นี่แจ็คกี้ตื่นได้แล้ว! " โชคตีหลังแจ็คกี้ จนทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ต้องลุกขึ้นมาด่าฉอดๆๆ ก่อนจะเดินไปอาบน้ำ

" เอาล่ะ งั้นครูขอไปเตรียมตัวด้วยแล้วกันนะ " ครูป๊อกพูดจบก็เดินกลับห้องไป

" องค์หญิงแนนจะไปด้วยไหมคะ " อัฐหันมาถาม

" ถ้าพวกท่านไม่ห้ามเรา เราก็จะไม่ปฏิเสธ "

" ไปได้สิคะ ทำไมจะไปไม่ได้กันล่ะ " อัฐตอบและหันไปแต่งตัวอีกครั้ง ทุกคนดูมีความสุขมากที่จะได้ไปเที่ยวในครั้งนี้


ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

" สวยจังเลยยยยย! " อัฐและมีนาวิ่งไปพร้อมกับกางแขนกระพือไปมาตามลักษณะเฉพาะของตนเอง

" นี่ระวังหลงกันด้วยนะ ที่นี่น่ะเป็นที่ที่มีประชากรมาท่องเที่ยวมากที่สุดในกรุงปารีสเชียวนะ ครูว่าข้างในคนจะเยอะเป็นพิเศษ แต่ยังไงก็เชิญตามพวกเธอเที่ยวตามสบายนะ แล้วมาเจอกันตามที่ครูนัดเวลาไว้บนรถ "

" ค่ะ! " ทั้งสี่ตอบพร้อมกันก่อนจะวิ่งหายไป โดยที่ทิ้งให้องค์หญิงแนนในร่างแมวอยู่กับครูป๊อก

" ไปกันเถอะค่ะองค์หญิงแนน " ครูป๊อกพูดอย่างให้เกียรติก่อนจะอุ้มองค์หญิงแนนในร่างแมวขึ้นมา

" ท่านไม่ต้องให้เกีรยติข้าขนาดนั้นก็ได้นะ " ครูป๊อกไม่ตอบอะไร และอุ้มองค์หญิงแนนในร่างแมวเข้าไปในพิพิธภัณฑ์

" ทุกคนมาดูนี่เร็ว!! " ทุกคนพากันวิ่งมา ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าภาพเขียนโมนาลิซ่า***

[*** โมนาลิซ่า หรือ ลาโชกงด์ ถูกวาดโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มี รอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส]

" สวยจัง ว่าแต่ทำไมสีมันดูแปลกๆไป แถมไม่มีคนดูอีกด้วย " อัฐถามอย่างสงสัย ในขณะที่จ้องไปที่ภาพโมนาลิซ่าอย่างไม่ขาดสาย แล้วก็เห็นภาพโมนาลิซ่าเป็นใบหน้าของตนเอง

" นี่! ทำไมภาพโมนาลิซ่าเป็นเหมือนกระจกสะท้อนเลยล่ะ อยู่ดีๆฉันก็เห็นหน้าฉันแทนโมนาลิซ๋า " โชคถาม

" ฉันก็เห็น แล้วแกสองคนเห็นกันไหม " อัฐหันไปถาม มีนากับแจ็คกี้พยักหน้า

" มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ " มีนาพูดก่อนจะค่อยๆถอยหลังอย่างช้าๆ

" มิเรอร์!! " อยู่ดีๆก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมา พร้อมกับกระจกของกรอบรูปแตกกระจาย

" อะไรกัน ทำไมมีเสียงคำราม แต่ไม่มีตัวของมันล่ะ " มีนาพูดอย่างงงๆ

" โอ๊ย! " มีนาร้องดังลั่นก่อนจะมีเลือดไหลออกมาที่แขนของหญิงสาว

" หรือว่ามันจะเป็นมนุษย์ล่องหน! "

" ทุกคน! " ครูป๊อกวิ่งมาหาลูกศิษย์ของเขา ก่อนจะเข้าไปหามีนาที่มีบาดแผลที่แขน

" มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆทุกคนก็ตัวแข็งทื่อกันไปหมด แล้วเสียงคำรามที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊มันคืออะไร "

" ไม่รู้สิคะครู พวกหนูดูภาพเขียนโมนาลิซ่าอยู่ตรงนั้น แล้วอยู่ดีๆก็มีเสียงคำราม พร้อมกับกระจกที่แตก " อัฐพูดและชี้ไปที่จุดที่พวกเขายืนดูภาพเขียนโมนาลิซ่าอยู่เมื่อกี๊

" ภาพเขียนโมนาลิซ่ามันอยู่อีกที่ไม่ใช่หรอ เมื่อกี๊ครูกับองค์หญิงแนนยังดูกันอยู่เลย " ครูป๊อกพูด ทำให้ทุกคนสงสัยมากขึ้น

" ฉึบ! " เสียงของมีคมเสียดสีที่ใบหน้าของแจ็คกี้ แต่ยังโชคดีที่หญิงสาวหลบตัวทัน ทำให้เฉียดไป

" ไม่ได้การล่ะ มาแปลงร่างกันก่อนเถอะ! " ครูป๊อกพูด ทุกคนพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มแปลงร่างพร้อมกันจนเสร็จสมบูรณ์

" จงออกมานะเจ้าสัตว์ประหลาด! " โชกี้โกรอันด์พูดอย่างอารมณ์เสีย มีเพียงเสียงตอบของของบางชนิดที่เป็นจำพวกแก้วเดินตรงไปยังมุมที่อยู่ในความมืด ทุกคนจึงมองตามเสียงนั้นไป จนเผยให้เห็นร่างอ้วนท้วนที่เป็นต้นเหตุของบาดแผลที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของพวกเขา

" ร.. หรือว่าแกคือ!! " องค์หญิงแนนในร่างแมวพูดเบาๆ

" ข้าคือบิว รองหัวหน้าแห่งทัพปิศาจซินส์เตอร์ยังไงล่ะ วะฮ่าๆ "

" คราวนี้รองหัวหน้ามาเองเลยสินะ ดีล่ะพวกข้าจะได้กำจัดเจ้าให้สิ้นซากไป " ทีกรีมพูดก่อนจะเรียกอาวุธของตนเองออกมา

" ควอตซ์กรีม! " ทีกรีมร่ายพลังใส่บิว แต่บิวหลบทันเนื่องจากร่างของตนเองในตอนนี้มีความเบา และใส จึงทำให้ยากนักที่ครูป๊อกจะเล็งเป้าได้ถูก บิวรีบวิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความไว

" อีเมอเหรดกราวนด์! " โชกี้โกรอันด์ร่ายพลังของตนเองออกมาเป็นโล่ดินอันใหญ่ แต่บิวสามารถทะลุผ่านเข้ามาได้ และชนโชกี้โกรอันด์เข้าไปติดกำแพง

" โทพาสตรอม! " แมนนี่สตรอมร่ายพลังของตนเองไปใส่บิว แต่ลมของแมนนี่สตรอมนั้นมีการเคลื่อนไหวเร็วไม่เท่าบิวที่มีความไวเปรียบดั่งแสง จึงวิ่งเข้ามาและฟันเข้าที่ตนแขนของมีนา

" พลังแค่นี้น่ะเหรอ ไหนล่ะนักรบในตำนาน!! " บิวพูดก่อนจะหัวเราะร่วนอย่างสะใจ

" งั้นลองเอานี่ไปชิม โรสควอรตซ์ไฟเออร์! " อัฐฟิเร่ทุบคฑาของตนเองลงพื้นดินก่อให้เกิดเปลวไฟพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย บิวหลบทันแต่ทว่าเปลวเพลิงของอัฐฟิเร่มีความสูงพอควร จึงทำให้เฉียดที่ขาของตนไป ทำให้เกิดรอยไหม้อย่างเห็นได้ชัด

" ฮึ่ย! พวกเจ้าทำให้ข้าโกรธมากเลยนะรู้ไหม เอานี่ไปซะ มิเรอร์ออฟดาร์ค!! " บิวปล่อยพลังของตนเองที่เป็นเศษกระจกนับหลายสิบ ไปที่เหล่าวันเดอร์ พาวเวอร์ ทำให้กระจกทิ่มเข้าไปในเนื้อของพวกเขาทั้งห้าคน กระจกนั้นมีพิษบางอย่าง จึงทำให้เหล่าวันเดอร์ พาวเวอร์ สลบลง

" ไม่สนุกเลยสักนิด แต่ข้ามีสิ่งที่ต้องทำอีก " บิวพูดก่อนจะหายตัวไป

" ทุกคน! " องค์หญิงแนนในร่างแมววิ่งไปและพยายามเขย่าตัวทุกคนเพื่อให้ฟื้นขึ้นมา แต่กลับไม่มีใครขยับตัว ขณะนี้ชุดของเหล่านักรบได้หายไปเพราะต่างคนต่างหมดพลัง

The end of chapter 5


maxnoiiz

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 700
  • ไม่ระบุแน่ชัด


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 6 : ผู้ที่มาพร้อมกับสายฟ้าแห่งความไว

" ตอนนี้นะคะ ดิฉันก็ได้อยู่ที่ The American Hospital ซึ่งตอนนี้มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นที่เป็นอาการเดียวกับคนจำนวนสิบคนในกลุ่มก่อนหน้านี้ เอาล่ะค่ะเดี๋ยวเราจะไปสอบถามสาเหตุจากหมอท่านหนึ่งนะคะ เพื่อว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมขึ้น " พิธีกรข่าวพูดออกสื่ออย่างรวดเร็วตามประสาของพิธีกร
 
" สวัสดีค่ะคุณหมอ #^*(!@ " พิธีกรข่าวและหมอที่ถูกสัมภาษณ์พูดกันไปมาจนเสียงดังไปถึงห้องในโรงพยาบาลห้องหนึ่ง
 
" อื้อ.. " เสียงครางต่ำๆของหญิงสาวบางคนดังขึ้น
 
" ฟื้นแล้วรึท่านป๊อก " องค์หญิงแนนในร่างแมวที่แอบเข้ามาดูอาการของคนทั้งห้า รีบกระโดดขึ้นมาบนเตียงที่ครูป๊อกนอนอยู่
 
" นี่พวกเราเป็นอะไรไปคะท่าน " ครูป๊อกหันไปถามองค์หญิงแนนอย่างสงสัย
 
" พวกท่านโดนกระจกแห่งความมืดของบิว รองหัวหน้าแห่งซินส์เตอร์แทงเข้าที่เนื้อทำให้สลบไป ข้าพึ่งจะมาทอนพิษให้พวกท่านเมื่อกี๊ "
 
" แล้วพวกเด็กๆจะฟื้นเมื่อไหร่หรอคะ " ครูป๊อกถามด้วยความเป็นห่วง
 
" สักพักก็คงจะตื่นนั่นแหละ อ๊ะ!นั่นไง " องค์หญิงแนนพูดเมื่อเห็นทุกคนเริ่มขยับตัว
 
" เป็นยังไงบ้างเด็กๆ.. " ครูป๊อกลุกออกจากเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปถาม
 
" นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณครู " อัฐถามอย่างสงสัย ครูป๊อกจึงเล่าให้ทุกคนฟังตามที่องค์หญิงแนนเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่
 
" แล้วนี่จะทำยังไงดีคะ พลังของมันแข็งแกร่งมากเลย พวกเราทำอะไรไม่ได้แน่ๆ " แจ็คกี้พูดออกมาด้วยความเซ็ง
 
" ตอนนี้ข้าก็ยังคิดอะไรไม่ออก แต่ว่าในอดีตที่ข้ายังอยู่บนอาณาจักรท้องฟ้านั้น รองหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์มาบุกข้าอาณาจักรของข้าครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นองครักษ์ของข้าที่มีความไวเทียบเท่ากับรองหัวหน้าซินสเตอร์สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย "
 
" แล้วองครักษ์ของท่านตอนนี้ไปอยู่ไหนเสียแล้วล่ะ " มีนาถาม
 
" ผ่านมาเกือบสหัสวรรษแล้ว ข้าว่าเขาคงลืมข้าไปแล้วแหละ " องค์หญิงแนนพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
 
" ไม่ต้องห่วงนะท่าน พวกข้าจะหาทางต่อสู้กับเจ้านั่นให้เอง " ครูป๊อกพูด ทุกคนจึงพยักหน้าตาม ทำให้องค์หญิงแนนกลับมายิ้มได้
 
" กรี๊ดดดด!! " เสียงกรี๊ดดังไปทั่วโรงพยาบาล ทำให้ทั้งหกที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องต้องรีบออกไปดู และก็พบบิวในสภาพที่ยังไม่แปลงร่าง
 
" ยังเหลือพวกเจ้าอยู่อีกรึ " รองหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์หันหลังมาก็เห็นพวกเขาทั้งหกยืนอยู่
 
" จงกลายเป็นกระจกไปซะ ย๊ากกก!! " บิวปล่อยพลังใส่ทั้งหกคน ทั้งหกหลบทัน และวิ่งหนีไปหลบในที่ที่ไม่มีใครเห็นได้ทัน ทั้งห้าจึงเริ่มแปลงร่างจนเสร็จสมบูรณ์
 
" เจ้ากระจกแห่งความมืดที่น่ารังเกียจ บังอาจมาวุ่นวายกับพวกมนุษย์จนทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเด็ดขาด " เมื่อพูดจบก็ปรากฏให้เห็นเหล่าวันเดอร์ พาวเวอร์ หรือนักรบแห่งธาตุในตำนานทั้งห้า
 
" มาอีกแล้วรึ หึๆ ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดหรือไงกันนะ! " บิวพูดพร้อมเปลี่ยนร่างของตนเองเป็นกระจกใส
 
" ครั้งที่แล้วพวกเราแค่ประมาทไปหน่อย เพราะยังไม่รู้ถึงการต่อสู้ของเจ้าเท่านั้นแหละ ตอนนี้พวกเรารู้หมดแล้ว " ปริ้นส์อเคว์พูดในขณะที่หันไปมองรอบๆ
 
" งั้นรึ งั้นข้าขอไม่รอช้าล่ะนะ ย๊ากกก!! " บิวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
 
" อความารีนอวคา! " ปริ้นส์อเคว์ใช้พลังน้ำของตนเองกั้นไว้รอบๆ จึงทำให้บิวเสียหลักลื่นล้มลงพื้น ร่างที่เป็นกระจกส่วนหนึ่งแตกออก ทำให้ร่างนั้นกลับมาเป็นแบบเดิม
 
" ฮึ่ย! เลวนักนะ ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำร้ายข้าไปได้มากกว่านี้แล้ว ดับเบิ้ลพาวเวอร์ออฟดาร์คคค!! " บิวร่ายพลัง ทำให้เกิดพลังลูกกลมๆลูกใหญ่สีดำเหมือนหลุมดำในอวกาศขึ้น
 
" ทุกคนระวัง! " องค์หญิงแนนพูด แต่สายไปเสียแล้ว พลังความมืดของบิวพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งห้าคน จนทำให้อาวุธประจำตัวของทุกคนแตกสลายไป
 
" ไม่นะ! " องค์หญิงแนนตะโกนอีกครั้งแต่ไม่สามารถเข้าไปร่วมต่อสู้ได้ เนื่องจากพลังนั้นมีไม่พอ ทั้งห้าร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะทำสลบไป ขณะนี้พวกเขาไม่มีพลังอะไรที่จะใช้ได้อีกแล้ว พวกเขากลับมาเป็นเพียงคนธรรมดา
 
" หึๆ ในที่สุดแผนการก็สมบูรณ์ ต่อไปนี้เหล่าซินส์เตอร์จะสามารถครองโลกได้อย่างง่ายดายแล้วสินะ วะฮ่าๆๆ! อ๊ํากกก! " บิวร้อง และจับไปที่ต้นแขนของตนเอง เลือดสีเขียวเข้มไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
 
" บาดแผลแบบนี้.. หรือว่า!! " บิวพูดอย่างอารมณ์เสีย และมองไปที่เบื้องหน้า
 
" ไม่ได้เจอกันนานนะ อริคู่รัก " ชายปริศนาปรากฏตัวขึ้น เผยให้เห็นร่างสูงที่มีหน้าตาหล่อเหลา ผมสีบรอนซ์ทอง ชุดสีน้ำเงินเหมือนทหารในการ์ตูนทั่วๆไป แต่ประดับไปด้วยคริสตัลพิเศษที่หายาก ดาบสีเงินที่ส่องแวววับเมื่อกระทบกับแสงจากหลอดไฟ ผิวสีขาวเหลืองที่ทำให้เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น
 
" หึๆ ครั้งที่แล้วข้าอาจจะแพ้ แต่มาในครั้งนี้ ความเร็วของข้าและความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า รับรองว่าเจ้าจะต้องยอมแพ้ข้าแน่ๆ วะฮ่าๆๆ " บิวพุ่งเ้ข้าสู่ชายปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้น ชายคนนั้นไม่รอช้า รีบหลบไปด้วยความไวแสง
 
" แล้วใครบอกว่าความเร็วของข้ายังคงเท่าเดิมล่ะ " ชายปริศนาพูดพร้อมยิ้มที่มุมปาก
 
" แต่ยังไงความแข็งแกร่งของเจ้าก็เอาชนะข้าไม่ได้หรอก! " ทั้งคู่พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ชายปริศนาใช้ดับที่ตนเองมีไว้ต่อสู้ และบิวใช้เศษกระจกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกต่อสู้
 
" หรือว่าท่านคือ.. " องค์หญิงแนนในร่างแมวที่หลบอยู่ในมุมมืด มองไปที่ชายปริศนาคนนั้น พร้อมคิดอะไรบางอย่างในใจ
 
" ข้าว่าัมันถึงเวลาที่เจ้าต้องหายไปจากโลกนี้แล้ว " บิวพุ่งเข้าหาชายปริศนา แต่ชายปริศนาตั้งรับทัน
 
" เจ้าน่ะมีสิ่งที่แปลกกว่าคนอื่น "
 
" ยังไงกัน "
 
" กระจกทั่วไปนั้นไม่มีผลต่อการล่อฟ้า แต่กระจกเจ้าน่ะข้ารู้ว่ามันสามารถล่อสายฟ้าให้ผ่าเจ้าได้โดยง่าย "
 
" เจ้ารู้แล้วทำไม เจ้ามันก็มีแค่ดาบเล่มเดียว ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก "
 
" งั้นลองดูนี่หน่อยแล้วกัน " ชายปริศนากระโดดถอยหลัง ก่อนจะเก็บดาบลงไปในปลอกของมัน และดึงดาบเล่มเดิมขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นดาบสีเงินเงางามที่ตอนนี้มีสายฟ้าสีม่วงอยู่รอบๆ
 
" ม.. ไม่จริงน่า! " บิวพูดอย่างกลัวๆ
 
" ข้าไม่อยากเสียเวลามากนัก ดังนั้นขอกำจัดเจ้าให้เร็วที่สุดก่อนเลยแล้วกัน อะมีทิสต์ธันเดอร์! " เมื่อชายปริศนาร่ายพลังของตนเองจบ ก็ฟาดดาบไปในอากาศ พลังของดาบพุ่งตรงไปยังร่างของบิว ทำให้บิวถูกช็อตด้วยสายฟ้าที่มีความแรงสูง
 
" เดสทรอย.. " ชายปริศนาพูดอย่างเบาๆพร้อมกับเก็บดาบ ร่างของบิวกระตุกสองสามทีก่อนจะระเบิดออกเป็นผุยผง
 
" ตู้มมม! "
 
" ข้าไปก่อนนะท่าน " ชายปริศนาหันมาพูดกับแมวตัวหนึ่งที่อยู่ในมุมมืด ก่อนจะกระโดดหายไปด้วยความไวแสง

The end of chapter 6


ท่านเพา

  • Full Member
  • ***
    • กระทู้: 1,580
Chapter 7 : อาวุธใหม่

" พริ๊ง ๆๆ " เสียงพลังของรองหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์ถูกทำลายลง ผู้คนที่ถูกสาปให้ตัวแข็งกลับเป็นปกติ
 
" อื้อ.. " แจ็คกี้ตื่นขึ้นมาหลังจากที่ตนเองสลบไป
 
" ฟื้นแล้วหรอ! " องค์หญิงแนนในร่างแมวน้อยได้วิ่งมาพร้อมตะโกนถาม
 
" อย่าเสียงดังสิคะเดี๋ยวเขาก็ได้ยินกันหมดหรอก " แจ็ึคกี้บอกพร้อมทำเสียงจุๆ
 
" ขอโทษที ข้าตกใจไปหน่อย " องค์หญิงแนนพูดจบ อัฐ มีนา โชค ครูป๊อกก็ตื่นขึ้นมาพร้อมๆกัน
 
" นี่เราเป็นอะไรกันไปเนี่ย " มีนาถาม
 
" เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้เรากลับไปที่โรงแรมกันก่อนเถอะ " องค์หญิงแนนพูดก่อนจะค่อยๆพาไปทุกหายตัวกลับไปอย่างไม่มีใครสงสัย
 
" แอ้ก! " ทุกคนต่างพากันล้มกลิ้งเนื่องจากอาการมึนหัวที่วาร์ปมายังโรงแรม
 
" นี่เรียกว่าการวาร์ป เมื่อก่อนข้าก็มึนเหมือนพวกท่านแต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว "
 
" ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกับเราหรอคะ " มีนารีบถามขึ้นทันที
 
" พวกท่านโดนโจมตีจากพลังของรองหัวหน้าทัพปิศาจซินส์เตอร์ที่รุนแรงมากทำให้พวกเจ้าสลบไป ซึ่งคนปกตินั้นอาจจะตายไปแล้ว แต่ด้วยว่าพวกท่านนั้นมีพลังของวันเดอร์ พาวเวอร์คอยปกป้องอยู่จึงทำให้ไม่เป็นผลอะไรมาก แต่ทว่า.. " องค์หญิงแนนเงียบ ไม่อยากพูดต่อไป
 
" แต่อะไรกันคะ!! " อัฐที่กลัวสิ่งที่คิดจะเกิดขึ้นจริง รีบถามขึ้นทันที
 
" แต่ทว่าอาวุธของพวกท่านได้ถูกทำลายลง ทำให้พลังของวันเดอร์ พาวเวอร์นั้นสลายลงในที่สุด แล้วพวกเจ้าก็จะไม่สามารถแปลงร่าง หรือใช้พลังแห่งธาตุได้อีก " ทุกคนถึงกับสลดทันทีที่ได้ยิน
 
" แล้วพวกเราจะต้องทำยังไงกันต่อไปคะท่าน " ครูป๊อกที่พยายามทำหน้าให้นิ่งที่สุด ถามขึ้น
 
" ข้าคงแก้ไขอะไรไม่ได้ เว้นแต่ว่า.. "
 
" เว้นแต่ว่า...? " อัฐถาม
 
" ช่างมันเถอะ คงเป็นไปไม่ได้หรอก " องค์หญิงแนนพูดจบก็กระโดดไปหลบที่มุมห้อง ก่อนจะพูดบางอย่างกับตัวเอง
 
" ถ้าเป็นไปได้ขอให้ท่านมาช่วยข้าด้วยเถิด ท่านเทพเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ " องค์หญิงแนนพูดจบได้สักพัก ก็มีแสงสว่างบางอย่างบังเกิดขึ้นภายในห้องของพวกเขา ทำให้ทุกคนต้องหรี่ตาลงมอง
 
" ค.. คุณเป็นใคร " แจ็คกี้ถามอย่างตกใจ ถ้าตามนิยายที่เคยอ่านทั่วไปแล้ว บุคคลคงนี้มีลักษณะเหมืิอน..
 
" ข้าคือซูส เทพเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ ข้าได้ยินที่องค์หญิงป๊อกได้ร้องให้ข้าขอความช่วยเหลือแล้ว องค์หญิงป๊อกข้าดีใจมากที่ได้พบท่านอีก ข้าคิดว่าวิญญาณของท่านได้สลายสิ้นไปเสียแล้ว " เทพเจ้าซูสพูดขึ้น ก่อนจะร่ายคาถาบางอย่างใส่องค์หญิงแนน ทำให้องค์หญิงแนนอยู่ในร่างเนรมิต
 
" ขอบคุณท่านมาก " องค์หญิงแนนพูดพร้อมคำนับให้ ทุกคนจึงคำนับตาม
 
" วันนี้ข้าได้พาพวกพ้องของข้าอีกห้าคนมาด้วย " เทพเจ้าซูสก่อนจะเผยมือไปทางด้านหลังของตน ปรากฏให้เห็นเทพเจ้าอีกห้าองค์ เทพเจ้าทั้งห้าค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งห้า
เทพเจ้าเฮฟเฟสตุส เดินเข้าไปหาอัฐ
เทพเจ้าอีโลอัส เดินเข้าไปหามีนา
เทพเจ้าดีมิเตอร์ เดินเข้าไปหาโชค
เทพเจ้าโพไซดอน เดินเข้าไปหาแจ็คกี้
และเทพเจ้าอพอลโล เดินเข้าไปหาครูป๊อก
 
" พวกข้าได้ย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเจ้าแล้ว และพวกข้าก็ได้รู้ว่าองค์หญิงแนนต้องการอะไร " เทพเจ้าเฮฟเฟสตุสพูด
 
" ใช่ และพวกข้าก็จะช่วยพวกเจ้า แต่พวกเจ้าต้องสัญญาว่าจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด " เทพเจ้าอพอลโลพูดต่อ ทั้งห้าพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ
 
" งั้นเรามาเริ่มเข้าพิธีกันเถอะ " เทพเจ้าซุสพูดจบก็บอกทุกคนให้ยืนหันหน้าเข้ากันเป็นวงกลม ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงและทำสมาธิให้มั่นคง เทพเจ้าซุสเห็นว่าทุกคนมีสมาธิแล้ว จึงเริ่มทำพิธีด้วยวิธีการต่างๆ โดยให้เทพเจ้าเฮฟเฟสตุส อีโลอัส ดีมิเตอร์ โพไซดอน และอพอลโล ไปยืนตามคนที่ได้เดินเข้าไปหาเมื่อสักครู่นี้ เทพเจ้าทั้งห้าเดินไปหยุดอยู่ข้างหลัง และจับไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของมนุษย์ที่อยู่ข้างหน้า
 
" พริ๊ง.. " คฑาด้ามยาวทั้งห้า ลอยอยู่ในวงที่พวกเขาล้อมอยู่ พวกเขาค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบโดยที่ไม่ลืมตา เมื่อจับได้แล้วเทพเจ้าซุสจึงบอกให้ทั้งห้าลืมตาขึ้น
 
" โอ้โห! " ทั้งห้าร้องพร้อมกันเมื่อเห็นคฑาของตนเอง
 
• คทาของอัฐมีสลักไว้ว่า Hephaestus Fire และมีภาษากรีกไล่ลงมาเป็นแนวนอนสองประโยค คทามีลักษณะสีแดงเข้ม ด้ามจับทำด้วยไม้บางอย่าง และส่วนหัวของคทาทำมาจากคริสตัลโรสควอตซ์
• คทาของมีนามีสลักไว้ว่า Aeolus Strom และมีภาษากรีกไล่ลงมาเป็นแนวนอนสองประโยค คทามีลักษณะสีเหลืองทอง ด้ามจับทำด้วยไม้บางอย่าง และส่วนหัวของคทาทำมาจากอัญมณีโทพาส
• คทาของโชคมีสลักไว้ว่า Demeter Ground และมีภาษากรีกไล่ลงมาเป็นแนวนอนสองประโยค คทามีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม ดา้มจับทำด้วยไม้บางอย่าง และส่วนหัวของคทาทำมาจากอัญมณีอีเมอเหรด
• คทาของแจ็คกี้มีสลักไว้ว่า Poseidon Aqua และมีภาษากรีกไล่ลงมาเป็นแนวนอนสองประโยค คทามีลักษณะสีน้ำเงินอ่อน ด้ามจับทำด้วยไม้บางอย่าง และส่วนหัวของคทาทำมาจากอัญมณีอความารีน
• คทาของป๊อกมีสลักไว้ว่า Apollo Gleam และมีภาษากรีกไล่ลงมาเป็นแนวนอนสองประโยค คทามีลักษณะสีเงินเทา ด้ามจับทำด้วยไม้บางอย่าง และส่วนหัวของคทาทำมาจากคริสตัลควอตซ์
 
" ขอให้พวกเจ้าจงดูแลรักษาให้ดีที่สุด " เทพเจ้าซุสพูด ทุกคนค่อยๆคำนับ
 
" งั้นพวกข้าไปก่อนล่ะ แล้วขอให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด " เทพเจ้าซุสพูดจบ ก็ค่อยๆหายตัวไป
 
" เข้าใจกันแล้วสินะว่าต้องทำยังไง " ครูป๊อกพูด ทุกคนจึงพยักหน้ารับ
 
" ก๊อกๆ " เสียงเคาะประตูดังขึ้น ครูป๊อกจึงเดินไปเปิดประตู เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสมบูรณ์คนหนึ่งอยู่ที่หน้าประตูห้อง
 
" สวัสดีค่ะ คุณคือใครคะ " ครูป๊อกทักทายชายหนุ่ม
 
" สวัสดีครับ ผมขอรบกวนเข้าไปข้างในได้ไหมครับ " ครูป๊อกเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่มีท่าทีอะไร จึงพาเข้ามาในห้องที่ลูกศิษย์ของตนนั่งอยู่ สี่สาวที่นั่งอยู่บนเตียงกระดี๊กระด๊าเมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้น
 
" คือช่วงนี้ที่กรุงปารีสมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย ทางโรงแรมของเราจึงจัดให้มีไกด์คอยแนะนำสถานที่ที่ปลอดภัยในการท่องเที่ยว รวมถึงการปกป้องประชาชนที่มาเที่ยวจากอันตรายด้วยน่ะครับ "
 
" แล้วคุณคือไกด์ที่จะมาดูแลกลุ่มของพวกเราหรอคะ " ครูป๊อกถาม
 
" ใช่ครับ ทางโรงแรมเรามีมาตรการนี้หนึ่งเดือน "
 
" แล้วคุณชื่ออะไรหรอคะ "
 
" ชื่อ ท็อป ครับ จะเรียกว่าไกด์ท็อปก็ได้ครับ " ชายหนุ่มพูดอย่างสุภาพ
 
" ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อป๊อก และนี่คือลูกศิษย์ของฉัน อัฐ มีนา โชค และแจ็คกี้ " ครูป๊อกเผยมือไปที่ลูกศิษย์ของตนเองทั้งสี่คน ไกด์ท็อปจึงยื่นมือไปจับ อัฐและมีนา ค่อนข้างจะออกแนวลูบไล้ ทำให้ไกด์ท็อปเกิดอาการขยักแขยงเบาๆ
 
" ผมพักอยู่ที่ห้องxxx ชั้นx ถ้ามีอะไรก็ไปเรียกผมมาช่วยได้นะครับ " ไกด์ท็อปพูด ก่อนจะขอตัวไปพักด้วยน้ำเสียงสุภาพ
 
" แล้วเจอกันค่ะ " สี่สาวพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ไกด์ท็อปยิ้มแหยๆ ก่อนจะหันหลังกลับไป
 
ทางด้านองค์หญิงแนนที่หลบอยู่หลังห้องก็ได้เพียงแอบมอง และสงสัยอะไรบางอย่าง ชายผู้ที่มีผมสีน้ำตาล ดวงตาแวววาวประกาย ใบหน้าที่เรียว ผิวสีขาวเหลือง ช่างคุ้นเสียเหลือเกิน..

The end of chapter 7